พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยินยอมไม่ติดใจว่ากล่าวหลังทำสัญญาซื้อฝากแล้ว แม้มีการยักยอกก่อนหน้า สิทธิเรียกร้องย่อมระงับ
จำเลยได้ทำใบรับเงินให้แก่ผู้เสียหาย 1 ฉบับ มีข้อความว่าจำเลยได้รับเงินจากผู้เสียหาย 1 หมื่นบาทเพื่อซื้อแร่จากจังหวัดยะลามาให้ผู้เสียหายแล้วจำเลยได้กลับมาแจ้งแก่ผู้เสียหายว่าได้เอาเงิน 7000 บาท ไปวางมัดจำสำหรับทำสัญญาซื้อแร่ และได้นำเงินที่เหลือมาคืน ต่อมาจำเลยจึงได้ทำสัญญาขายฝากโรงงานถลุงแร่ของจำเลยแก่ผู้เสียหายจำนวนราคาขายฝากให้ถือเอาหลักฐานที่จำเลยทำไว้กับผู้เสียหาย คือสัญญากู้ยืม และรับเงินรวม 3 ฉบับและเงินจำนวน 1 หมื่นบาทดังกล่าวข้างต้นได้รวมอยู่เป็นค่าซื้อฝากโรงงานด้วย หลังจากทำสัญญาขายฝากแล้วผู้เสียหายจึงได้ทราบว่า จำเลยยักยอกเอาเงิน 7000 บาทซึ่งอ้างว่าไปวางมัดจำซื้อแร่นั้น เอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย
การที่ผู้เสียหายตกลงทำสัญญากับจำเลยเอาเงินที่หาว่าจำเลยยักยอกไปรวมเป็นราคาค่าซื้อฝากของโรงงานของจำเลยเสร็จไปแล้วนั้น ผู้เสียหายจะกลับรื้อฟื้นขึ้นมาว่ากล่าวฟ้องร้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทางแพ่งขอให้คืนเงินรายนี้หรือทางอาญาขอให้ลงโทษฐานยักยอก เพราะการตกลงกับจำเลยดังกล่าวข้างต้นนั้น มีผลเป็นการยินยอมไม่ติดใจว่ากล่าวในเงินรายนี้แล้ว
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในท้องสำนวนศาลฎีกาไม่จำต้องถือตามและมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 24/2491)
การที่ผู้เสียหายตกลงทำสัญญากับจำเลยเอาเงินที่หาว่าจำเลยยักยอกไปรวมเป็นราคาค่าซื้อฝากของโรงงานของจำเลยเสร็จไปแล้วนั้น ผู้เสียหายจะกลับรื้อฟื้นขึ้นมาว่ากล่าวฟ้องร้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทางแพ่งขอให้คืนเงินรายนี้หรือทางอาญาขอให้ลงโทษฐานยักยอก เพราะการตกลงกับจำเลยดังกล่าวข้างต้นนั้น มีผลเป็นการยินยอมไม่ติดใจว่ากล่าวในเงินรายนี้แล้ว
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในท้องสำนวนศาลฎีกาไม่จำต้องถือตามและมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 24/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการงดสืบพยานเมื่อพยานตรงกับที่รับกันแล้วในคดีอาญา
เมื่อปรากฏว่า พยานที่จำเลยขอให้ส่งประเด็นไปสืบนั้นตรงตามที่รับกันแล้ว ศาลมีอำนาจสั่งงดไม่สืบเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการงดพยานบุคคลเมื่อข้อเท็จจริงตรงกันกับที่รับสารภาพ
เมื่อปรากฏว่า พยานที่จำเลยขอให้ส่งประเด็นไปสืบนั้น ตรงตามที่รับกันแล้ว ศาลมีอำนาจสั่งงดไม่สืบเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสืบพยานประเด็น – การยินยอมของจำเลย – กระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย
การส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 230 จำเลยก็ดีทนายจำเลย ก็ดีจะตามประเด็นไปก็ได้ จะส่งคำถามไปให้ศาลซักถามให้ก็ได้ หรือจะไม่ตามประเด็นไป และไม่ส่งคำถามไปก็ได้ กฎหมายไม่บังคับเด็ดขาด
ศาลที่ได้รับประเด็นไม่แจ้งวันนัดสืบพยานประเด็นของโจทก์ให้ทนายจำเลยทราบ ครั้นเมื่อประเด็นกลับ ศาลได้อ่านให้คู่ความฟัง ทนายจำเลยหาได้คัดค้านถึงการที่ศาลไม่แจ้งวันนัดสืบพยานประเด็นไม่ กลับยินยอมให้สืบพยานโจทก์ต่อไปดังนี้ กระบวนพิจารณาที่ศาลทำไป จึงถูกต้อง
ศาลที่ได้รับประเด็นไม่แจ้งวันนัดสืบพยานประเด็นของโจทก์ให้ทนายจำเลยทราบ ครั้นเมื่อประเด็นกลับ ศาลได้อ่านให้คู่ความฟัง ทนายจำเลยหาได้คัดค้านถึงการที่ศาลไม่แจ้งวันนัดสืบพยานประเด็นไม่ กลับยินยอมให้สืบพยานโจทก์ต่อไปดังนี้ กระบวนพิจารณาที่ศาลทำไป จึงถูกต้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำโดยอัยการคนละคน ศาลฎีกาตัดสินว่ายังถือเป็นการฟ้องซ้ำ
พนักงานอัยการจังหวัดอื่นซึ่งอธิบดีกรมอัยการได้แต่งตั้งขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะเรื่อง โดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2478 มาตรา 20(1) ได้ยื่นฟ้องจำเลยหาว่ากระทำผิดในทางอาญา ไว้ต่อศาลท้องที่ที่เกิดเหตุแล้วอัยการประจำศาลนั้น จะยื่นฟ้องจำเลยคนนี้ในความผิดฐานเดียวกันซ้ำขึ้นอีกไม่ได้ เพราะโจทก์ในคดีก่อนและคดีที่ฟ้องใหม่ก็เป็นอัยการด้วยกัน จึงต้องถือว่าเป็นโจทก์คนเดียวกัน
แม้ศาลฎีกาตัดสินไม่รับฟ้องยืนตามศาลล่างเพราะเป็นกรณีที่โจทก์ยื่นฟ้องซ้ำเข้ามาอีก ศาลฎีกาก็คงให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ไม่ได้รับสำเนาฎีกา
แม้ศาลฎีกาตัดสินไม่รับฟ้องยืนตามศาลล่างเพราะเป็นกรณีที่โจทก์ยื่นฟ้องซ้ำเข้ามาอีก ศาลฎีกาก็คงให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ไม่ได้รับสำเนาฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 346/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับโทษต่อจากคดีอื่นต้องระบุในใบระบุพยาน หากไม่ระบุศาลไม่สามารถนับโทษต่อได้
โจทก์ขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากคดีดำคดีหนึ่งนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยต้องรับโทษอยู่ในคดีที่กล่าวนั้นหรือไม่ ดังนี้ศาลจะนับโทษต่อให้มิได้
การขอให้นับโทษต่อจากคดีอื่นจะต้องระบุคดีนั้นในใบระบุพยานด้วย
การขอให้นับโทษต่อจากคดีอื่นจะต้องระบุคดีนั้นในใบระบุพยานด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71-72/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงความก้าวร้าวเสียดสีศาลในฟ้องอุทธรณ์ การละเมิดอำนาจศาล และการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสีคำพิพากษาซึ่งศาลได้กระทำในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลสั่งให้แก้ไขข้อความให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ยังกล่าวความเช่นนั้นอีก ศาลสั่งให้แก้เป็นครั้งที่ 2 ก็ไม่แก้และยืนยันให้ถือฟ้องอุทธรณ์นั้น ดังนี้ ศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ได้
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอแก้ฟ้อง: เหตุผลที่ไม่เพียงพอ และขอบเขตการใช้มาตรา 144 ว.พ.แพ่ง
ป.ม.วิ.แพ่ง ม. 144 จะนำมาใช้แก่เรื่องขอแก้ฟ้องไม่ได้ เพราะ ม.144 ใช้ฉะเพาะการวินิจฉัยชี้ขาดคดี หรือประเด็นข้อหนึ่งข้อใดแห่งคดี การวินิจฉัยคำร้องขอแก้ฟ้องไม่ใช่วินิจฉัยประเด็นแห่งคดี
โจทก์เคยยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องต่อศาลครั้งหนึ่งแล้ว ศาลไม่อนุญาต โจทก์ยื่นคำร้องแก้ฟ้องแสดงเหตุผลขึ้นมาใหม่ได้
เจ้าพนักงานสอบสวนเข้าใจข้อกฎหมายเรื่องสถานที่เกิดเหตุผิดไป ไม่เป็นเหตุที่จะขอแก้ฟ้องได้
พนักงานเชื่อคำพะยานชั้นสอบสวนอย่างหนึ่ง พะยานเบิกความชั้นศาลอีกอย่างหนึ่ง ไม่เป็นเหตุที่จะขอแก้ฟ้อง
โจทก์เคยยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องต่อศาลครั้งหนึ่งแล้ว ศาลไม่อนุญาต โจทก์ยื่นคำร้องแก้ฟ้องแสดงเหตุผลขึ้นมาใหม่ได้
เจ้าพนักงานสอบสวนเข้าใจข้อกฎหมายเรื่องสถานที่เกิดเหตุผิดไป ไม่เป็นเหตุที่จะขอแก้ฟ้องได้
พนักงานเชื่อคำพะยานชั้นสอบสวนอย่างหนึ่ง พะยานเบิกความชั้นศาลอีกอย่างหนึ่ง ไม่เป็นเหตุที่จะขอแก้ฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอแก้ฟ้องต้องมีเหตุอันควร เหตุผลจากความเข้าใจผิดของพนักงานสอบสวน หรือความขัดแย้งของพยานไม่เพียงพอ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 จะนำมาใช้แก่เรื่องขอแก้ฟ้องไม่ได้ เพราะ มาตรา 144 ใช้เฉพาะการวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือประเด็นข้อหนึ่งข้อใดแห่งคดีการวินิจฉัยคำร้องขอแก้ฟ้องไม่ใช่วินิจฉัยประเด็นแห่งคดี
โจทก์เคยยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องต่อศาลครั้งหนึ่งแล้วศาลไม่อนุญาตโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องแสดงเหตุผลขึ้นมาใหม่ได้
เจ้าพนักงานสอบสวนเข้าใจข้อกฎหมายเรื่องสถานที่เกิดเหตุผิดไปไม่เป็นเหตุที่จะขอแก้ฟ้องได้
พนักงานเชื่อคำพยานชั้นสอบสวนอย่างหนึ่งพยานเบิกความชั้นศาลอีกอย่างหนึ่งไม่เป็นเหตุที่จะขอแก้ฟ้อง
โจทก์เคยยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องต่อศาลครั้งหนึ่งแล้วศาลไม่อนุญาตโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องแสดงเหตุผลขึ้นมาใหม่ได้
เจ้าพนักงานสอบสวนเข้าใจข้อกฎหมายเรื่องสถานที่เกิดเหตุผิดไปไม่เป็นเหตุที่จะขอแก้ฟ้องได้
พนักงานเชื่อคำพยานชั้นสอบสวนอย่างหนึ่งพยานเบิกความชั้นศาลอีกอย่างหนึ่งไม่เป็นเหตุที่จะขอแก้ฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การส่งหมายเรียกพยาน การเลื่อนคดี และความรับผิดของโจทก์เมื่อพนักงานส่งหมายป่วย
พนักงานอัยยการโจทก์ได้มอบหมายให้ตำรวจ เพื่อไปส่งให้แก่พะยานแล้ว แต่ตำรวจผู้เดินหมายป่วยเสียส่งหมายไม่ทัน ถึงวันนัดจึงไม่มีพะยานมาศาล ดังนี้ จะถือว่าเป็นความผิดของโจทก์อันจะเป็นเหตุให้ศาลตัดสินยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบนั้นไม่ได้ ต้องเลื่อนคดีไป