คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความมรดก 1 ปี: ศาลไม่ยกฟ้องเอง แม้ฝ่ายจำเลยไม่ได้ยกข้อต่อสู้
เรื่องอายุความมรดก 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 นั้นเมื่อไม่มีฝ่ายใดได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นมูลยกฟ้องไม่ได้ตามมาตรา 193

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความมรดก 1 ปี หากไม่มีการยกข้อต่อสู้ ศาลมิอาจยกอายุความขึ้นอ้างเป็นเหตุยกฟ้องได้
เรื่องอายุความมรดก 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่ง ฯ มาตรา 1754 นั้นเมื่อไม่มีฝ่ายใดได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นมูลยกฟ้องไม่ได้ตามมาตรา 193

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดก เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้อง แม้ทายาทอื่นไม่ร่วมฟ้อง
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และทายาทอีกคนหนึ่ง จำเลยคิดแย่งกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงขอให้ขับไล่จำเลยและขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทดังนี้แม้ทายาทนั้นจะไม่ได้มาร่วมเป็นโจทก์ด้วยโจทก์ก็ยังเป็นผู้รับมรดกและเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินพิพาทจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ฝ่ายจำเลยไม่มีอำนาจอะไรเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของร่วมมรดกมีอำนาจฟ้องแย่งกรรมสิทธิ แม้ทายาทอื่นมิได้ร่วมฟ้อง
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และทายาทอีกคนหนึ่ง จำเลยคิดแย่งกรรมสิทธิ โจทก์จึงขอให้ขับไล่จำเลยและขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิในที่พิพาทดังนี้ แม้ทายาทนั้นจะไม่ได้มาร่วมเป็นโจทก์ด้วย โจทก์ก็ยังเป็นผู้รับมรดกและเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินพิพาท จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ฝ่ายจำเลยไม่มีอำนาจอะไรเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 236/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องซื้อขายหุ้นส่วน: การที่โจทก์ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นหุ้นส่วนหรือเจ้าของตึก ทำให้ไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์กับจีนพวกแซ่ลิ้มเข้าหุ้นส่วนกันซื้อตึกไว้ แต่การนำสืบไม่ได้ความว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วน หรือหากจะเป็นหุ้นส่วนจริงก็ไม่ได้ความว่า โจทก์ยังคงเป็นเจ้าของตึกรายนี้ แม้เพียงเป็นผู้ครอบครองตึก ก็ไม่ได้ความ ดังนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจะแสดงว่าตึกนี้เป็นของจีนพวกแซ่ลิ้ม หรือจะให้ห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับตึกรายนี้ หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 236/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องซื้อตึกร่วม - หุ้นส่วน - การครอบครอง
โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์กับจีนพวกแซ่ลิ้มเข้าหุ้นส่วนกันซื้อตึกไว้แต่การนำสืบไม่ได้ความว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วน หรือหากจะเป็นหุ้นส่วนจริงก็ไม่ได้ความว่าโจทก์ยังคงเป็นเจ้าของตึกรายนี้ แม้เพียงเป็นผู้ครอบครองตึกก็ไม่ได้ความดังนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจะแสดงว่าตึกนี้เป็นของจีนพวกแซ่ลิ้มหรือจะให้ห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับตึกรายนี้หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจอัยการสั่งจ่ายสินบลนำจับคดีลักลอบส่งออกสินค้า
ในกรณีที่ฟ้องผู้ลักลอบนำสินค้าที่ต้องห้ามออกไปนอกราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรและ พ.ร.บ.ควบคุมการออกไปนอก ฯลฯนั้น อัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งจ่ายค่าสินบลและรางวัลแก่ผู้จับตาม พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอก ฯลฯมาตรา 9 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจอัยการสั่งจ่ายค่าสินบนผู้จับกุมคดีลักลอบนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักร
ในกรณีที่ฟ้องผู้ลักลอบนำสินค้าที่ต้องห้ามออกไปนอกราชอาณาจักรอันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติศุลกากรและพระราชบัญญัติควบคุมการออกไปนอกฯลฯ นั้น อัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งจ่ายค่าสินบนและรางวัลแก่ผู้จับตาม พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกฯลฯ มาตรา 9 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวจากการถูกทำร้ายและการขู่เข็ญด้วยอาวุธ
ชายหญิงได้เสียเป็นสามีภริยากันโดยได้เสียกันเองมีบุตรด้วยกัน 1 คนแล้วเลิกกันหญิงไปมีสามีใหม่ต่อมาชายพบหญิงอ้อนวอนหญิงให้กลับไปอยู่กินด้วยกันอีก หญิงไม่ยอม อ้อนวอนอยู่หลายครั้งหญิงก็ไม่ยอมชายจึงใช้กำลังเข้าจับมือหญิงทั้ง 2 ข้างฉุดจะให้ไปกับตน และชักมีดปลายแหลมออกมาขู่จะแทงถ้าหญิงไม่ยอมไป หญิงจึงแย่งมีดนั้นได้ชายยังคงจับมือหญิงอยู่อีกมือหนึ่ง แล้วจะแย่งมีดกลับคืนหญิงจึงแทงชายไป 1 ที ถูกที่เหนือนมซ้าย อยู่ได้อีกประเดี๋ยวหนึ่ง ชายก็ถึงแก่ความตายดังนี้ ย่อมถือว่าการกระทำของหญิง เป็นการกระทำเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ตายฉุดหญิงไปและไม่ให้แย่งมีดคืน เพราะถ้าแย่งมีดคืนไปได้ ผู้ตายอาจแทงหญิงก็ได้ จึงนับว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ป้องกันตัวจากการถูกฉุดและข่มขู่ด้วยอาวุธ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามอุทธรณ์
ชายหญิงได้เสียเป็นสามีภริยากันโดยได้เสียกันเอง มีบุตรด้วยกัน 1 คนแล้วเลิกกันหญิงไปมีสามีใหม่ ต่อมาชายพบหญิง อ้อนวอนหญิงให้กลับไปอยู่กินด้วยกันอีก หญิงไม่ยอม อ้อนวอนอยู่หลายครั้งหญิงก็ไม่ยอม ชายจึงใช้กำลังเข้าจับมือหญิงทั้ง 2 ข้างฉุดจะให้ไปกับตน และชักมีดปลายแหลมออกมาขู่จะแทงถ้าหญิงไม่ยอมไป หญิงจึงแย่งมีดนั้นได้ ชายยังคงจับมือหญิงอยู่อีกมือหนึ่ง แล้วจะแย่งมีดกลับคืน หญิงจึงแทงชายไป 1 ที ถูกที่เหนือนมซ้าย อยู่ได้อีกประเดี่ยวหนึ่ง ชายก็ถึงแก่ความตาย ดังนี้ย่อมถือว่าการกระทำของหญิงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ตายฉุดหญิงไปและไม่ให้แย่งมีดคืนเพราะถ้าแย่งมีดคืนไปได้ ผู้ตายอาจแทงหญิงก็ได้ จึงนับว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
of 344