พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.248 กรณีคดีทุนทรัพย์น้อยกว่า 2,000 บาท และโจทก์แพ้คดีในข้อเท็จจริง
คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2000 บาท โจทก์แพ้คดีจำเลยมนข้อเท็จจริงมาแล้ว 2 ศาล จึงเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้เท็จจริงตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 248 โจทก์จะมายื่นคำร้องเพิ่มราคาทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกา เพื่อจะให้ฎีกาได้นั้น ไม่ต้องด้วยความประสงค์ศาลฎีกาย่อมให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
(อ้างฎีกาที่ 1274/2493)
(อ้างฎีกาที่ 1274/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับมรดกโดยไม่สุจริตไม่ตัดสิทธิทายาทอื่นที่ครอบครองร่วมกัน แม้จะไม่ได้คัดค้าน
ทายาทลำดับเดียวกันได้รับมรดกเป็นที่ดินแล้ว ต่างได้ครอบครองเป็นเจ้าของร่วมกันมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยยังมิได้โอนโฉนดกันครั้นภายหลังทายาทคนหนึ่งไปประกาศขอรับมรดกใส่ชื่อตนเป็นเจ้าของเสียแต่ผู้เดียว ดังนี้ เมื่อได้ความว่า การที่ทายาทอีกคนหนึ่งไม่คัดค้านก็เพราะเชื่อถ้อยคำของทายาทคนแรกว่าจะลงชื่อตนเป็นผู้รับมรดกด้วย ฉะนั้นการรับมรดกของทายาทคนแรกจึงเป็นไปโดยไม่สุจริตหาทำให้ทายาทอีกคนหนึ่งขาดกรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดกนั้นไม่ ทายาทผู้นั้นมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลใส่ชื่อตนเป็นเจ้าของร่วมด้วยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับมรดกโดยไม่สุจริตไม่ทำให้กรรมสิทธิของทายาทร่วมเสียไป สามารถฟ้องให้ศาลใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมได้
ทายาทลำดับเดียวกันได้รับมรดดกเป็นที่ดินแล้ว ต่างได้ครอบครองเป็นเจ้าของร่วมกันมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยยังมิได้โอนโฉนดกัน ครั้งภายหลังทายาทคนหนึ่งไปประกาศขอรับมรดกใส่ชื่อตนเป็นเจ้าของเสียแต่ผู้เดียว ดังนี้ เมื่อได้ความว่า การที่เพราะเชื่อถ้อยคำของทายาทคนแรกว่าจะลงชื่อตนเป็นผู้รับมรดกด้วย ฉะนั้นการรับมรดกของทายาทคนแรกจึงเป็นไปโดยไม่สุจริต หาทำให้ทายาทอีกคนหนึ่งขาดกรรมสิทธิในที่ดินมรดกนั้นไม่ ทายาทผู้นั้นมีสิทธิฟ้องของให้ศาลใส่ชื่อตนเป็นเจ้าของร่วมด้วยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบยักยอกทรัพย์: ไม่จำกัดเฉพาะผู้รับมอบหมายทรัพย์
ความผิดฐานสมคบกันกระทำผิดฐานยักยอกทรัพย์นั้น ผู้กระทำผิดทุกคนหาจำเป็นจะต้องได้รับมอบหมายทรัพย์ที่ยักยอกโดยตนเองทุกๆ คนเสมอไปไม่ เมื่อได้ร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ที่ได้รับมอบหมายทรัพย์มาก็อาจเป็นความผิดฐานสมคบกันยักยอกทรัพย์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบยักยอกทรัพย์: ไม่จำเป็นต้องได้รับมอบหมายทรัพย์โดยตรง หากร่วมมือกับผู้ได้รับมอบหมาย
ความผิดฐานสมคบกันกระทำผิกฐานยักยกทรัพย์นั้น ผู้กระทำผิดทุกคนหาจำเป็นต้องได้รับมอบหมาบทรัพย์ที่ยักยอกโดยตนเองทุก ๆ คนเสมอไปไม่เมื่อได้รับความร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ที่ได้รับมอบหมายทรัพย์มา ก็อาจเป็นความผิดฐานสมคบกันยักยอกทรัพย์ได้
ประชุมใหญ่
ประชุมใหญ่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดทรัพย์สินโดยไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ก่อให้เกิดละเมิดและต้องชดใช้ค่าเสียหาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งเจ้าหน้าที่ - ฝ่ายทหารเข้ายึดทรัพย์สินและกิจการของบริษัทฯหนึ่ง โดยอาศัยอำนาจกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 มาตรา 12 แล้วให้กองทัพบกจัดการเกณฑ์ทรัยพ์สินของบริษัทนี้ให้มาเป็น - กรรมสิทธิของทางราชการทหารตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 มาตรา 10 ข้อ 2 ประกอบด้วยพ.ร.บ.เกณฑ์พลเมืองอุดหนุนราชการทหาร พ.ศ. 2469 กระทรวงกลาโหมหาได้ดำเนินการเณฑ์ตามพ.ร.บ.เกณฑ์พลเมืองอุดหนุนราชการทหาร พ.ศ. 2464 ไม่ คงยึดแต่ทรัพย์สินของบริษัทไว้เป็นเวลาถึงเกือบ 3 ปี แล้วจึงคืนให้บริษัท ดังนี้ ย่อมเป็นการยึดโดยมิได้มีอำนาจอันชอบด้วยกฎหมาย เพราะพ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 มาตรา 12 ให้อำนาจที่จะทำการยึดไว้ชั่วคราวเท่านั้น ฉะนั้นเมื่อทางกระทรวงกลาโหมไม่ดำเนินการให้ถูกดต้องดังกล่าวแล้ว ก็ย่อมเป็นการละเมิดสทิธิของบริษัทที่ถูกยึด ตามป.ม.แพ่งฯมาตรา 420 , 421 กระทรวงกลาโหมจึงต้องรับผิดใช่ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดทรัพย์สินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจากประกาศกฎอัยการศึก และความรับผิดทางละเมิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเข้ายึดทรัพย์สินและกิจการของบริษัทฯหนึ่ง โดยอาศัยอำนาจกฎอัยการศึกพ.ศ.2457 มาตรา 12 แล้วให้กองทัพบกจัดการเกณฑ์ทรัพย์สินของบริษัทนี้ให้มาเป็นกรรมสิทธิ์ของทางราชการทหารตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 10 ข้อ 2 ประกอบ ด้วยพระราชบัญญัติเกณฑ์พลเมืองอุดหนุนราชการทหาร พ.ศ.2464 แต่กระทรวงกลาโหมหาได้ดำเนินการเกณฑ์ตาม พระราชบัญญัติเกณฑ์พลเมืองอุดหนุนราชการทหารพ.ศ.2464 ไม่คงยึดแต่ทรัพย์สินของบริษัทไว้เป็นเวลาถึงเกือบ 3 ปี โดยไม่ปรากฏความจำเป็นแล้วจึงคืนให้บริษัท ดังนี้ ย่อมเป็นการยึดโดยมิได้มีอำนาจอันชอบด้วยกฎหมายเพราะพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 12 ให้อำนาจที่จะทำการยึดไว้ชั่วคราวเท่านั้นฉะนั้นเมื่อทางกระทรวงกลาโหมไม่ดำเนินการให้ถูกต้องดังกล่าวแล้ว ก็ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของบริษัทที่ถูกยึด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420,421 กระทรวงกลาโหมจึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การงดสืบพยานและการอุทธรณ์ที่ไม่ชัดเจน ศาลไม่ต้องพิจารณาประเด็นงดสืบพยานหากไม่ได้ขอให้สืบต่อ
ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ 2 ปากแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยแล้ว สั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาเรื่องนี้ ยังไม่ต้องด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง มิได้อุทธรณ์คัดค้านว่า ศาลชั้นต้นงดสืบพยานเป็นการไม่ชอบ และมิได้ขอให้ดำเนินการสืบพยานต่อไป ดังนี้ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่พิจารณาในข้อที่ว่า การงดสืบพยานเป็นการชอบหรือไม่
จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาเรื่องนี้ ยังไม่ต้องด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง มิได้อุทธรณ์คัดค้านว่า ศาลชั้นต้นงดสืบพยานเป็นการไม่ชอบ และมิได้ขอให้ดำเนินการสืบพยานต่อไป ดังนี้ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่พิจารณาในข้อที่ว่า การงดสืบพยานเป็นการชอบหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การงดสืบพยานและการอุทธรณ์ หากมิได้คัดค้านการงดสืบพยาน ศาลอุทธรณ์ไม่พิจารณา
ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ 2 ปากแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยแล้ว สั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาเรื่องนี้ ยังไม่ต้องด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง มิได้อุทธรณ์คัดค้านว่าศาลชั้นต้นงดสืบพยานเป็นการไม่ชอบ และมิได้ขอให้ดำเนินการสืบพยานต่อไป ดังนี้ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่พิจารณาในข้อที่ว่า การงดสืบพยานเป็นการชอบหรือไม่
จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาเรื่องนี้ ยังไม่ต้องด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง มิได้อุทธรณ์คัดค้านว่าศาลชั้นต้นงดสืบพยานเป็นการไม่ชอบ และมิได้ขอให้ดำเนินการสืบพยานต่อไป ดังนี้ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่พิจารณาในข้อที่ว่า การงดสืบพยานเป็นการชอบหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้การกระทำนั้นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
ผู้ตายมีนิสัยเป็นคนพาลเที่ยวคามระรานจำเลย ก่อนตาย ได้ชกจำเลยด้วยสนับมือและเตะจำเลยๆ จึงหยิบไม้ฟืนที่ทางตีผู้ตายไป 4 - 5 ทีเพื่อป้องกันชีวิตจำเลยให้พ้นภยันตรายซึ่งถูกผู้ตายเป็นผู้ก่อขึ้นผุ้ตายล้มลงแล้วจำเลยก็มิได้ตีซ้ำอีก แม้ไม้ฟืนที่จำเลยตีผู้ตายไปถูกที่สำคัญ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยก็ยังเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ จึงไม่ควรลงโทษแก่จำเลย