พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1100/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาการสมรส & สินสอด: แม้ไม่จดทะเบียนสมรส หากเจตนาเพียงทำพิธีตามประเพณี โจทก์เรียกคืนสินสอดไม่ได้
ชายหญิงได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภริยา มาช้านาจนกระทั่งมีบุตรโดยต่างฝ่ายต่างสมัครใจที่จะไม่ไปจดทะเบียนสมรสนั้น ถือได้ว่าชายหญิงมีเจตนาเพียงแต่ทำพิธีแต่งงานตามประเพณีและอยู่กินฉันท์สามีภริยาเท่านั้น มิได้ถือเอาการจดทะเบียนสมรสเป็นสำคัญมาแต่แรกเมื่อกรณีเป็นดั่งนี้ ทรัพย์ที่ที่ได้ให้กันโดยเรียกว่า เป็นของหมั้นก็ดีการให้เงินอันเรียกว่าสินสอดก็ดีหาได้ให้ในฐานะเป็นของหมั้นและสินสอดไม่ฉะนั้นแม้จะถือว่ามิได้มีการสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายชายก็เรียกเงินและทรัพย์ที่ให้ไว้ดังกล่าวคืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1100/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาไม่จดทะเบียนสมรส สินสอด/ของหมั้นไม่ผูกพัน คดีนี้เรียกคืนไม่ได้
ชายหญิงได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา มาช้านานจนกระทั่งมีบุตรโดยต่างฝ่ายต่างสมัครใจที่จะไม่ไปจดทะเบียนสมรสนั้น ถือได้ว่าชายหญิงมีเจตนาเพียงแต่ทำพิธีแต่งงานตามประเพณีและอยู่กินฉันสามีภริยาเท่านั้น มิได้ถือเอาการจดทะเบียนสมรสเป็นสำคัญมาแต่แรก เมื่อกรณีเป็นดั่งนี้ ทรัพย์ที่ที่ได้ให้กันโดยเรียกว่า เป็นของหมั้นก็ดี การให้เงินอันเรียกว่าสินสอดก็ดี หาได้ให้ในฐานะเป็นของหมั้นและสินสอดไม่ ฉะนั้นแม้จะถือว่ามิได้มีการสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายชายก็เรียกเงินและทรัพย์ที่ให้ไว้ดังกล่าวคืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท: การกล่าวอ้างโดยสุจริตต่อเจ้าคณะสงฆ์ ถือเป็นเหตุยกเว้นความผิด
พระภิกษุเมาสุราไปด่าท้าทายจำเลย จำเลยไปแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านแนะนำให้ไปแจ้งต่อเจ้าคณะหมวดเพราะผู้ด่าท้าทายเป็นสงฆ์ จำเลยจึงไปร้องต่อเจ้าคณะหมวด เจ้าคณะหมวดเรียกพระภิกษุนั้นมาแจ้งข้อหาให้ทราบ พระภิกษุปฏิเสธ จำเลยยืนยันต่อหน้าบุคคลหลายคนว่าพระภิกษุนั้นเมาสุราไปด่าท้าทายจริงๆ จนในที่สุดเจ้าคณะหมวดไกล่เกลี่ยยอมเลิกแล้วต่อกัน ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยกล่าวโดยสุจริตตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 283(1)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท: การกล่าวโดยสุจริตเป็นเหตุยกเว้นความผิด
พระภิกษุเมาสุราไปด่าท้าทายจำเลย ๆ ไปแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้าน ๆ แนะนำให้ไปแจ้งต่อเจ้าคณะหมวด เพราะผู้ด่าท้าทายเป็นสงฆ์ จำเลยจึงไปร้องต่อเจ้าคณะหมวด ๆ เรียกพระภิกษุนั้นมาแจ้งข้อหาให้ทราบ พระภิกษุปฏิเสธ จำเลยยืนยันต่อหน้าบุคคลหลายคนว่าพระภิกษุนั้นเมาสุราไปด่าท้าทายจริง ๆ จนในที่สุดเจ้าคณะหมวดไกล่เกลี่ยยอมเลิกแล้วแต่กันดังนี้ถือได้ว่าจำเลยกล่าวโดยสุจริตตามกฎหมายลักษณะ อาญามาตรา 283(1)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยินยอมให้โอนกรรมสิทธิทำลายสิทธิครอบครองเดิม โจทก์ต้องพิสูจน์การซื้อขายและเหตุผลที่ยินยอม
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินและใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิแทนโดยอ้างว่าซื้อที่ พิพาทมาจากมารดาจำเลย แล้วครอบครองมา 10 ปีเศษเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าตอนที่จำเลยประกาศขอรับมฤดกมารดานั้น โจทก์ยอมให้จำเลยโอนโฉนดรับมฤดกดังนี้จึงเท่ากับโจทก์รับรองกรรมสิทธิของจำเลยและทำลายสิทธิครอบครอง ของโจทก์ก่อนวันโอนแก้โฉนดอยู่ในตัว โจทก์จึงจะต้องนำสืบให้ได้ความมั่นคงถึงเรื่องซื้อขายและเหตุที่ยอมให้จำเลยโอนรับมฤดกไป มิฉะนั้นโจทก์ก็ชนะคดีไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยินยอมให้โอนโฉนดหลังครอบครอง ย่อมเป็นการรับรองกรรมสิทธิ์เดิมและทำลายสิทธิครอบครอง
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินและใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แทนโดยอ้างว่าซื้อที่พิพาทมาจากมารดาจำเลย แล้วครอบครองมา 10 ปีเศษ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าตอนที่จำเลยประกาศขอรับมรดกมารดานั้น โจทก์ยอมให้จำเลยโอนโฉนดรับมรดก ดังนี้จึงเท่ากับโจทก์รับรองกรรมสิทธิ์ของจำเลยและทำลายสิทธิครอบครองของโจทก์ก่อนวันโอนแก้โฉนดอยู่ในตัว โจทก์จึงจะต้องนำสืบให้ได้ความมั่นคงถึงเรื่องซื้อขายและเหตุที่ยอมให้จำเลยโอนรับมรดกไป มิฉะนั้นโจทก์ก็ชนะคดีไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องรบกวนการครอบครองได้ แม้ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แสดงว่าโจทก์อ้างถึงสิทธิครอบครองอย่างเดียว คำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เท่านั้น หาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ไม่โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้กรรมสิทธิ์มาตามสัญญาซื้อขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการบุกรุก
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษจำเลยบุกรุกมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แสดงว่าโจทก์อ้างถึงสิทธิครอบครองอย่างเดียว คำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เท่านั้น หาเกี่ยวกับกรรมสิทธิไม่ โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้กรรมสิทธิมาตามสัญญาซื้อขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1034/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องคดีอาญาโดยผู้เสียหายก่อนศาลฎีกาพิพากษา ทำให้จำหน่ายคดีและปล่อยตัวจำเลย
ในคดีความผิดต่อส่วนตัวระหว่างฎีกาก่อนอ่านคำพิพากษาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์และขอถอนคำฟ้องไม่ขอเอาความแก่จำเลยต่อไป อัยการโจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน ศาลฎีกาย่อมอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 35 วรรคท้าย ให้จำหน่ายคดีและให้ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: ความผิดฐานสมคบกันฆ่า vs. ฆ่าคนตายโดยเจตนา
ผู้ตายเมาสุราพูดจาท้าทายใครต่อใครในงาน อันเป็นการก่อกวนโทษะแก่บุคคลที่อยู่ที่นั่นทุกคน จำเลยที่ 1-2-3 มีส่วนเป็นเจ้าของงานแต่ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตาย จำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตีผู้ตาย 1 ที ไม่ถึงบาดเจ็บ จำเลยที่ 2 เอามีดฟันอีก 1 ทีถึงบาดเจ็บ แล้วจำเลยที่ 3 เอามีดแทงผู้ตาย 1 ที ถูกที่หน้าท้องไส้ทะลักออกมาและถึงแก่ความตาย เพราะบาดแผลที่ถูกแทงภายหลังนี้แบบเดียวดังนี้จะฟังว่าจำเลยทั้ง 3 คนสมคบกันฆ่าผู้ตายยังไม่ถนัด เพราะการที่จำเลยที่ 3 เข้ามาและใช้มีดแทงผู้ตายภายหลังนั้น จำเลยที่ 1-2 อาจไม่รู้เห็นด้วยก็ได้ จำเลยที่ 3 ควรมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาคนเดียวส่วนจำเลยที่ 1-2 ควรมีผิดแต่เพียงเท่าที่ตนกระทำแต่ละคน