คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.อ. ม. 15

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,044 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ละเมิดอำนาจศาล: ศาลลงโทษทันทีได้ไม่ต้องสอบสวน หากใช้บทบัญญัติ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 31, 33
การหมิ่นประมาทศาลในเวลาพิจารณาคดีนั้น เมื่อศาลมีคำสั่งลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 31,33 เท่านั้นก็ไม่จำต้องสอบสวนก่อน ศาลลงโทษไปได้ทันที ทีเดียวได้
กรณีละเมิดอำนาจศาลนั้นป.ม.วิ.อาญามิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะฉะนั้นโดยอาศัย ป.ม.วิ.อาญามาตรา 15 จึงนำบทบัญญัติ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 31,33,ว่าด้วยละเมิดอำนาจศาลมาใช้บังคับได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ละเมิดอำนาจศาล: ศาลลงโทษทันทีได้หากเป็นการหมิ่นประมาทในระหว่างพิจารณาคดี และไม่จำเป็นต้องสอบสวน
การหมิ่นประมาทศาลในเวลาพิจารณาคดีนั้น เมื่อศาลมีคำสั่งลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31,33 เท่านั้นก็ไม่จำต้องสอบสวนก่อน ศาลลงโทษไปได้ทันที ทีเดียวได้
กรณีละเมิดอำนาจศาล นั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะฉะนั้นโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 จึงนำบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31,33ว่าด้วยละเมิดอำนาจศาลมาใช้บังคับได้
(เทียบฎีกา 256/2483 ในเรื่องฟ้องฎีกาข้อเท็จจริง)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1371-1372/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสามารถในการฟ้องคดีของผู้เยาว์และการแก้ไขความบกพร่องของคู่ความโดยศาล
ผู้เสียหายและอัยการต่างเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยหาว่าพยายามฆ่าผู้เสียหายขอให้ลงโทษ คนละสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมา โดยพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์แม้จะปรากฎในชั้นอุทธรณ์ว่า ขณะฟ้องผู้เสียหายยังเป็นผู้เยาว์อายุ 19 ปี ไม่มีสิทธิที่จะดำเนินคดีได้โดยลำพังตนเองก็ดี ศาลย่อมให้โอาศแก่คู่ความฝ่ายที่บกพร่องในความสามารถแก้ไขความบกพร่องนั้น หรือศาลช่วยแก้ไขให้เสียเองก็ได้ แต่เมื่อไม่มีการแก้ไข และระยะเวลาล่วงเลยมาถึงขณะที่ศาลอุทธรณ์ฎีกากำลังพิจารณาคดีอยู่ ผู้เสียหายได้เป็นผู้ใหญ่และบรรลุนิติภาวะแล้ว ปัญหาเรื่องบกพร่องในความสามารถของผู้เสียหายโจทก์จึงหมดสิ้นไปและอัยการก็ได้เป็นโจทก์ฟ้องอยู่ด้วยสำนวนหนึ่ง ศาลก็ได้พิจารณาอยู่แล้วดังนี้ ศาลไม่ชอบที่จะยกฟ้องสำนวนที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์เพราะเหตุดังกล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1190/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องแทนผู้เยาว์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลแก้ไขข้อบกพร่องได้ตามมาตรา 56
ป้าเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาแทนหลาน ซึ่งเป็นผู้เยาว์โดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย จนศาลสืบพยานโจทก์ไปหมดแล้วจึงปรากฏว่าป้าไม่มีสิทธิฟ้อง ดังนี้ พึงถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติบกพร่องในเรื่องความสามารถ ถ้าศาลเห็นว่า เพื่อเป็นความยุติธรรมศาลย่อมมีอำนาจที่จะสั่งแก้ไขข้อบกพร่องนั้นได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 คือสั่งตั้งผู้แทนโดยชอบธรรมเฉพาะคดีให้แก่ผู้เยาว์โดยมีผู้ขอเข้ามาหรือศาลจะพิจารณาตั้งเองดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 วรรคสี่แล้วพิจารณาคดีในข้อหาของโจทก์ต่อไปก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิอุทธรณ์คดีอาญา แม้มีการยื่นคำร้องไม่ขออุทธรณ์ และอุทธรณ์เกินกำหนดเวลา
แม้จำเลยในคดีอาญาได้ยื่นคำร้องให้ถ้อยคำไม่ขออุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วกลับยื่นอุทธรณ์ในภายหลังก็ดี ก็หามีกฎหมายใดที่ตัดสิทธิห้ามอุทธรณ์ ศาลจึงรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ตามกฎหมาย
จำเลยในคดีอาญา ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาเห็นมีเหตุผลสมควรที่จะยืดอายุความอุทธรณ์ให้และสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ ก็ย่อมเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676-1677/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ รวมสำนวนคดีอาญาและพิจารณาโทษฐานสมรู้ร่วมคิด แม้ลงโทษฐานตัวการแต่ศาลอุทธรณ์แก้ไขเป็นสมรู้ร่วมคิดได้
คดี 2 สำนวน ทั้งโจทก์และจำเลยจะต่างคนกัน ทั้งสองสำนวนแต่เป็นเรื่องกรณีเดียวกัน แม้ศาลสืบพยานแต่ละสำนวนกัน ก็พิพากษารวมกันได้ตามอำนาจใน ป.ม.วิ.อาญามาตรา 15 ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 28
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการในการจัดให้มีการเล่นการพะนันโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อปรากฎว่าเป็นเพียงผู้ทำไพ่ และคนไพ่อันเป็นการอุปการะแก่การกระทำผิดรายนี้ศาลก็ย่อมลงโทษฐานสมรู้ได้ตามนัยฎีกาที่ 205/2483 , 214/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676-1677/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ รวมสำนวนคดีเดียวกัน แม้สืบพยานแยกกัน ศาลลงโทษฐานสมรู้ร่วมคิดได้
คดี 2 สำนวน ทั้งโจทก์และจำเลยจะต่างคนกัน ทั้งสองสำนวนแต่เป็นเรื่องกรณีเดียวกัน แม้ศาลสืบพยานแต่ละสำนวนกัน ก็พิพากษารวมกันได้ตามอำนาจในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 28
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการในการจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อปรากฏว่าเป็นเพียงผู้ทำไพ่ และคนไพ่อันเป็นการอุปการะแก่การกระทำผิดรายนี้ ศาลก็ย่อมลงโทษฐานสมรู้ได้ ตามนัยฎีกาที่205/2483,214/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1660/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดสืบพยานจำเลยและการรวบรัดตัดสินคดี ศาลอุทธรณ์ต้องรอการสืบพยานจำเลยให้สิ้นสุดก่อน
ในคดีอาญา เมื่อศาลชั้นต้นเชื่อข้อต่อสู้ของจำเลยแล้ว จึงให้งดสืบพยานจำเลยต่อไปแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์เสียดังนี้ เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อข้อต่อสู้ของจำเลย ก็จะรวบรัดตัดสินลงโทษจำเลยไปยังไม่ชอบ เพราะจำเลยยังสืบพยานไม่หมด ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยเสียให้สิ้นกระแสความก่อนแล้วศาลอุทธรณ์จึงจะวินิจฉัยตัดสินคดีต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1660/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสืบพยานจำเลย: ศาลอุทธรณ์ต้องรอการสืบพยานจำเลยให้ครบถ้วนก่อนตัดสินคดี
ในคดีอาญา เมื่อศาลชั้นต้นเชื่อข้อต่อสู้ของจำเลยแล้ว จึงให้งดสืบพยานจำเลยต่อไปแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์เสียดังนี้ เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์ ๆ ไม่เชื่อข้อต่อสู้ของจำเลย ก็จะรวบรัดตัดสินลงโทษจำเลยไปยังไม่ชอบ เพราะจำเลยยังสืบพยานไม่หมด ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยเสียให้สิ้นกระแสร์ความก่อน แล้วศาลอุทธรณ์จึงจะวินิจฉัยตัดสินคดีต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลตรวจสถานที่เกิดเหตุหลังสืบพยานเสร็จ: ศาลมีอำนาจพิจารณาหลักฐานจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุได้ แม้ขอหลังสืบพยาน
ศาลไปตรวจที่เกิดเหตุตามคำขอของจำเลย แม้จำเลยจะขอเมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จจนแถลงหมดพยานแล้ว ก็ดี ศาลก็มีอำนาจรับฟังการตรวจสถานที่เกิดเหตุมาวินิจฉัยคดี ได้
of 205