พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2515 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต้องมีเหตุพิเศษ มิใช่ความล่าช้าของผู้ร้องเอง
การขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 23 นั้น ศาลจะสั่งขยายได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยอ้างเหตุว่ายังคัดคำพยานและเอกสารไม่หมด เพิ่งคัดไปได้ เพียงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากคำให้การและเอกสารมากมาย เมื่อปรากฏว่าคดีมิได้มีถ้อยคำสำนวนมากมายใหญ่โตเป็นพิเศษจนถึงกับจะเป็นเหตุให้ตรวจและทำคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ทันในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งการคัดไม่เสร็จเกิดจากเหตุที่เพิกเฉยไม่รีบจัดการเสียแต่เมื่อฟังคำพิพากษา มิใช่เพราะถ้อยคำสำนวนมากมายจนคัดไม่ทันดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ศาลจะสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปให้ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1095/2507)
ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยอ้างเหตุว่ายังคัดคำพยานและเอกสารไม่หมด เพิ่งคัดไปได้ เพียงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากคำให้การและเอกสารมากมาย เมื่อปรากฏว่าคดีมิได้มีถ้อยคำสำนวนมากมายใหญ่โตเป็นพิเศษจนถึงกับจะเป็นเหตุให้ตรวจและทำคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ทันในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งการคัดไม่เสร็จเกิดจากเหตุที่เพิกเฉยไม่รีบจัดการเสียแต่เมื่อฟังคำพิพากษา มิใช่เพราะถ้อยคำสำนวนมากมายจนคัดไม่ทันดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ศาลจะสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปให้ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1095/2507)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขยายเวลาอุทธรณ์: พฤติการณ์พิเศษต้องมีเหตุผลที่สมควรและไม่ประมาทเล่าช้า
การขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 นั้น ศาลจะสั่งขยายได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยอ้างเหตุว่ายังคัดคำพยานและเอกสารไม่หมด เพิ่งคัดไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากคำให้การและเอกสารมากมาย เมื่อปรากฏว่าคดีมิได้มีถ้อยคำสำนวนมากมายใหญ่โตเป็นพิเศษจนถึงกับจะเป็นเหตุให้ตรวจและทำคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ทันในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งการคัดไม่เสร็จเกิดจากเหตุที่เพิกเฉยไม่รีบจัดการเสียแต่เมื่อฟังคำพิพากษามิใช่เพราะถ้อยคำสำนวนมากมายจนคัดไม่ทันดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ศาลจะสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปให้ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1095/2507)
ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยอ้างเหตุว่ายังคัดคำพยานและเอกสารไม่หมด เพิ่งคัดไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากคำให้การและเอกสารมากมาย เมื่อปรากฏว่าคดีมิได้มีถ้อยคำสำนวนมากมายใหญ่โตเป็นพิเศษจนถึงกับจะเป็นเหตุให้ตรวจและทำคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ทันในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งการคัดไม่เสร็จเกิดจากเหตุที่เพิกเฉยไม่รีบจัดการเสียแต่เมื่อฟังคำพิพากษามิใช่เพราะถ้อยคำสำนวนมากมายจนคัดไม่ทันดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ศาลจะสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปให้ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1095/2507)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2515 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำตายของผู้ถูกยิงเป็นพยานหลักฐานสำคัญบ่งชี้ตัวผู้กระทำผิดได้
ผู้ตายถูกยิงที่หน้าอกและแขนยังไม่ตายทันที ร้องโอยๆและว่าปวดแขนเหลือเกิน และได้พูดต่อหน้าพยานโดยระบุชื่อจำเลยว่าเป็นคนทำร้าย ขอให้ตั้งไว้อย่าให้นอนในตอนหามลงเรือ และพูดว่าตายแน่ คำของผู้ตายที่ระบุว่าจำเลยเป็นคนทำร้ายนี้รับฟังได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำตายของผู้ถูกยิงเป็นพยานหลักฐานสำคัญรับฟังได้
ผู้ตายถูกยิงที่หน้าอกและแขนยังไม่ตายทันที ร้องโอยๆและว่าปวดแขนเหลือเกิน และได้พูดต่อหน้าพยานโดยระบุชื่อจำเลยว่าเป็นคนทำร้าย ขอให้ตั้งไว้อย่าให้นอนในตอนหามลงเรือ และพูดว่าตายแน่ คำของผู้ตายที่ระบุว่าจำเลยเป็นคนทำร้ายนี้รับฟังได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2515 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกฟ้องคดีฉ้อโกงเนื่องจากศาลอุทธรณ์ไม่พบเจตนาทุจริต แม้โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาไม่วินิจฉัย
ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาไม่มีทางเอาผิดแก่จำเลยได้แล้วปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาขึ้นมา ก็ไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย (อ้างฎีกาที่ 321/2502)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทุจริตเป็นสาระสำคัญในการพิพากษาคดีฉ้อโกง หากไม่มีเจตนาทุจริต แม้จะบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบ ก็ไม่มีความผิด
ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาไม่มีทางเอาผิดแก่จำเลยได้แล้วปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาขึ้นมา ก็ไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย (อ้างฎีกาที่ 321/2502)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กำหนดระยะเวลาฎีกา คดีอาญา การสละสิทธิฎีกา และผลของการสิ้นสุดคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะข้อที่ให้นับโทษต่อจากคดีอื่น แต่คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปีดังนี้ เป็นคดีที่ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ในคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 นั้นมิได้ห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แม้คู่ความจะมิได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายมาก่อนก็ยังอาจมีข้อกฎหมายที่จะฎีกาได้ภายในกำหนดฎีกา การที่จำเลยแสดงเจตนาสละสิทธิที่จะฎีกาต่อไปก็จะถือว่าคดีของจำเลยถึงที่สุดเด็ดขาด ย้อนหลังไปนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หาได้ไม่
ในคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 นั้นมิได้ห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แม้คู่ความจะมิได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายมาก่อนก็ยังอาจมีข้อกฎหมายที่จะฎีกาได้ภายในกำหนดฎีกา การที่จำเลยแสดงเจตนาสละสิทธิที่จะฎีกาต่อไปก็จะถือว่าคดีของจำเลยถึงที่สุดเด็ดขาด ย้อนหลังไปนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2515 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157) ต้องมีพฤติการณ์แจ้งความเท็จ หรือกระทำการทุจริตต่อหน้าที่
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 จอข้อความเท็จลงในเอกสารการซื้อขายที่ดินและจำเลยทั้งสองไม่ได้สมคบกันอ้างหรือใช้เอกสารดังกล่าว ทั้งจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานก็ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ซึ่งจะลงโทษจำเลยในฐานความผิดนี้ไม่ได้อยู่แล้ว ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์ต่อไปอีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องอาญามาตรา 157 ต้องมีพฤติกรรมเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ/ทุจริต หากไม่มีพฤติการณ์ดังกล่าว แม้ฟ้องใช้ได้ก็ลงโทษไม่ได้
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 จดข้อความเท็จลงในเอกสารการซื้อขายที่ดิน และจำเลยทั้งสองไม่ได้สมคบกันอ้างหรือใช้เอกสารดังกล่าว ทั้งจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานก็ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ซึ่งจะลงโทษจำเลยในฐานความผิดนี้ไม่ได้อยู่แล้ว ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์ต่อไปอีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ดุลพินิจศาลในการอนุญาตเลื่อนคดีเด็กและเยาวชน: เหตุผลสมควรและความบกพร่องของโจทก์
แม้ข้อความในตอนต้นของมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 จะได้บัญญัติไว้ว่า การพิจารณาของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนให้พยายามทำโดยไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาโดยเคร่งครัดก็ตาม แต่การที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีไปได้หรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพึงสั่งตามพฤติการณ์ที่เห็นสมควรเป็นราย ๆ ไป เมื่อพฤติการณ์ที่โจทก์แสดงมาไม่มีเหตุสมควรที่จะให้เลื่อนคดีไป ศาลก็ชอบที่จะสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีได้