พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,117 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน และการใช้ใบมอบอำนาจ
ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนไปทำสัญญาในนามของห้างหุ้นส่วนห้างหุ้นส่วนย่อมมีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญานั้นได้ ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนนั้นแม้ตั้งผู้จัดการไว้สองคน ผู้จัดการแต่ละคนก็มีอำนาจจัดการได้ตามลำพัง ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนไปทำสัญญาในนามของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ตกอยู่ในบังคับ มาตรา 801,804แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลไม่สงสัยความแท้จริงของใบมอบอำนาจให้ฟ้องความและอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่คัดค้านความแท้จริง ดังนี้ ไม่ต้องทำตามแบบใน มาตรา 47แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนและข้อกำหนดเรื่องตัวแทน
ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทเบียนไปทำสัญญาไนนามของห้างหุ้นส่วน ๆ ย่อมมีอำนาดฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญานั้นได้
ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทเบียนนั้นแม้ตั้งผู้จัดการไว้สองคน ผู้จัดการแต่ละคนก็มีอำนาดจัดการได้ตามลำพัง
ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญจดทเบียนไปทำสัญญาไนนามของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ตกหยู่ไนบังคับ ม. 801,804 แห่งประมวนแพ่งฯ
สาลไม่สงสัยความแท้จิงของไบมอบอำนาดไห้ฟ้องความและอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่คัดค้านความแท้จิงดังนี้ ไม่ต้องทำตามแบบไน ม. 47 แห่ง ป.ม.วิธีพิจารนาความแพ่ง.
ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทเบียนนั้นแม้ตั้งผู้จัดการไว้สองคน ผู้จัดการแต่ละคนก็มีอำนาดจัดการได้ตามลำพัง
ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญจดทเบียนไปทำสัญญาไนนามของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ตกหยู่ไนบังคับ ม. 801,804 แห่งประมวนแพ่งฯ
สาลไม่สงสัยความแท้จิงของไบมอบอำนาดไห้ฟ้องความและอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่คัดค้านความแท้จิงดังนี้ ไม่ต้องทำตามแบบไน ม. 47 แห่ง ป.ม.วิธีพิจารนาความแพ่ง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดฐานไม่ขึ้นทะเบียนทหารเป็นความผิดเฉพาะครั้งนั้น แม้มีประกาศขยายเวลา แต่หากกระทำผิดก่อนหน้าประกาศก็ยังคงเป็นความผิด
ความผิดฐานไม่ไปขึ้นทะเบียนทหารภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้โดยไม่มีข้อแก้ตัวตามกฎหมายนั้น เกิดขึ้นในขณะที่ละเลยไม่ไปขึ้นทะเบียนภายในกำหนดของกฎหมาย ครั้งเดียวมิได้เป็นความผิดต่อเนื่องเรื่อยๆ มา ประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงวันที่ 28 ธ.ค.2483ที่ให้ยืดกำหนดเวลาขึ้นทะเบียนทหารตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร (ฉบับที่ 3) 2483 มาตรา 17 ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2484 นั้น มีผลเพียงไม่ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการว่าจำเลยกระทำผิดเท่านั้น ฉะนั้นหากจำเลยกระทำผิดไว้แล้วก็ต้องถือว่า การกระทำผิดของจำเลยมีอยู่อย่างเดิม มิใช่เพิ่งกระทำผิดเมื่อพ้นกำหนดประกาศของรัฐมนตรี จำเลยไม่ขึ้นทะเบียนทหารเป็นความผิดเมื่อ วันที่ 1 ก.พ. แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดวันที่ 1 มี.ค. ดังนี้แม้จำเลยรับสารภาพก็ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 669/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันตัวเกินสมควร: การโต้เถียงด้วยมีดและการบาดเจ็บ
จำเลยเป็นบุตรคนโตของผู้ตาย ผู้ตายได้ไล่ให้จำเลยพาลูกเมียไปอยู่ที่อื่น จำเลยไม่ยอมไปผู้ตายจึงหยิบมีดโต้ลุกขึ้นยืนจำเลยก็หยิบมีดเล่มหนึ่งลุกขึ้นยืนเหมือนกัน ผู้ตายได้ฟันมาก่อนถูกเสาระเบียงเรือน จำเลยได้ฟันตอบไปบ้างถูกผู้ตายที่คอข้างซ้ายหลอดคอขาดหนังติดอยู่ข้างขวาประมาณ 3 นิ้วการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 669/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเกินสมควรทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
พรึติการน์ที่ไม่ถือว่าเปนการป้องกันตัวพอสมควนแก่เหตุ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกู้เงินดอกเบี้ยเกินอัตรา: ผู้กู้ไม่เป็นผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
ในเรื่องกู้เงินเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรานั้น ไม่นับว่าผู้กู้เป็นผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจฟ้อง (อ้างฎีกาที่ 1015/2479)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินหวงห้าม: ผลกระทบของการประกาศหวงห้ามซ้ำและการสิทธิของเจ้าหน้าที่
การเข้าครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งมีกดหมายกำหนดเขตหวงห้ามไว้ พายหลังวันไช้กดหมายนั้นได้ชื่อว่าเข้าครอบครองที่ดินอันเปนสาธารนะสมบัติของแผ่นดินโดยมิได้รับอนุญาต
การที่มีกดหมายถานการหวงห้ามที่ดินซึ่งได้เคยมีกดหมายหวงห้ามไว้แล้วเพื่อประโยชน์หย่างหนึ่งแต่ไนวันเดียวกันนั้นเอง ได้มีกดหมายหวงห้ามที่ดินนั้น+เพื่อประโยชน์อีกหย่างหนึ่ง เช่นนี้ถือได้ว่าที่ดินนั้นเปนที่ดินหวงห้ามตลอดมาแต่ต้น ไม่มีการยกเลิกการหวงห้ามประการได
พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครอบชีพ พ.ส. 2485 ซึ่งยกเลิก พ.ร.บ.จัดตั้งสหกรน์นิคม พ.ส. 2463 มิได้ยกเลิกสิทธิฟ้องร้องคดีของอธิบดีกรมสหกรน์ซึ่งเปนเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาดตามพรราชกริสดีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินไนท้องที่จังหวัดเชียงไหม่ พ.ส. 2480 แต่อย่างได
การที่มีกดหมายถานการหวงห้ามที่ดินซึ่งได้เคยมีกดหมายหวงห้ามไว้แล้วเพื่อประโยชน์หย่างหนึ่งแต่ไนวันเดียวกันนั้นเอง ได้มีกดหมายหวงห้ามที่ดินนั้น+เพื่อประโยชน์อีกหย่างหนึ่ง เช่นนี้ถือได้ว่าที่ดินนั้นเปนที่ดินหวงห้ามตลอดมาแต่ต้น ไม่มีการยกเลิกการหวงห้ามประการได
พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครอบชีพ พ.ส. 2485 ซึ่งยกเลิก พ.ร.บ.จัดตั้งสหกรน์นิคม พ.ส. 2463 มิได้ยกเลิกสิทธิฟ้องร้องคดีของอธิบดีกรมสหกรน์ซึ่งเปนเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาดตามพรราชกริสดีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินไนท้องที่จังหวัดเชียงไหม่ พ.ส. 2480 แต่อย่างได
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินหวงห้าม: การเข้าครอบครอง, ผลของการถอน/หวงห้ามซ้ำ, และสิทธิฟ้องร้อง
การเข้าครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งมีกฎหมายกำหนดเขตหวงห้ามไว้ภายหลังวันใช้กฎหมายนั้นได้ชื่อว่าเข้าครอบครองที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยมิได้รับอนุญาต การที่มีกฎหมายถอนการหวงห้ามที่ดินซึ่งได้เคยมีกฎหมายหวงห้ามไว้แล้วเพื่อประโยชน์อย่างหนึ่ง แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง ได้มีกฎหมายหวงห้ามที่ดินนั้นอีกเพื่อประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง เช่นนี้ถือได้ว่าที่ดินนั้นเป็นที่ดินหวงห้ามตลอดมาแต่ต้น ไม่มีการยกเลิกการหวงห้ามประการใด พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพพ.ศ.2485 ซึ่งยกเลิกพ.ร.บ.จัดตั้งสหกรณ์นิคม พ.ศ.2483. มิได้ยกเลิกสิทธิฟ้องร้องคดีของอธิบดีกรมสหกรณ์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2480 แต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลอุทธรณ์ในการวินิจฉัยค่าบำเหน็จนำจับ และข้อจำกัดในการบังคับคดีตามสัญญา
ในกรณีที่จำเลยอุทธรณ์ขอลดค่าบำเหน็จนำจับนั้นศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ในเรื่องบำเหน็จนำจับถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โจทก์ฟ้องเรื่องบำเหน็จนำจับโดยกล่าวว่าเจ้าพนักงานสัญญาจะจ่ายเงินให้แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ท้ายฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้ตามแต่ศาลจะเห็นสมควรนั้น ถือว่าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลไม่บังคับให้จำเลยใช้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกค่าบำเหน็ดนำจับ: การกำหนดจำนวนเงินที่ชัดเจนในคำฟ้องและการอาศัยอำนาจตามกฎหมาย
ไนกรนีที่จำเลยอุธรน์ขอลดค่าบำเหน็ดนำจับนั้นสาลอุธรน์มีอำนาดวินิฉัยว่า ฟ้องของโจทไนเรื่องบำเหน็ดนำจับถูกต้องตามกดหมายหรือไม่
โจทฟ้องเรื่องบำเหน็ดนำจับโดยกล่าวว่าเจ้าพนักงานสัญญาจะจ่ายเงินไห้แล้วแต่สาลจะเห็นสมควนท้ายฟ้องขอไห้สาลบังคับไห้จำเลยไช้ตามแต่สาลจะเห็นสมควนนั้น ถือว่าเปนการไม่ชอบด้วยกดหมายสาลไม่บังคับไห้จำเลยไช้.
โจทฟ้องเรื่องบำเหน็ดนำจับโดยกล่าวว่าเจ้าพนักงานสัญญาจะจ่ายเงินไห้แล้วแต่สาลจะเห็นสมควนท้ายฟ้องขอไห้สาลบังคับไห้จำเลยไช้ตามแต่สาลจะเห็นสมควนนั้น ถือว่าเปนการไม่ชอบด้วยกดหมายสาลไม่บังคับไห้จำเลยไช้.