คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาญาโดยไม่มีการชันสูตรพลิกศพ และการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
กฎหมายหาได้ห้ามไม่ให้ฟ้องในกรณีที่ไม่มีการชันสุตรพลิกศพไม่ และแม้การชันสูตรพลิกศพจะไม่ชอบ ก็ไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ฟ้อง
ศาลเดิมลงโทษจำคุกสิบปี ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะกำหนดโทษให้จำคุก 5 ปีโดยมิได้แก้บท ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาญาโดยไม่มีการชันสูตรพลิกศพ และการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
กฎหมายหาได้ห้ามไม่ให้ฟ้องในกรณีที่ไม่มีการชันสูตรพลิกศพไม่และแม้การชันสูตรพลิกศพจะไม่ชอบ ก็ไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ฟ้อง
ศาลเดิมลงโทษจำคุก สิบ ปี ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะกำหนดโทษให้จำคุก 5 ปีโดย มิได้แก้บท ถือว่า เป็นการแก้ไขเล็กน้อยห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 278/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย ศาลพิจารณาจากกิริยาอาการและผลของการกระทำ
จำเลยใช้ไม้สี่เหลี่ยมโตขนาด 3 นิ้วยาว 1 ศอก ตีผู้ตายที่ขมับและแง่ศรีษะ 3-4 ทีโดยแรงถึงเยื่อกะโหลกศรีษะแตก 3 แห่ง และเมื่อผู้ตายล้มลงไปแล้วยังตีซ้ำอีก ดังนี้ ถือว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาตามมาตรา 249
จำเลยที่ให้การรับสารภาพต่อศาลในชั้นแรกแม้จะกลับต่อสู้ภายหลังหากคำรับในชั้นแรกนั้น เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ก็ปราณีลดโทษให้จำเลยได้ตามมาตรา 59

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 278/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฆ่าโดยเจตนา: การทำร้ายด้วยอาวุธจนถึงแก่ความตาย
จำเลยใช้ไม้สี่เหลี่ยมโตขนาด 3 นิ้วยาว 1 ศอกตีผู้ตายที่ขมับและแง่ศีรษะ 3-4 ทีโดยแรงถึงเยื่อกะโหลกศีรษะแตก 3 แห่ง และเมื่อผู้ตายล้มลงไปแล้วยังตีซ้ำอีก ดังนี้ ถือว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาตามมาตรา 249
จำเลยที่ให้การรับสารภาพต่อศาลในชั้นแรก แม้จะกลับต่อสู้ภายหลังหากคำรับในชั้นแรกนั้น เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลก็ปราณลดโทษให้จำเลยได้ตามมาตรา 59

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิไถ่ถอนการขายฝาก: ใช้สิทธิทางศาลหรือตกลงกันเองก็ได้ กำหนด 10 ปีเป็นเงื่อนไขการไถ่ ไม่ใช่อายุความ
การที่ผู้ขายฝากไปขอไถ่ถอนกันเอง และไปร้องขอไถ่ถอนต่ออำเภอก่อนครบ 10 ปี แต่ผู้ซื้อฝากไม่ยอมและหลบตัวไปเสียกลับมาต่อเมื่อเกิน 10 ปีแล้ว ดังนี้ ถือว่าผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่ถอนในกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้ว จึงมาฟ้องศาล ขอไถ่ถอนทรัพย์ที่ขายฝากได้
การใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากตามมาตรา 494 มิได้บังคับว่าต้องใช้สิทธิทางศาล อาจขอไถ่ถอนกันเองก็ได้ และกำหนดเวลา 10 ปีไม่ใช่อายุความฟ้องร้องเป็นเงื่อนไขแห่งเวลาสำหรับไถ่ถอนเมื่อผู้ซื้อฝากผิดเงื่อนไขสัญญาขายฝากจึงเกิดอายุ ความฟ้องร้องในเรื่องผิดสัญญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ทางสาธารณะและการลงโทษจำเลยในคดีอาญา: โจทก์ต้องพิสูจน์การขัดขวางทางสัญจร
คดีอาญาที่โจทก์หาว่าจำเลยตัดฟันต้นไม้ปิดทางหลวง เมื่อจำเลยปฏิเสธและต่อสู้ว่าทางที่ตัดฟันไม้ทับ มิใช่ทางสาธารณะไม่เป็นการขัดขวางทางสัญจร กับจะขอสืบว่าทางที่โจทก์ฟ้องไม่ใช่ทางประจำ เป็นทางที่ใช้กันมานานแล้ว ดังนี้หากโจทก์ไม่สืบพะยาน ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ทางสาธารณะในคดีกีดขวางทางหลวง: โจทก์ต้องสืบพยานพิสูจน์ หากไม่สืบพยานแล้วจำเลยปฏิเสธ ศาลลงโทษไม่ได้
คดีอาญาที่โจทก์หาว่าจำเลยตัดฟันต้นไม้ปิดทางหลวงเมื่อจำเลยปฏิเสธและต่อสู้ว่าทางที่ตัดฟันไม้ทับ มิใช่ทางสาธารณะไม่เป็นการขัดขวางทางสัญจร กับจะขอสืบว่าทางที่โจทก์ฟ้องไม่ใช่ทางประจำ เป็นทางที่ใช้กันมานานแล้ว ดังนี้ หากโจทก์ไม่สืบพยาน ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 268-269/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอรับมฤดกไม่กระทบสิทธิเจ้าหนี้กองมฤดก โจทก์ไม่มีมูลฟ้องหากจำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิโดยตรง
การที่มีผู้ไปประกาศขอรับมฤดกของเจ้ามฤดกนั้นไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของเจ้าหนี้กองมฤดกเพราะแม้จะไปรับ มฤดกได้ ก็ต้องเอามาใช้หนี้เจ้าหนี้กองมฤดกและเมื่อในฟ้องไม่ปรากฎว่า ผู้ที่อ้างว่าเป็นทายาทไปประกาศขอรับมฤดกนั้น ได้โดยแย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงยังไม่มีมูลมาฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกตามกฎหมายอิสลาม: การพิจารณาคดีโดยผู้พิพากษาและดะโต๊ะยุติธรรม
คดีมรดกอันจะต้องบังคับตามกฎหมายอิสลามในเขต 4 จังหวัดนั้นจะต้องมีดะโต๊ะยุติธรรม 1 นายนั่งพิจารณาพร้อมด้วยผู้พิพากษา โดยผู้พิพากษาวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ความอย่างไรแล้ว ให้ดะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกตามกฎหมายอิสลามใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีดะโต๊ะยุตติธรรมร่วมพิจารณา
คดีมฤดกอันจะต้องบังคับตามกฎหมายอิสลามในเขตต์ 4 จังหวัดนั้น จะต้องมีดะโต๊ะยุตติธรรม 1 นาย นั่งพิจารณาพร้อมด้วยผู้พิพากษา โดยผู้พิพากษาวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ความอย่างไรแล้ว ให้ดะโต๊ะยุตติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาด้วย
of 260