คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดิน & สิทธิของผู้เช่า: โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว ผู้ซื้อรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่เดิม
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าโจทก์ซื้อกรรมสิทธิ์มาจากเจ้าของเดิมจำเลยเป็นผู้อาศัย จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้เช่าจากเจ้าของเดิม ไม่ใช่อาศัย จำเลยไม่ได้คัดค้านว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท จำเลยให้การเพียงว่าที่พิพาทโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของผู้ใดไม่ทราบ หากโอนมาเป็นของโจทก์โจทก์ย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ซึ่งมีต่อผู้เช่าด้วยเท่านั้นดังนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่โจทก์จะต้องนำโฉนดหรือหนังสือสัญญาซื้อขายมาแสดงต่อศาล เพราะไม่มีประเด็นในคดีว่า โจทก์ไม่ได้รับโอนที่ดินพิพาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนสิทธิและหน้าที่ของผู้เช่าเมื่อมีการซื้อขายที่ดิน ผู้รับโอนย่อมได้รับสิทธิและหน้าที่เดิม
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท โดยอ้างว่า โจทก์ซื้อกรรมสิทธิจากเจ้าของเดิมจำเลยเป็นผู้อาศัย จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้เช่าจากเจ้าของเดิมไม่ใช่อาศัย จำเลยไม่ได้คัดค้านว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิในที่พิพาทโอนกรรมสิทธิมาเป็นของผู้ใดไม่ทราบ หากโอนมาเป็นของโจทก์ๆ ย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ ซึ่งมีต่อผู้เช่าด้วยเท่านั้น ดังนี้ จึงไม่มีความจำเป็นที่โจทก์จะต้องนำโฉนดหรือหนังสือสัญญาซื้อขายมาแสดงต่อศาล เพราะไม่มีประเด็นในคดีว่า โจทก์ไม่ได้รับโอนที่ดินพิพาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้กำลังเกินสมควร ยิงผู้ร้ายขณะหลบหนี
ยิงผู้ร้ายที่กำลังถือห่อของ ขณะกำลังวิ่งหนี โดยผู้ร้ายมิได้กระทำอะไรแก่ตน ดังนี้ ย่อมเป็นการรุนแรงเกินสมควรแก่เหตุไป ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 53

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวเกินขนาดเมื่อผู้ร้ายวิ่งหนี
ยิงผู้ร้ายที่กำลังถือห่อของ ขณะกำลังวิ่งหนี โดยผู้ร้ายมิได้กระทำอะไรแก่ตนดังนี้ ย่อมเป็นการรุนแรงเกินสมควรแก่เหตุไป ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 52.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความเสียหายจากการฉ้อโกง: ผู้เสียหายคือใคร แม้ทรัพย์สินเป็นของนิติบุคคล
จำเลยได้หลอกหลวงขอซื้อน้ำอัดลมไปจากหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด แล้วไม่ยอมชำระราคากลับปฏิเสธว่า ไม่ได้มาติดต่าขอซื้อน้ำอัดลม ดังนี้ ถือได้ว่าผู้จัดการนั้นเป็นผู้เสียหาย เพราะเป็นผู้ถูกหลอกหลวงส่วนน้ำอัดลมจะเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัหรือไม่ หาเป็นเหตุกระทำให้ผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้เสียหายอยู่แล้วกลายเป็นมิใช่ผู้เสียหายแล้วกลายเป็นมิใช่ผู้เสียหายไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหลอกลวงซื้อขายและการเป็นผู้เสียหาย: ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนถูกหลอกลวง ย่อมเป็นผู้เสียหาย
จำเลยได้หลอกลวงขอซื้อน้ำอัดลมไปจากหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด แล้วไม่ยอมชำระราคา กลับปฏิเสธว่าไม่ได้มาติดต่อขอซื้อน้ำอัดลม ดังนี้ ถือได้ว่าผู้จัดการนั้นเป็นผู้เสียหาย เพราะเป็นผู้ถูกหลอกลวง ส่วนน้ำอัดลมจะเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือไม่ หาเป็นเหตุกระทำให้ผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้เสียหายอยู่แล้วกลายเป็นมิใช่ผู้เสียหายไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงผิดสัญญา ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ทันที
ในกรณีที่ผู้เช่าให้ผู้อื่นเช่าช่วงอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 544 นั้น ผู้ให้เช่าหาจำเป็นต้องบอกกล่าวให้เวลาแก่ผู้เช่าตาม มาตรา 566 ไม่ เมื่อบอกกล่าวเลิกสัญญาโดยให้เวลาพอสมควรแล้วก็มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้(อ้างฎีกาที่ 1028/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงผิดสัญญา ผู้ให้เช่ามีอำนาจฟ้องขับไล่ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวตามกฎหมาย
ในกรณีที่ผู้เช่าให้ผู้อื่นเช่าช่วงอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 544, นั้น ผู้ให้เช่าหาจำเป็นต้องบอกกล่าวให้เวลาแก่ผู้เช่าตามมาตรา 566 ไม่ เมือบอกกล่าวเลิกสัญญาโดยให้เวลาพอสมควรแล้ว ก็มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้
(อ้างฎีกาที่ 1028/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1318/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีของโจทก์และการใช้ดุลยพินิจของศาลในการจำหน่ายคดี
การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดพร้อมกันนั้น จะเรียกว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาไม่ได้
โจทก์จำเลยขอให้ศาลงดกาพิจารณาไว้รอฟังผลของอีกคดีหนึ่ง เมื่อคดีนั้นได้ผลอย่างใดจะมาแถลงให้ศาลทราบ ครั้นเมื่อคดีนั้นพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โจทก์ก็หาได้กระทำประการใดไม่ จนเวลาล่วงเลยไปร่วมปี และซ้ำเมื่อจำเลยยื่นคำแถลงให้ศาลทราบ ศาลนัดโจทก์จำเลยมาพร้อมกัน โจทก์ได้รับหมายแล้ว ก้ยังหามาศาลไม่ การละเลยของโจทก์ เช่นนี้ เรียกได้ว่า โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีได้แล้ว และถือว่าเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดตามความใน ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 174(2) ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจสั้งจำหน่ายคดีโจทก์เสีสยได้แล้ว
อำนาจสั่งจำหน่ายคดีนั้นกฎหมายให้ศาลไว้เพื่อใช้ตามควรแก่กรณี ไม่ใช่บังคับว่าจะต้องจำหน่ายเสมอไป ศาลย่อมพิจารณาตามสมควรแก่พฤติการณ์(อ้างคำสั่งคำร้องฎีกาที่ 57/2493) ฉะนั้นอำนาจที่จะสั้งนั้นอย่างหนึ่งสมควรสั่งหรือไม่นั้นอีกอย่างหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1318/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกเฉยไม่ดำเนินคดี: ศาลมีอำนาจจำหน่ายคดีได้เมื่อโจทก์ละเลย
การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดพร้อมกันนั้น จะเรียกว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาไม่ได้
โจทก์จำเลยขอให้ศาลงดการพิจารณาไว้รอฟังผลของอีกคดีหนึ่ง เมื่อคดีนั้นได้ผลอย่างใดจะมาแถลงให้ศาลทราบ ครั้นเมื่อคดีนั้นพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โจทก์ก็หาได้กระทำประการใดไม่ จนเวลาล่วงเลยไปร่วมปี และซ้ำเมื่อจำเลยยื่นคำแถลงให้ศาลทราบ ศาลนัดโจทก์จำเลยมาพร้อมกันโจทก์ได้รับหมายแล้ว ก็ยังหามาศาลไม่การละเลยของโจทก์ เช่นนี้ เรียกได้ว่า โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีได้แล้วและถือว่าเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 174(2) ด้วยซึ่งศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีโจทก์เสียได้แล้ว
อำนาจสั่งจำหน่ายคดีนั้นกฎหมายให้ศาลไว้เพื่อใช้ตามควรแก่กรณี ไม่ใช่บังคับว่าจะต้องจำหน่ายเสมอไป ศาลย่อมพิจารณาตามสมควรแก่พฤติการณ์(อ้างคำสั่งคำร้องฎีกาที่ 57/2493) ฉะนั้นอำนาจที่จะสั่งนั้นอย่างหนึ่งสมควรสั่งหรือไม่นั้นอีกอย่างหนึ่ง
of 344