พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำไม่เข้าข่ายวิ่งราวทรัพย์ แม้มีการหยิบทรัพย์แล้วหลบหนี เพราะขาดเจตนาฉกฉวย
ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์นั้นได้แก่การลักทรัพย์โดยการใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์หนีไปต่อหน้า
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีกรรโชกต้องระบุตัวผู้เสียหาย การฟ้องเคลือบคลุมทำให้ศาลยกฟ้องได้
ฟ้องหาว่า จำเลยกรรโชก โจทก์จะต้องระบุบุคคลผู้เป็นเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายด้วย เพียงแต่ระบุว่าจำเลยได้ขู่เข็ญขืนใจพวกพ่อค้าหมูในตลาดบางรักหลายสิบคน โดยไม่ระบุบุคคลผู้ถูกขู่เข็ญขืนใจว่าเป็นใครแม้แต่คนเดียวดังนี้ ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องกรรโชกต้องระบุตัวผู้เสียหาย การฟ้องเคลือบคลุมทำให้ศาลยกฟ้องได้
ฟ้องหาว่า จำเลยกรรโชกโจทก์จะต้องระบุบุคคลผู้เป็นเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายด้วย เพียงแต่ระบุว่าจำเลยได้ขู่เข็ญขืนใจพวกพ่อค้าหมูในตลาดบางรักหลายสิบคน โดยไม่ระบุบุคคลผู้ถูกขู่เข็ญขืนใจว่าเป็นใครแม้แต่คนเดียว ดังนี้ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลอุทธรณ์ในการอนุญาตถอนฟ้อง และผลของการปรานีประนอมยอมเลิกความ
ศาลอุทธรณ์หามีอำนาจที่จะสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นจนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาไปเสร็จแล้วนั้นได้ไม่ ฉะนั้นเมื่อมีการถอนฟ้องในชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ย่อมหมายความว่าผู้อุทธรณ์จะขอถอนฟ้องได้แต่ฟ้องอุทธรณ์เท่านั้น
เมื่อคู่ความประสงค์จะตกลงกันเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นประการใด คู่ความก็ชอบที่จะมาทำปราณีประนอมกันต่อหน้าศาล และขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาไปตามสัญญาปราณีประนอมนั้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงจะถูกงดเว้นเปลี่ยนแปลงการบังคับได้โดยอำนาจของคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์.
เมื่อคู่ความประสงค์จะตกลงกันเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นประการใด คู่ความก็ชอบที่จะมาทำปราณีประนอมกันต่อหน้าศาล และขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาไปตามสัญญาปราณีประนอมนั้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงจะถูกงดเว้นเปลี่ยนแปลงการบังคับได้โดยอำนาจของคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลอุทธรณ์ในการอนุญาตถอนฟ้องหลังมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น และการทำประนีประนอมเพื่อแก้ไขคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์หามีอำนาจที่จะสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นจนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาไปเสร็จแล้วนั้นได้ไม่ ฉะนั้นเมื่อมีการถอนฟ้องในชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ย่อมหมายความว่าผู้อุทธรณ์จะขอถอนฟ้องได้แต่ฟ้องอุทธรณ์เท่านั้น
เมื่อคู่ความประสงค์จะตกลงกันเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นประการใด คู่ความก็ชอบที่จะมาทำประนีประนอมกันต่อหน้าศาล และขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมนั้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงจะถูกงดเว้นเปลี่ยนแปลงการบังคับได้โดยอำนาจของคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์
เมื่อคู่ความประสงค์จะตกลงกันเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นประการใด คู่ความก็ชอบที่จะมาทำประนีประนอมกันต่อหน้าศาล และขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมนั้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงจะถูกงดเว้นเปลี่ยนแปลงการบังคับได้โดยอำนาจของคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1034/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแบ่งมรดกโดยไม่ระบุสถานะผู้แทน และการฟ้องบุคคลนอกคดี ทำให้ศาลต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกจาก ป. และ ย. ในฐานะส่วนตัว มิได้ระบุว่า ป. และ ย. จำเลยเป็นผู้แทนเด็กหญิง อ. แต่อย่างใด จำเลยก็ต่อสู้ว่า มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มฤดก ทางพิจารณาได้ความว่า ป. และ ย. มิได้เกี่ยวข้องในทรัพย์มฤดก เด็กหญิง อ. เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มฤดกรายนี้ ศาลจะพิพากษาให้แบ่งมฤดกจากจำเลยผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องในทรัพย์มฤดกนั้นไม่ได้ จะพิพากษาให้แบ่งมฤดกจากเด็กหญิง อ. ก็ไม่ได้ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องเรียกทรัพย์มฤดกจากเด็กหญิง อ. ซึ่งเป็นบุคคลนอกคดี ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1034/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแบ่งมรดกต้องระบุตัวผู้มีส่วนได้เสียที่ถูกต้อง หากฟ้องผิดบุคคลศาลยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกจาก ป. และ ย. ในฐานะส่วนตัวมิได้ระบุว่า ป. และ ย.จำเลยเป็นผู้แทนเด็กหญิงอ.แต่อย่างใด จำเลยก็ต่อสู้ว่ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดก ทางพิจารณาได้ความว่า ป. และ ย. มิได้เกี่ยวข้องในทรัพย์มรดก เด็กหญิง อ. เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกรายนี้ ศาลจะพิพากษาให้แบ่งมรดกจากจำเลยผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกนั้นไม่ได้ จะพิพากษาให้แบ่งมรดกจากเด็กหญิง อ. ก็ไม่ได้เพราะโจทก์มิได้ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากเด็กหญิง อ. ซึ่งเป็นบุคคลนอกคดี ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นายยามฟ้องลูกยามค้างหนี้ส่งน้ำตาลเคี่ยว แม้เป็นหนี้ร่วมกับผู้อื่น ก็ฟ้องได้
โจทก์เป็นเจ้าของเตาเคี่ยวน้ำตาลหรือนายยาม จำเลยได้ตกลงขอเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลที่เตาของโจทก์โดยผลัดเปลี่ยนกันเข้ายาม ในระหว่างที่จำเลยเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลอยู่นั้น โจทก์ได้เอาน้ำตาลใสส่วนของโจทก์และของคนอื่นๆที่เป็นลูกยามส่งมอบให้จำเลยเคี่ยว เมื่อจำเลยออกยามไปแล้ว มีหน้าที่ต้องทำน้ำตาลใสใช้หนี้โจทก์จนกว่าจะหมดหนี้ แต่จำเลยหาปฏิบัติไม่ กลับเลิกทำน้ำตาลเสีย ดังนี้ แม้หนี้รายนี้จะเป็นของลูกยามอื่นอยู่ด้วยโจทก์ผู้เป็นนายยามก็ย่อมฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นายยามฟ้องลูกยามชำระหนี้จากน้ำตาลเคี่ยวได้ แม้หนี้มีลูกยามอื่นร่วมด้วย
โจทก์เป็นเจ้าของเตาเคี่ยวน้ำตาลหรือนายยามจำเลยได้ตกลงขอเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลที่เตาของโจทก์ โดยผลัดเปลี่ยนกันเข้ายาม ในระหว่างที่จำเลยเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลอยู่นั้น โจทก์ได้เอาน้ำตาลใสส่วนของโจทก์และของคนอื่น ๆ ที่เป็นลูกยามส่งมอบให้จำเลยเคี่ยว เมื่อจำเลยออกยามไปแล้ว มีหน้าที่ต้องทำน้ำตาลใสใช้หนี้โจทก์จนกว่าจะหมดหนี้ แต่จำเลยหาปฏิบัติไม่ กลับเลิกทำน้ำตาลเสีย ดังนี้ แม้หนี้รายนี้จะเป็นของลูกยามอื่นอยู่ด้วย โจทก์ผู้เป็นนายยามก็ย่อมฟ้องได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบร่วมกันปล้นทรัพย์: การพิพากษาโทษฐานสมคบและลงมือปล้นทรัพย์
เมื่อจำเลยกับพวกได้ปล้นทรัพย์ของ ก. รายหนึ่งแล้ว จำเลยได้ร่วมทางไปกับพวกโจรที่ไปปล้นมาด้วยกัน แล้วไปพบ ค.เดินสวนทางมา พวกโจรในกลุ่มที่ไปด้วยกันกับจำเลยได้พูดว่า เร็วอ้ายเสือและบังคับให้ ค.หยุด แล้วพวกโจรนั้นเองได้เข้าแย่งเอาปืนและทรัพย์อื่นของ ค.ไปต่อหน้าจำเลยซึ่งยืนอยู่ห่างเพียง 2 วาเมื่อได้ทรัพย์ของ ค.แล้ว ก็พาหนีไปพร้อมกับจำเลย พฤตติการณ์ต่าง ๆ แสดงว่า จำเลยได้สมคบในการปล้นทรัพย์ของ ค.อีกกะทงหนึ่งด้วย.