คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดีค่าเช่า: การปลดหนี้ต้องทำเป็นหนังสือ และห้ามเถียงฝืนคำพิพากษาในชั้นบังคับคดี
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ชำระค่าเช่าที่ค้างและตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบสถานที่เช่าแก่โจทก์ จำเลยก็มิได้ต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้อยู่ในสถานที่เช่า จนศาลพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าตามฟ้องโจทก์ และบังคับจำเลยตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยจะกลับมาเถียงในชั้นบังคับคดีว่าโจทก์ไม่มีสิทธิบังคับเอาค่าเช่าดังกล่าวแล้วจากจำเลยเพราะมีคนอื่นเช่าไป และจำเลยไม่เคยครอบครองสถานที่เช่า ดังนี้เป็นการเถียงฝืนคำพิพากษาและคำบังคับคดีที่ออกบังคับแก่จำเลยย่อมฟังไม่ได้
การปลดหนี้ค่าเช่าบ้านซึ่งมีคำพิพากษาให้ใช้หนี้นั้นแล้ว ต้องทำเป็นหนังสือ หนังสือที่โจทก์มีถึงคนภายนอกไม่ใช่หนังสือที่จำเลยจะอ้างได้ว่าเป็นหนังสือปลดหนี้ที่โจทก์ทำให้จำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดีค่าเช่า: การปลดหนี้ต้องทำเป็นหนังสือ และห้ามเถียงในชั้นบังคับคดีประเด็นที่ยุติแล้ว
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ชำระค่าเช่าที่ค้างและตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบสถานที่เช่าแก่โจทก์ จำเลยก็มิได้ต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้อยู่ในสถานที่เช่า จนศาลพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าตามฟ้องโจทก์และบังคับจำเลยตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยจะกลับมาเถียงในชั้นบังคับคดีว่าโจทก์ไม่มีสิทธิบังคับเอาค่าเช่าดังกล่าวแล้วจากจำเลยเพราะมีคนอื่นเช่าไป และจำเลยไม่เคยครอบครองสถานที่เช่าดังนี้เป็นการเถียงฝืนคำพิพากษาและคำบังคับคดีที่ออกบังคับแก่จำเลย ย่อมฟังไม่ได้
การปลดหนี้ค่าเช่าบ้านซึ่งมีคำพิพากษาให้ใช้หนี้นั้นแล้วต้องทำเป็นหนังสือ หนังสือที่โจทก์มีถึงคนภายนอกไม่ใช่หนังสือที่จำเลยจะอ้างได้ว่าเป็นหนังสือปลดหนี้ที่โจทก์ทำให้จำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความมรดกและการฟ้องคดีอนาถา: การขยายเวลาและการขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถานั้น เมื่อศาลสั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาเสียแล้ว การร้องขอฟ้องอย่างคนอนาถาในครั้งนั้น ก็เป็นอันหมดสิ้นไป โจทก์จะฟ้องหรือร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาใหม่ก็ต้องกระทำภายในกำหนดอายุความ
มาตรา 23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเป็นเรื่องขยายเวลา ส่วนอายุความมรดกนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี และมาตรา 191 บัญญัติว่าอายุความที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นผู้ใดหาอาจจะขยายออกหรือย่นเข้าได้ไม่
เจ้ามรดกตายเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2490 โจทก์มาร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 19 กรกฎาคม 2491 ศาลไต่สวนแล้วสั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาในวันที่ 7 สิงหาคม 2491 ครั้นวันที่ 9 สิงหาคม 2491 โจทก์จึงได้นำค่าธรรมเนียมศาลที่จะต้องชำระเมื่อเวลายื่นคำฟ้องมาชำระต่อศาล ศาลสั่งรับฟ้องของโจทก์ในวันนั้น ดังนี้ ต้องถือว่า คดีขาดอายุความมรดกแล้ว (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความมฤดกและการฟ้องคดีโดยคนอนาถา เมื่อศาลยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถา คดีถือว่าขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถานั้นเมื่อศาลสั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาเสียแล้ว การร้องขอฟ้องอย่างคนอนาถาในครั้งนั้นก็เป็นอันหมดสิ้นไป โจทก์จะฟ้องหรือร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาใหม่ก็ต้องกระทำภายในกำหนดอายุความ
มาตรา 23 ป.ม.แพ่งเป็นเรื่องขยายเวลา ส่วนอายุความมฤดกนั้น ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1754 ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี และมาตรา 191 บัญญัติว่าอายุความที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นผู้ใดหาอาจจะขยายออกหรือย่นเข้าได้ไม่
เจ้ามฤดกตายเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2490 โจทก์มาร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาในวันที 19 กรกฎาคม 2491 ศาลไต่สวนแล้วสั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถา ในวันที่ 7 สิงหาคม 2491 ครั้นวันที่ 9 สิงหาคม 2491 โจทก์จึงได้นำค่าธรรมเนียมศาลที่จะต้องชำระเมื่อเวลายืนคำฟ้องมาชำระต่อศาล ศาลจังรับฟ้องของโจทก์ใน+นั้น ดังนี้ต้องถือว่าคดีขายอายุความมฤดกแล้ว
(ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1247/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประเด็นข้อพิพาทที่ศาลกะไว้แล้ว คู่ความไม่โต้แย้ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นใหม่
ในคดีแพ่งที่ศาลได้กะประเด็นให้สืบไว้อย่างใดแล้ว คู่ความทั้งสองฝ่ายหาได้โต้แย้งคัดค้านประการใดไม่ จนศาลชั้นต้นตัดสินไปตามประเด็นที่กะไว้แล้ว ในชั้นอุทธรณ์ก็หาได้โต้แย้งว่ายังมีประเด็นข้ออื่นนอกจากที่ศาลกะไว้และศาลไม่ได้ตัดสิน ดังนี้จะฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองมิได้วินิจฉัยประเด็นข้ออื่นที่ศาลชั้นต้นมิได้กะไว้อีก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1247/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประเด็นข้อพิพาทจำกัด: ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นใหม่ที่มิได้กะไว้ในชั้นต้นและอุทธรณ์
ในคดีแพ่งที่ศาลได้กะประเด็นให้สืบไว้อย่างใดแล้ว คู่ความทั้งสองฝ่ายหาได้โต้แย้งคัดค้านประการใดไม่ จนศาลชั้นต้นตัดสินไปตามประเด็นที่กะไว้แล้วในชั้นอุทธรณ์ก็หาได้โต้แย้งว่ายังมีประเด็นข้ออื่นนอกจากที่ศาลกะไว้และศาลไม่ได้ตัดสิน ดังนี้จะฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองมิได้วินิจฉัยประเด็นข้ออื่นที่ศาลชั้นต้นมิได้กะไว้อีก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความขัดแย้งในการบรรยายฟ้องฉ้อโกงและยักยอก ทำให้ฟ้องไม่ถูกต้อง
โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยเอาความเท็จ มาหลอกลวงผู้เสียหายว่า จะเอารถยนต์ซึ่งจำเลยเอามามอบให้ผู้เสียหายไว้เป็นประกันเงินกู้ไปบรรทุกผลไม้ เจ้าทุกข์หลงเชื่อ จึงมอบรถให้ไปหรือเจ้าทุกข์มอบรถยนต์ให้จำเลยโดยจำเลยยืมเอาไปรับจ้างบรรทุกผลไม้แล้วจะส่งคืน แล้วจำเลยจึงเอาไปขายเสีย ขอให้ลงโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304,314 ดังนี้ เป็นฟ้องที่บรรยายการกระทำของจำเลยขัดกันอยู่ในตัวและขาดองค์ความผิดฐานฉ้อโกงและยักยอกเป็นฟ้องไม่ถูกต้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องฉ้อโกง/ยักยอกขัดแย้งในตัวเอง ขาดองค์ความผิด
โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยเอาความเท็จ มาหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะเอารถยนต์ซึ่งจำเลยเอามามอบให้ผู้เสียหายไว้เป็นประกันกู้ไปบรรทุกผลไม้เจ้าทุกข์หลงเชื่อ จึงมอบรถให้ไปหรือเจ้าทุกข์มอบรถยนต์ให้จำเลยโดยจำเลยยืมเอาไปรับจ้างบรรทุกผลไม้แล้วจะส่งคืน แล้วจำเลยจึงเอาไปขายเสีย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 304, 314 ดังนี้เป็นฟ้องที่บรรยายการกระทำของจำเลยขัดกันอยู่ในตัวและขาดองค์ความผิดฐานฉ้อฏดงและยักยอกเป็นฟ้อง ไม่ถูกต้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีอาญาแพ่งระงับเมื่อจำเลยเสียชีวิตระหว่างพิจารณา
ในคดีอาญาสินไหม ซึ่งโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกทรัพย์และให้ใช้ราคาทรัพย์ด้วยนั้น เมื่อจำเลยตายในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ๆ ย่อมสั่งให้คดีส่วนอาญาของโจทก์เป็นอันระงับไปตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 77 ส่วนคดีส่วนแพ่งให้เลื่อนไปตามมาตรา 42 แห่ง ป.ม.วิ.แพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอุทธรณ์ประเด็นที่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัย ถือเป็นอุทธรณ์ไม่เป็นประเด็น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกามีคำพิพากษายืน
โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่า จำเลยสมยอมกันขายบ้านที่โจทก์เช่าอยู่แล้วยอมความกัน ให้จำเลยอีกคนหนึ่งรื้อบ้านไป จึงขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขาย สัญญายอมความและห้ามจำเลยรบกวนขัดขวางรอนสิทธิโจทก์ในการอยู่ในบ้านนี้
ศาลชั้นต้นตัดสินว่าโจทก์ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยสมยอมกันหรือไม่ จึงพิพากษาห้ามจำเลยขัดขวางรบกวนสิทธิของโจทก์ในการเช่าบ้านหลังนี้ ดังนี้ สำหรับข้อที่โจทก์ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งศาลชั้นต้นยกขึ้นชี้ขาดให้จำเลยแพ้คดีจำเลยหาได้อุทธรณ์ไม่ จำเลยกลับไปอุทธรณ์ว่า จำเลยทำการโดยสุจริต ไม่ได้สมยอมกัน อันเป็นประเด็นที่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัย ดังนี้ ถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยไม่เป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัย
of 344