คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในทางทุจริต บังคับให้ได้ทรัพย์สินโดยมิชอบ ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
จำเลยที่ 1-2 เป็นพลตำรวจ ได้สมคบกันไปจับผู้เสียหายมา 2 คน บอกว่าสงสัยว่าลักควายของจำเลยที่ 3 และใส่กุญแจมือพามาบ้านจำเลยที่ 4 ในระหว่างเดินทาง จำเลยที่ 1 ได้เอาปืนยาวตีศีรษะผู้เสียหายให้เอาเงินมาคนละ 300 บาท ถ้าไม่ให้จะฆ่าทิ้งเสียในคืนนี้ ผู้เสียหายยอมรับจะให้คนละ 250 บาท แต่เวลานั้นยังไม่มีเงิน จำเลยจึงบอกให้ผู้เสียหายขายควายและให้เอาเรือน ที่บ้านและไร่ยาสูบขายฝากผู้อื่นไว้แล้วจำเลยที่ 1 ก็รับเอาเงินที่ขายควายและขายฝากเรือน ที่บ้านและไร่ยาสูบไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 270 และมาตรา 136 ฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต หาใช่เป็นการปล้นทรัพย์ เพราะมิใช่การขู่เข็ญชิงเอาทรัพย์ไปจากความครอบครองของเจ้าทรัพย์ หากแต่เป็นการที่จำเลยบังคับให้เขาให้หรือให้เขาหาทรัพย์ หรือผลประโยชน์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายมาให้แก่ตัวมันโดยมันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่บังคับโดยทางอันมิชอบ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 268,270,301 แต่ข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสมว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 270,136 แต่โจทก์อ้างบทหรือมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตนเองจากการถูกทำร้าย: การกระทำที่ไม่เกินสมควรแก่เหตุ
จำเลยเป็นหัวหน้าควบคุมเหมืองฝาย มีหน้าที่แบ่งปันน้ำในเหมืองเฉลี่ยให้ตามนาต่าง ๆ ผู้ตายลักกั้นน้ำเข้านา จำเลยไปห้ามผู้ตายไม่เชื่อฟัง เกิดเถียงกัน แล้วจำเลยเดินหนี ผู้ตายตามไปทำร้ายจำเลย ๆ จึงทำตอบแทนจำเลยมีบาดแผล 3 แห่ง ถูกของมีคม แม้จะปรากฎว่าผู้ตายถูกทำร้ายเหมือนกันหลายแห่ง แต่ก็ปรากฎว่าผู้ตายได้ใช้มีดทำร้ายจำเลยหลายครั้ง จำเลยมีอำนาจกระทำป้องกันได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย: การกระทำเพื่อตอบโต้การทำร้ายของผู้อื่น
จำเลยเป็นหัวหน้าควบคุมเหมืองฝาย มีหน้าที่แบ่งปันน้ำในเหมืองเฉลี่ยให้ตามนาต่างๆ ผู้ตายลักกั้นน้ำเข้านาจำเลยไปห้ามผู้ตายไม่เชื่อฟังเกิดเถียงกันแล้วจำเลยเดินหนี ผู้ตายตามไปทำร้ายจำเลย จำเลยจึงทำตอบแทนจำเลยมีบาดแผล 3 แห่ง ถูกของมีคมแม้จะปรากฏว่าผู้ตายถูกทำร้ายเหมือนกันหลายแห่ง แต่ก็ปรากฏว่าผู้ตายได้ใช้มีดทำร้ายจำเลยหลายครั้งจำเลยมีอำนาจกระทำป้องกันได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกัน ไม่เกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีเกี่ยวข้องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: ผู้ดูแลแทนเจ้าของไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าของที่ดินให้โจทก์อาศัยทำกินในที่ดิน จำเลยมาขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำนาในที่ดินนี้ ขอให้สั่งห้ามจำเลยไม่ให้มาเกี่ยวข้อง ดังนี้ สิทธิครอบครองที่ดินยังคงอยู่แก่เจ้าของ โจทก์เป็นได้อย่างมากก็เพียงผู้ยึดถือไว้ให้อยู่ในฐานผู้แทนผู้ครอบครองตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1381 เท่านั้น โจทก์ไม่มีทรัพย์สิทธิอย่างใดในที่ดินนั้น เมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับที่ดิน: ผู้ครอบครองแทนเจ้าของไม่มีสิทธิฟ้องร้องกันเอง
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าของที่ดินให้โจทก์อาศัยทำกินในที่ดินจำเลยมาขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำนาในที่ดินนี้ ขอให้สั่งห้ามจำเลยไม่ให้มาเกี่ยวข้องดังนี้ สิทธิครอบครองที่ดินยังคงอยู่แก่เจ้าของ โจทก์เป็นได้อย่างมากก็เพียงผู้ยึดถือไว้ให้อยู่ในฐานผู้แทนผู้ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381เท่านั้น โจทก์ไม่มีทรัพย์สิทธิอย่างใดในที่ดินนั้น เมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับชำระหนี้จากเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้โดยอาศัยบุริมสิทธิ ต้องเปิดโอกาสให้โจทก์คัดค้านก่อน
การร้องขอบังคับชำระหนี้เอาจากเงินที่ขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิ ให้ศาลเอาเงินที่ได้มานั้นชำระให้แก่ผู้ร้องก่อนโจทก์ตามความใน ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 289 คำร้องเช่นนี้ต้องด้วยมาตรา 21(2) ซึ่งห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ โดยมิให้โจทก์มีโอกาศคัดค้านก่อน
ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจ่ายเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยอาศัยอำนาจบุริมสิทธิ ศาลได้จดรายงานไว้แต่เพียงว่า โจทก์และผู้ร้องต่างแถลงโต้แย้งกันว่า ตนควรได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการ ขายทอดตลาดแต่ฝ่ายเดียว แล้วศาลก็สั่งว่าให้รอฟังคำสั่งต่อไป และมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องในวันเดียวกันนั้น ดังนี้แสดงให้เห็นว่า ศาลมีคำสั่งในกรณีนี้โดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องนั้นแต่ประการใด จึงสมควรที่ศาลสูงจะเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวเสีย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับชำระหนี้จากเงินขายทรัพย์สิน: ศาลต้องไต่สวนและให้โอกาสคัดค้านก่อนมีคำสั่ง
การร้องขอบังคับชำระหนี้เอาจากเงินที่ขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิ ให้ศาลเอาเงินที่ได้มานั้นชำระให้แก่ผู้ร้องก่อนโจทก์ตามความใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 คำร้องเช่นนี้ต้องด้วยมาตรา 21(2) ซึ่งห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้นๆ โดยมิให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านก่อน
ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจ่ายเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยอาศัยอำนาจบุริมสิทธิ ศาลได้จดรายงานไว้แต่เพียงว่าโจทก์และผู้ร้องต่างแถลงโต้แย้งกันว่า ตนควรได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแต่ฝ่ายเดียว แล้วศาลก็สั่งว่าให้รอฟังคำสั่งต่อไป และมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องในวันเดียวกันนั้น ดังนี้ แสดงให้เห็นว่า ศาลมีคำสั่งในกรณีนี้โดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องนั้นแต่ประการใดจึงสมควรที่ศาลสูงจะเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวเสีย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องผิดวันทางจันทรคติไม่ทำให้ฟ้องตก หากวันสุริยคติถูกต้องและจำเลยให้การยืนยันวันจันทรคติที่ถูกต้อง
โจทก์ฟ้องหาจำเลยอ้างวันทางสุริยคติถูกต้อง เป็นแต่เทียบวันทางจันทรคติผิดไป และจำเลยให้การเรื่องวันจันทรคติถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว จะถือเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเทียบวันเกิดเหตุในฟ้องคดีอาญา หากวันสุริยคติถูกต้อง แม้เทียบวันจันทรคติผิด ก็ไม่ถือเป็นเหตุให้ยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องหาจำเลยอ้างวันทางสุริยคติถูกต้อง เป็นแต่เทียบวันทางจันทรคติผิดไป และจำเลยให้การเรื่องวันจันทรคติถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว จะถือเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2489 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ทางพิจารณาพะยานให้การว่าวันเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนยี่ และจำเลยก็ให้การเรื่องวันทางจันทรคติตรงกับความจริง ดังนี้ไม่ถือว่าฟ้องผิดวัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แบบพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาตัดสินเกินประเด็น
คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่าพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่จำเลยอ้าง จะเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1658หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พินัยกรรมฉบับนี้ตกเป็นโมฆะในฐานะเป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง แต่สมบูรณ์ในฐานะเป็นพินัยกรรมธรรมดาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 136 ดังนี้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน เพราะคู่ความมิได้แถลงว่าถ้าพินัยกรรมฉบับนี้ไม่เป็นพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ก็ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าจะเข้าแบบสมบูรณ์ เป็นพินัยกรรมอย่างอื่นหรือไม่
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองมีปลัดอำเภอลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานรับรองพินัยกรรมอีกฐานะหนึ่งกับมีนายสุดเซ็นเป็นพยานอีกคนหนึ่ง เมื่อตัดชื่อนายสุวัธน์ออกจากฐานะเป็นพยาน โดยเหตุที่เป็นกรมการอำเภอผู้กระทำกิจการตามหน้าที่ราชการแล้ว ก็คงเหลือแต่นายสุดผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นพยานแต่เป็นผู้ที่ได้รับรู้การแจ้งความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมต่อกรมการอำเภอพยานขาดจำนวนไปคนหนึ่งจึงไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะในฐานะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง
of 260