พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดจากการเป็นสามีภรรยาจากพฤติการณ์ทอดทิ้งก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง บรรพ 5
สามีภรรยากันได้ทอดทิ้งกันจนภรรยาไปได้สามีใหม่มีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมา ได้ทิ้งกับสามีคนนั้นไปได้สามีใหม่อีกคนหนึ่ง แล้วฝ่ายสามีจึงมีภรรยาใหม่บ้าง พฤติการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ เป็นเวลาก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ 5 ดังนี้ ย่อมถือได้ว่า สามีภรรยานั้นได้ขาดจากการเป็นสามีภรรยากันแล้ว
(อ้างฎีกาที่ 755/2474)
(อ้างฎีกาที่ 755/2474)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1984/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้สัญญาเช่าเดิมสิ้นสุดแล้ว ผู้เช่าช่วงยังคงได้รับสิทธิ
เข้าอยู่ในตึกเช่าโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิมให้เช่าช่วง เพื่ออยู่อาศัย ดังนี้ กรณีตกอยู่ในบังคับแห่ง ป.พ.พ.ม.545 ผู้เช่าช่วงจึงตกอยู่ในฐานะเป็นผู้เช่าตึกนั้นด้วย แม้การเช่าอยู่นั้นจะไม่มีหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน และผู้เช่าเดิมได้ล้มเลิกสัญญาแล้วก็ดี ผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นผู้อยู่ในขณะนั้น ก็ยังได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15)
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1984/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช่าช่วงได้รับความคุ้มครอง แม้ไม่มีสัญญาเช่า ผู้เช่าช่วงมีสิทธิเหมือนผู้เช่าเดิม
เข้าอยู่ในตึกเช่าโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิมให้เช่าช่วงเพื่ออยู่อาศัย ดังนี้ กรณีตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 545 ผู้เช่าช่วงจึงตกอยู่ในฐานะเป็นผู้เช่าตึกนั้นด้วย แม้การเช่าอยู่นั้นจะไม่มีหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน และผู้เช่าเดิมได้ล้มเลิกสัญญาแล้วก็ดี ผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นผู้อยู่ในขณะนั้น ก็ยังได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ (ประชุมใหญ่) ครั้งที่ 15/2494
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1942/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดคนต่างด้าวและการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองสองฉบับ: การพิจารณาโทษตามกฎหมายใหม่
พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 มาตรา 42 บัญญัติห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามโดยฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.นี้และกำหนดโทษไว้ แต่ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มิได้กำหนดโทษความผิดไว้ คงมีมาตรา 58 บัญญัติห้ามคนต่างด้าวผู้ใดอยู่ในราชอาณาจักร ด้วยการเข้ามาโดยฝ่าฝืนมาตรา 11 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21 มีความผิดต้องระวางโทษ ฉะนั้นเมื่อใช้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 แล้วจะฟ้องคนต่างด้าวหาว่าเข้ามาในราชอาณาจักรสยามฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 ศาลย่อมลงโทษตามที่ฟ้องไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1942/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงกฎหมายคนเข้าเมืองและการกำหนดโทษ: การฟ้องร้องตามกฎหมายฉบับใหม่
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2480 มาตรา 42 บัญญัติห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามโดยฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยงพระราชบัญญัตินี้และกำหนดโทษไว้ แต่ตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ.2493 มิได้กำหนดโทษความผิดไว้ คงมีมาตรา 58 บัญญัติห้ามคนต่างด้าวผู้ใดอยู่ในราชอาณาจักรด้วย การเข้ามาโดยฝ่าฝืนมาตรา 11 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21 มีความผิดต้องระวางโทษ ฉะนั้นเมื่อใช้ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 แล้ว จะฟ้องคนต่างด้าวหาว่าเข้ามาในราชอาณาจักรสยามฝ่าฝืน พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2480 ศาลย่อมลงโทษตามที่ฟ้องไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1870/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินแทนเงิน: สัญญาให้ยึดที่ดินเป็นประกันเมื่อผิดนัด
จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ 250 บาท โดยมอบที่ดินบ้านให้โจทก์ยึดถือเป็นประกันและมีเงื่อนไขว่า จะชำระเงินกู้ภายในกำหนด 15 วันถ้าพ้นกำหนด 15 วัน ที่ดินรายนี้คิดเป็นราคาที่ดิน 250 บาทต้องได้กับโจทก์ ดังนี้เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ก็ต้องให้ที่ดินรายนี้แก่โจทก์ เพราะได้กำหนดที่ดินโดยกำหนดราคาลงแน่นอนเป็นการชำระหนี้แทนตัวเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรคสอง โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินนั้นแก่โจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1870/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเงินกู้และที่ดินเป็นประกัน ชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินตามราคาที่ตกลง
จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ 250 บาท โดยมอบที่ดินบ้านให้โจทก์ยึดถือเป็นประกันและมีเงื่อนไขว่า จะชำระเงินกู้ภายในกำหนด 15 วันถ้าพ้นกำหนด 15 วัน ที่ดินรายนี้คิดเป็นราคาที่ดิน 250 บาทต้องได้กับโจทก์ ดังนี้เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ก็ต้องให้ที่ดินรายนี้แก่โจทก์เพราะได้กำหนดที่ดินโดยกำหนดราคาลงแน่นอนเป็นการชำระหนี้แทนตัวเงินตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 656 วรรค 2 โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินนั้นแก่โจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวชอบด้วยกฎหมาย: ผู้ถูกทำร้ายมีสิทธิป้องกันตนเองเมื่อถูกรุกรานถึงอันตรายถึงชีวิต
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเรื่องรุกรานจำเลย โดยเข้าชกต่อยจำเลยก่อน จนจำเลยถอยหลังไปติดป่ายี่หร่าล้มลง แล้วผู้ตายจะเข้าบีบคอจำเลย จำเลยอาจถึงอันตรายแก่ชีวิตได้เพราะผู้ตายเป็นคนร่างสูงใหญ่กว่าจำเลยมาก จำเลยจึงชักมีดออกแทงผู้ตาย 1 ที ถูกที่ใต้นมขวา ผู้ตายวิ่งไปได้ 5 วา ก็ล้มลง ครู่หนึ่งก็ถึงแก่ความตายดังนี้ ได้ชื่อว่าจำเลยกระทำป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัว: การกระทำเพื่อปกป้องชีวิตจากอันตรายใกล้จะถึง แม้เป็นการทำร้ายกลับ
ผู้ตายเป็นผู้ก่อนเรื่องรุกรานจำเลย โดยเข้าชกต่อยจำเลยก่อน จนจำเลยถอยหลังไปติดป่ายี่หร่าล้มลง แล้วผู้ตายจะเข้าบีบคอจำเลย ๆ อาจถึงอันตรายแก่ชีวิตได้ เพราะผู้ตายเป็นคนร่างสูงใหญ่กว่าจำเลยมาก จำเลยจึงชักมีดออกแทงผู้ตาย 1 ที ถูกที่ใต้นมขวาผู้ตายวิ่งไปได้ 5 วา ก็ล้มลง ครู่หนึ่งก็ถึงแก่ความตายดังนี้ ได้ชื่อว่าจำเลยกระทำป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1823/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงรายการปริมาณข้าวผิดพลาดตามประมวลรัษฎากร ไม่ถือว่าไม่แสดงรายการ จึงไม่เสียเงินเพิ่ม 10 เท่า
ผู้ทำการโรงสี ซึ่งมีหน้าที่ต้องทำบัญชีแสดงรายการปริมาณข้าวซึ่งมีอยู่ ได้มาและขายไปตามประมวลรัษฎากรมาตรา 201 นั้นถ้าไม่แสดงรายการปริมาณข้าวดังกล่าวแล้ว ย่อมเข้ามาตรา 202 แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งจะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 10 เท่า แต่ถ้าได้แสดงรายการปริมาณข้าวแล้วแต่ลงจำนวนข้าวผิดไปเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องไม่แสดงรายการตามมาตรา 202 ฉะนั้นจึงจะเรียกเงินเพิ่ม 10 เท่าจากผู้ทำการโรงสีไม่ได้ถ้าเรียกเพิ่มไว้แล้ว ผู้ทำการโรงสีฟ้องเรียกคืนได้