คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไถ่ถอนขายฝาก: ผลบังคับใช้ระหว่างคู่กรณี แม้ไม่ได้จดทะเบียน
แม้การขายฝากจะได้ไปทำกันที่อำเภอโดยจดทะเบียนกันถูกต้องแล้ว การไถ่ถอนโดยทำกันเอง ก็ย่อมเป็นการใช้ได้ในระหว่างคู่กรณี คือมีผลบังคับได้ในระหว่างคู่กรณี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไถ่ถอนการขายฝากโดยคู่กรณีมีผลบังคับใช้ได้
แม้การขายฝากจะได้ไปทำกันที่อำเภอโดยจดทะเบียนกันถูกต้องแล้วการไถ่ถอนโดยทำกันเอง ก็ย่อมเป็นการใช้ได้ในระหว่างคู่กรณี คือมีผลบังคับได้ในระหว่างคู่กรณี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ โมฆียะกรรมสัญญาซื้อขายที่ดิน, อายุความ, ฟ้องไม่ชัดเจน, ไม่มีอำนาจฟ้อง
ฟ้องว่า จำเลยใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงโจทก์ให้เข้าทำสัญญาขายที่ดินของโจทก์ให้จำเลยโดยที่โจทก์ไม่ได้ตกลงขายนั้น เป็นเรื่องโมฆียะกรรมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 121 ต้องฟ้องเสียภายใน 10 ปี นับแต่วันทำนิติกรรม ซึ่งโจทก์หมดสิทธิบอกล้างแล้วตามมาตรา 143 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์ที่กล่าวความขัดกันเองเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่แน่นอนไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ เป็นฟ้องที่ไม่ควรรับไว้พิจารณาชอบที่ศาลจะยกฟ้องเสียได้ แม้รับไว้พิจารณาหากเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลก็พิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะเหตุไม่มีอำนาจฟ้องเสียทีเดียว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซื้อขายที่ดินเกิน 10 ปี และฟ้องไม่ชัดเจน ศาลยกฟ้องตามอายุความและลักษณะฟ้อง
ฟ้องว่า จำเลยใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงโจทก์ให้เข้าทำสัญญาขายที่ดินของโจทก์ให้จำเลยโดยที่โจทก์ไม่ได้ตกลงขายนั้น เป็นเรื่องโมฆียะกรรมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 121 ต้องฟ้องเสียภายใน 10 ปี นับแต่วันทำนิติกรรม
ฟ้องที่ถือว่าเคลือบคลุมไม่ควรรับไว้พิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาต้องห้ามในข้อเท็จจริง: คดีอาญาแก้โทษเบาลง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249 ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา จำคุก 9 ปี ศาลอุทธรณ์คงพิพากษาว่าจำเลยผิดตามมาตรา 251 แต่แก้โทษจำคุกเป็นจำคุก 5 ปี ดังนี้ ถือว่าแก้น้อย ฎีกาข้อเท็จจริงได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงข้อกล่าวหาและโทษในคดีฆ่าคนตายจากเจตนาเป็นไม่เจตนา และการพิจารณาโทษ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา จำคุก 9 ปี ศาลอุทธรณ์คงพิพากษาว่าจำเลยผิดตามมาตรา 251 แต่แก้โทษจำคุกเป็นจำคุก 5 ปี ดังนี้ ถือว่าแก้น้อย ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงภายหลังสัญญาประนีประนอม: สิทธิเรียกร้องคืนทรัพย์จากการละทิ้ง
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาลว่าโจทก์ยอมตกลงให้จำเลยใช้สิทธิอาศัยและเก็บกินในที่บ้านและสวนรายหนึ่งตลอดชีวิตของจำเลย โดยโจทก์จะไม่เกี่ยวข้องต่อไป จำเลยก็ยอมตกลงว่าจะใช้สิทธิอาศัยและเก็บกินตลอดไปโดยไม่ละทิ้ง ภายหลังโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลว่าจำเลยละทิ้งบ้านพิพาทไป โจทก์จำเลยจึงตกลงกันอีกว่า ถ้าจำเลยละทิ้งบ้านเรือนพิพาทไม่รักษาดูแลอย่างวิญญูชนแล้วจำเลยยอมคืนบ้านพิพาทและสวนให้โจทก์ ดังนี้ เมื่อจำเลยละทิ้งบ้านพิพาทจนทรุดโทรมเสียหายไม่เคยทำการซ่อมแซมเลย โจทก์ก็ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้คืนทรัพย์พิพาทได้เพราะโจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามข้อตกลงที่ทำกันภายหลังอันเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นใหม่ต่างหากจากสัญญาประนีประนอม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิฟ้องร้องจากข้อตกลงใหม่หลังสัญญาปรานีประนอม: การละทิ้งทรัพย์สินและสิทธิเรียกคืน
โจทก์จำเลยทำสัญญาปรานีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาลว่าโจทก์ยอมตกลงให้จำเลยใช้สิทธิอาศัยและเก็บกินในที่บ้านและสวนรายหนึ่งตลอดชีวิตของจำเลย โดยโจทก์จะไม่เกี่ยวข้องต่อไป จำเลยก็ยอมตกลงว่าจะใช้สิทธิอาศัยและเก็บกินตลอดไปโดยไม่ละทิ้ง ภายหลังโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลว่าจำเลยละทิ้งบ้านพิพาทไป โจทก์จำเลยจึงตกลงกันอีกว่า ถ้าจำเลยละทิ้งบ้านเรือนพิพาทไม่รักษาดูแลอย่างวิญญูชนแล้ว จำเลยยอมคืนบ้านพิพาทและสวนให้โจทก์ ดังนี้ เมื่อจำเลยละทิ้งบ้านพิพาทจนทรุดโทรมเสียหายไม่เคยทำการซ่อมแซมเลย โจทก์ก็ยอมมีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้คืนทรัพย์พิพาทได้เพราะโจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามข้อตกลงที่ทำกันภายหลัง อันเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นใหม่ต่างหากจากสัญญาปรานีประนอม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับใช้กฎหมายมรดก: กฎหมายอิสลาม vs. ประมวลกฎหมายแพ่งฯ กรณีการยกทรัพย์สิน
คดีมรดกของผู้ถือศาสนาอิสลามอันเกิดขึ้นในศาล ของจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูลนั้น ต้องใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวมรดกบังคับแทนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ในการที่จะพิจารณาวินิจฉัยว่าทรัพย์อะไรเป็นมรดกหรือไม่นั้น จะต้องใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บังคับเสียก่อน
ผู้ตายทำหนังสือ(นาซา)ยกที่ดินให้จำเลยตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ตามกฎหมายอิสลามมีว่าการให้ด้วยหนังสือนาซานี้ใช้ได้ ที่ดินไม่เป็นมรดกต่อไปตามกฎหมายอิสลามไม่แบ่งมรดกก็ตาม แต่ปรากฏว่าการยกให้ไม่ถูกแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพราะไม่ได้จดทะเบียน ที่ดินจึงยังเป็นของผู้ตายอยู่ในเวลาตายจึงต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าที่ดินนี้ยังเป็นมรดกของผู้ตายอยู่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้โดยหนังสือนาซาและการเป็นมรดก: การพิจารณาตามกฎหมายแพ่งและกฎหมายอิสลาม
คดีมรดกของผู้ถือศาสนาอิสลามอันเกิดขึ้นในศาล ของจังหวัดปัตตานี,นราธิวาส,ยะลาและสตูลนั้น ต้องใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวมรดกบังคับแทน ป.ม.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ในการที่จะพิจารณาวินิจฉัยว่าทรัพย์อะไรเป็นมรดกหรือไม่นั้น จะต้องใช้ ป.ม.กฎหมายแพ่งและพาณิชบังคับเสียก่อน
ผู้ตายทำหนังสือ (นาซา) ยกที่ดินให้จำเลยตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ตาม ก.ม.อิสลามมีว่าการให้ด้วยหนังสือนาซานี้ใช้ได้ที่ดินไม่เป็นมรดกต่อไปตามกฎหมายอิสลามไม่แบ่งมรดกก็ตาม แต่ปรากฎว่าการยกให้ไม่ถูกแบบตาม ป.ม.แพ่ง ฯ เพราะไม่ได้จดทะเบียนที่ดิน จึงยังเป็นของผู้ตายอยู่ในเวลาตายจึงต้องถือตาม ป.ม.แพ่ง ฯ ว่าที่ดินนี้ยังเป็นมรดกของผู้ตายอยู่
of 344