คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษทางอาญา: เลือกโทษหนักกว่าเมื่อมีความผิดหลายกระทง
ความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 301 วรรถ 3 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉะบับที่ 4) พ.ศ.2477 มาตรา 7 นั้น กำหนดโทษไว้หนักกว่าความผิดฐานฆ่าคนตายตามมาตรา 250 ประกอบด้วยมาตรา 60
ฉะนั้นเมื่อศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 301 วรรค 3 แล้ว แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 250,60 ด้วย ศาลฎีกาก็ไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยจะมีความผิดตามมาตรา 250 ประกอบด้วยมาตรา 60 ด้วยหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ใบอนุญาตอาวุธปืนครอบคลุมการมีกระสุน ไม่ต้องขออนุญาตเพิ่ม
เมื่อมีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแล้ว การมีกระสุนปืนสำหรับอาวุธปืนนั้น ไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษอีกเพราะการที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน เป็นการอนุญาตให้มีและใช้กระสุนปืนไปในตัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ใบอนุญาตมีอาวุธปืนครอบคลุมการมีกระสุนปืน การมีกระสุนปืนไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตเพิ่มเติม
เมื่อมีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแล้ว การมีกระสุนปืนสำหรับอาวุธปืนนั้น ไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษอีก เพราะการที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน เป็นการอนุญาตให้มีและใช้กระสุนปืนไปในตัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีขับไล่ผู้ครอบครองห้องเช่าที่เข้ามาในฐานะบริวารของผู้เช่าเดิม: เป็นคดีมโนสาเร่ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.189(1)
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเข้าอยู่ในห้องเช่าของโจทก์ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ผู้เช่าออกจากห้องเช่าไปแล้ว จำเลยไม่ยอมออกจึงขอให้ขับไล่จำเลยต่อสิว่าจำเลยเป็นผู้เช่าเอง ดังนี้ ย่อมเป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าตามความหมายของป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 189(1) เช่นเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สถานะผู้เช่า vs. ผู้ครอบครอง: คดีขับไล่และการบังคับใช้มาตรา 189(1) ว.พ.พ.
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเข้าอยู่ในห้องเช่าของโจทก์ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ผู้เช่าออกจากห้องเช่าไปแล้วจำเลยไม่ยอมออกจึงขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยเป็นผู้เช่าเองดังนี้ ย่อมเป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 189(1)เช่นเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868-869/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีเบิกความเท็จ การระบุเวลา และการเข้าใจข้อหา
ฟ้องหาว่าจำเลยเบิกความเท็จในศาลนั้น โจทก์ระบุเพียงวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยเบิกความเท็จ แม้ไม่ได้ระบุว่าเวลากลางวันหรือกลางคืน ก็พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงเวลากลางวัน จึงถือว่าฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868-869/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุเวลาเบิกความเท็จในฟ้อง การฟ้องไม่จำเป็นต้องระบุเวลาช่วงกลางวัน/กลางคืน
ฟ้องหาว่าจำเลยเบิกความเท็จในศาลนั้น โจทก์ระบุเพียงวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยเบิกความเท็จ แม้ไม่ได้ระบุว่าเวลากลางวันหรือกลางคืนก็พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงเวลากลางวันจึงถือว่าฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพยายามฆ่า ลดเหลือพยายามทำร้ายร่างกาย และข้อจำกัดในการฎีกา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249,60 ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยยิงขู่ไม่มีเจตนาจะยิงผู้เสียหายจึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะยิงผู้เสียหาย แต่ปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนทำเองไม่ร้ายแรงกระสุนก็ไม่ร้ายแรงไม่อาจทำลายชีวิตได้จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254,60 ดังนี้ ในข้อหาโจทก์ที่หาว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยเจตนานั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดแล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
(อ้างฎีกาที่ 1316/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับ เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249,60 ศาลชั้นต้นฟังวาจำเลยยิงขู่ไม่มีเจตนาจะยิงผู้เริ่ม+ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะยิงผู้เสียหาย แต่ปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนทำเองไม่ร้ายแรงกระสุนก็ไม่ร้ายแรง ไม่อาจทำลายชีวิตได้ จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254,60 ดังนี้ในข้อหาโจทก์ที่หาว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยเจตนานั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดแล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219 (อ้างฎีกาที่ 1316/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ยักยอกทรัพย์โดยผู้รักษากุญแจเซฟ: ความผิดฐานยักยอกทรัพย์เมื่อมีการทำลายตราประทับ
ผู้ช่วยสมุห์บัญชีอำเภอรักษากุญแจเซฟเก็บเงินผลประโยชน์ของทางราชการซึ่งตั้งรักษาไว้บนสถานีตำรวจภูธรอำเภอนั้นแทนสมุห์บัญชีกับปลัดอำเภอเป็นผู้รักษากุญแจเซฟอีกสองดอกแทนนายอำเภอ การปิดเปิดเซฟโดยปกติต้องใช้กุญแจทั้งสามดอกแต่ในคราวเปิดเซฟครั้งหนึ่ง เมื่อปิดเซฟผู้ช่วยสมุห์บัญชีเพทุบายใช้กุญแจดอกที่ตนรักษาดอกเดียวปิดเซฟโดยปลัดอำเภอไม่ทราบ ครั้นตกตอนกลางคืนผู้ช่วยสมุหบัญชีนั้นได้ลอบมาเปิดเซฟด้วยกุญแจดอกที่ตนรักษาไว้แล้วเอาเงินในเซฟนั้นไปหมด ดังนี้ผู้ช่วยสมุห์บัญชีมีผิดฐานยักยอกทรัพย์ตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131
จำเลยเองเป็นผู้ประทับตราคาดเชือกคาดเซฟเป็นที่สังเกตสำหรับจำเลยเองเมื่อจำเลยตัดเชือกที่ประทับตรานั้นขาดเสียเองเพื่อเอาเงินในเซฟอันเป็นความผิดตาม มาตรา 131 แล้วก็ไม่ต้องวินิจฉัยความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา130 อีก
of 344