พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดให้มีการเล่นการพนัน ต้องแสดงเจตนาช่วยเหลือหรือจัดการสถานที่ ไม่ใช่แค่ทราบว่ามีการเล่น
ที่จะถือว่าเป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันนั้น อย่างน้อยก็ต้องได้กระทำการอันแสดงว่า ร่วมรู้ช่วยเหลืออย่างใดอย่างหนึ่งให้มีการเล่นการพนันขึ้น เช่นช่วยเหลือจัดสถานที่ให้เล่น
เพียงแต่ว่าจำเลยเป็นเจ้าของบ้าน ขณะเกิดเหตุจำเลยนอนเป็นไข้อยู่ชั้นบนไม่ได้ลงมาเกี่ยวข้องในการเล่นยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการให้มีการเล่นการพนัน
เพียงแต่ว่าจำเลยเป็นเจ้าของบ้าน ขณะเกิดเหตุจำเลยนอนเป็นไข้อยู่ชั้นบนไม่ได้ลงมาเกี่ยวข้องในการเล่นยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการให้มีการเล่นการพนัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 828/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานสมคบกันนำของออกนอกราชอาณาจักรหลีกเลี่ยงภาษี แม้ยังไม่ออกพ้นเขตแดน
สมคบกันนำของออกนอกพระราชอาณาจักรไทย โดยพยายามหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษีและไม่ได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง แม้ขณะจับได้ เรือที่บรรทุกของจะยังไม่ออกพ้นเขตแดนไทย ก็ถือว่า เป็นผิดบริบูรณ์ตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 828/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานสมคบกันนำของออกนอกราชอาณาจักรหลีกเลี่ยงภาษี แม้เรือยังไม่ออกพ้นเขตแดนไทยก็ถือเป็นความผิด
สมคบกันนำของออกนอกพระราชอาณาจักรไทย โดยพยายามหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษีและไม่ได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง แม้ขณะจับได้ เรือที่บรรทุกของจะยังไม่ออกพ้นเขตแดนไทยก็ถือว่า เป็นผิดบริบูรณ์ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร 2469 แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินและเรือนพิพาท: เจ้าของเดิม vs. บุตรภรรยา
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินและเรือนโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์และภรรยาจำเลยต่อสู้ว่าที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของจำเลยทำมาหากินได้ด้วยตนเองตลอดจนเรือนก็ปลูกสร้างขึ้นด้วยทุนของจำเลยดังนี้ เมื่อได้ความตามทางพิจารณาว่าที่ดินและเรือนเป็นของโจทก์กับภรรยามิใช่ของจำเลยทำมาหาได้ด้วยตนเองตามที่ต่อสู้ไว้แล้ว แม้จะได้ความว่าจำเลยเป็นบุตรของภรรยาโจทก์ติดมารดามาอยู่กับโจทก์ขับไล่และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่และเรือนพิพาทได้ และคดีไม่มีประเด็นเรื่องมรดกศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินและเรือนพิพาท: การพิสูจน์ความเป็นเจ้าของและการพิพากษาขับไล่
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินและเรือนโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์และภรรยา จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของจำเลยทำมาหาได้ด้วยตนเองตลอดจนเรือนก็ปลูกสร้างขึ้นด้วยทุนของจำเลย ดังนี้ เมื่อได้ความตามทางพิจารณาว่าที่ดินและเรือนเป็นของโจทก์กับภรรยา มิใช่ของจำเลยทำมาหาได้ด้วยตนเองตามที่ต่อสู้ไว้แล้ว แม้จะได้ความว่าจำเลยเป็นบุตรของภรรยาโจทก์ติดมารดามาอยู่กับโจทก์ศาลก็พิพากษาขับไล่และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่และเรือนพิพาทได้ และคดีไม่มีประเด็นเรื่องมรดกศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่า - การทำร้ายด้วยมีดขณะต่อสู้ - มาตรา 251
เกิดต่อว่าโต้เถียงกันเรื่องเล็กน้อย แล้วจำเลยเอามีดของผู้ตายที่วางไว้ใช้ทางแบนตีศีรษะผู้ตายก่อน 2-3 ที เกิดต่อสู้กอดปล้ำกัน จำเลยแทงผู้ตายขณะกอดปล้ำกันชุลมุนเพียง 1 ที ผู้ตายตาย ดังนี้ ฟังว่า จำเลยมิได้เจตนาฆ่ามีความผิดเพียงมาตรา 251
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: เจตนาและเหตุผลในการลดโทษ
เกิดต่อว่าโต้เถียงกันเรื่องเล็กน้อย แล้วจำเลยเอามีดของผู้ตายที่วางไว้ใช้ทางแบนตีศีรษะผู้ตายก่อน 2-3 ที เกิดต่อสู้กอดปล้ำกัน จำเลยแทงผู้ตายขณะกอดปล้ำกันชุลมุนเพียง 1 ที่ ผู้ตายตาย ดังนี้ฟังว่า จำเลยมิได้เจตนาฆ่ามีความผิดเพียงมาตรา 251
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญากู้สมบูรณ์ แม้ผู้กู้ต่อสู้ว่าไม่ได้รับเงิน การนำสืบแก้ไขข้อความในสัญญาต้องห้าม
สัญญากู้มีข้อความว่า "ข้าพเจ้าได้กู้เงินของท่านไปจำนวน 2,500 บาท และได้รับเงินไปเสร็จแล้ว แต่ในวันทำสัญญานี้" ดังนี้ผู้กู้จะขอนำสืบว่าไม่ได้รับเงิน ก็เท่ากับเป็นการนำสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องห้าม ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 วรรคต้น(ข)
จำเลยต่อสู้ว่า เหตุที่ทำสัญญากู้นี้ขึ้น ก็เนื่องจากโจทก์ออกเงินซื้อเป็ดให้จำเลยเลี้ยง จกลงแบ่งผลประโยชน์กัน ตีราคาเป็ดเท่าจำนวนเงินที่ลงไว้ในสัญญากู้ เพื่อป้องกันมิให้จำเลยฉ้อโกง จึงให้ทำสัญญากู้ไว้ ดังนี้เป็นเรื่องจำเลยยอมตนเข้าผูกพันตามสัญญากู้โดยสมัครใจ เนื่องจากมีมูลหนี้ต่อกันมาก่อนแล้ว สัญญากู้นั้นจึงสมบูรณ์
จำเลยต่อสู้ว่า เหตุที่ทำสัญญากู้นี้ขึ้น ก็เนื่องจากโจทก์ออกเงินซื้อเป็ดให้จำเลยเลี้ยง จกลงแบ่งผลประโยชน์กัน ตีราคาเป็ดเท่าจำนวนเงินที่ลงไว้ในสัญญากู้ เพื่อป้องกันมิให้จำเลยฉ้อโกง จึงให้ทำสัญญากู้ไว้ ดังนี้เป็นเรื่องจำเลยยอมตนเข้าผูกพันตามสัญญากู้โดยสมัครใจ เนื่องจากมีมูลหนี้ต่อกันมาก่อนแล้ว สัญญากู้นั้นจึงสมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญากู้เงิน: การนำสืบเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิม และหลักฐานการชำระหนี้
สัญญากู้มีข้อความว่า 'ข้าพเจ้าได้กู้เงินของท่านไปจำนวน 2500 บาทและได้รับเงินนี้ไปเสร็จแล้วแต่ในวันทำสัญญานี้' ดังนี้ ผู้กู้จะขอนำสืบว่าไม่ได้รับเงิน ก็เท่ากับเป็นการนำสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคต้น(ข)
จำเลยต่อสู้ว่า เหตุที่ทำสัญญากู้นี้ขึ้น ก็เนื่องจากโจทก์ออกเงินซื้อเป็ดให้จำเลยเลี้ยง ตกลงแบ่งผลประโยชน์กัน ตีราคาเป็ดเท่าจำนวนเงินที่ลงไว้ในสัญญากู้ เพื่อป้องกันมิให้จำเลยฉ้อโกง จึงให้ทำสัญญากู้ไว้ ดังนี้เป็นเรื่องจำเลยยอมตนเข้าผูกพันตามสัญญากู้โดยสมัครใจเนื่องจากมีมูลหนี้ต่อกันมาก่อนแล้ว สัญญากู้นั้นจึงสมบูรณ์
จำเลยต่อสู้ว่า เหตุที่ทำสัญญากู้นี้ขึ้น ก็เนื่องจากโจทก์ออกเงินซื้อเป็ดให้จำเลยเลี้ยง ตกลงแบ่งผลประโยชน์กัน ตีราคาเป็ดเท่าจำนวนเงินที่ลงไว้ในสัญญากู้ เพื่อป้องกันมิให้จำเลยฉ้อโกง จึงให้ทำสัญญากู้ไว้ ดังนี้เป็นเรื่องจำเลยยอมตนเข้าผูกพันตามสัญญากู้โดยสมัครใจเนื่องจากมีมูลหนี้ต่อกันมาก่อนแล้ว สัญญากู้นั้นจึงสมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดพิจารณาคดี: เหตุจำเป็นที่ทำให้มาศาลล่าช้า และการพิจารณาพยานโจทก์
ศาลกำหนดเวลานัดสืบพยานโจทก์ไว้เวลา 9.00 น. จนเวลา9.35 น. โจทก์และทนายก็ยังไม่มาศาล จำเลยขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปศาลจึงสั่งให้โจทก์ขาดนัดพิจารณาต่อมา 9.45 น. โจทก์และทนายกับพยานก็มาศาล แล้วยื่นคำร้องแสดงถึงเหตุจำเป็นที่ต้องมาศาลล่าช้ากว่ากำหนดและมีพยานมาพร้อมที่จะให้ศาลสืบได้ เช่นนี้ จะฟังว่าโจทก์จงใจขาดนัดยังไม่ถนัด