คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนขายทรัพย์สินเช่าและการรบกวนสิทธิผู้เช่า ศาลยืนตามเดิมว่าผู้เช่ายังมีสิทธิอยู่ตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าจำเลยสมยอมกันขายบ้านที่โจทก์เช่าอยู่แล้วยอมความกัน ให้จำเลยอีกคนหนึ่งรื้อบ้านไปจึงขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขายสัญญายอมความ และห้ามจำเลยรบกวนขัดขวางรอนสิทธิโจทก์ในการอยู่ในบ้านนี้
ศาลชั้นต้นตัดสินว่าโจทก์ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยสมยอมกันหรือไม่ จึงพิพากษาห้ามจำเลยขัดขวางรบกวนสิทธิของโจทก์ในการเช่าบ้านหลังนี้ ดังนี้ สำหรับข้อที่โจทก์ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ซึ่งศาลชั้นต้นยกขึ้นขี้ขาดให้จำเลยแพ้คดีจำเลยหาได้อุทธรณ์ไม่ จำเลยกลับไปอุทธรณ์ว่าจำเลยทำการโดยสุจริตไม่ได้สมยอมกัน อันเป็นประเด็นที่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัย ดังนี้ ถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยไม่เป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1218/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตัดพยานก่อนหมดการสืบพยานไม่ชอบ ศาลต้องรอฟังพยานทั้งหมดก่อนตัดสิน
คดีที่โจทก์ยังประสงค์สืบพยานต่อไป และไม่อาจรู้ได้ว่า โจทก์จะมีพยานสนับสนุนข้อกล่าวอ้างเพียงใดนั้น ศาลจะไปสั่งตัดพยานเสียแล้วพิพากษายกฟ้อง ย่อมไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1218/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตัดพยานก่อนหมดการสืบหลักฐาน ทำให้ไม่สามารถพิพากษาคดีได้อย่างถูกต้อง
คดีที่โจทก์ยังประสงค์สืบพยานต่อไปและไม่อาจรู้ได้ว่า โจทก์จะมีพยานสนับสนุนข้อกล่าวอ้างเพียงใดนั้น ศาลจะไปสั่งตัดพยานเสียแล้วพิพากษายกฟ้อง ย่อมไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความพินัยกรรม: ทรัพย์สินตกเป็นของภรรยาผู้รับพินัยกรรมก่อน หากภรรยาเสียชีวิตจึงตกแก่บุตรที่ระบุไว้
พินัยกรรมมีข้อความว่า "ฯลฯ ข้อ 1. ถ้าข้าพเจ้าถึงแก่กรรมไปแล้ว บรรดาทรัพย์สินของข้าพเจ้าขอยกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่นางขำ เรืองแสงภรรยาของข้าพเจ้าทั้งสิ้นถ้าภรรยาข้าพเจ้าชีวิตหาไม่แล้ว จึงให้ทรัพย์นั้นตกทอดแก่บุตรผู้ที่ได้ระบุนามไว้ในพินัยกรรมนี้ ให้เป็นผู้รับทรัพย์สินตามจำนวนซึ่งกำหนดไว้ดังต่อไปนี้ ฯลฯ" ดังนี้ ต้องแปลว่าผู้ทำพินัยกรรมตั้งใจยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่นางขำภรรยาแต่ผู้เดียวโดยเด็ดขาด แต่นางขำหามีชีวิตไม่ กล่าวคือตายเสียก่อน ผู้ทำพินัยกรรมจึงยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ที่ระบุนามไว้ ฉะนั้นเมื่อผู้ทำพินัยกรรมตายก่อนนางขำ ทรัพย์มรดกจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนางขำโดยสิ้นเชิง ข้อความว่าที่ว่า ถ้านางขำหาชีวิตไม่แล้ว จึงให้ตกแก่ผู้มีนามดังระบุไว้ก็ไม่มีผล และเมื่อต่อมานางขำตาย ทรัพย์นั้นก็ตกได้แก่ทายาทนางขำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ภรรยาโดยเด็ดขาด หากภรรยาเสียก่อนจึงยกให้บุตร กรณีผู้ทำพินัยกรรมเสียหลังภรรยา ทรัพย์สินเป็นของภรรยา
พินัยกรรม์มีข้อความว่า "ฯลฯ ข้อ 1. ถ้าข้าพเจ้าถึงแก่กรรมไปแล้ว บรรดาทรัพย์สินของข้าพเจ้าขอยกให้เป็นกรรมสิทธิแก่นางขำ เรืองแสงภรรยาของข้าพเจ้าทั้งสิ้นถ้าภรรยาข้าพเจ้าชีวิตหาไม่แล้ว จึงให้ทรัพย์นั้นตกทอดแก่บุตรผู้ที่ได้ระบุนามไว้ในพินัยกรรม์นี้ ให้เป็นผู้รับทรัพย์สินตามจำนวนซึ่งกำหนดไว้ดังต่อไปนี้ ฯลฯ" ดังนี้ต้องแปลว่าผู้ทำพินัยกรรม์ตั้งใจยกทรัพย์มฤดกทั้งหมดให้แก่นางขำภรรยาแต่ผู้เดียวโดยเด็ดขาดแต่นางขำหามีชีวิตไม่ กล่าวคือตายเสียก่อนผู้ทำพินัยกรรม์จึงยกทรัพย์มฤดกให้แก่ผู้ที่ระบุนามไว้ ฉะนั้นเมื่อผู้ทำพินัยกรรม์ตายก่อนนางขำ ทรัพย์มฤดกจึงตกเป็นกรรมสิทธิของนางขำโดยสิ้นเชิง ข้อความว่าที่ว่าถ้านางขำหาชีวิตไม่แล้วจึงให้ยกแก่ผู้มีนามดังระบุไว้ก็ไม่มีผลและเมื่อต่อมานางขำตาย ทรัพย์นั้นก็ตกได้แก่ทายาทนางขำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนายิงเพื่อฆ่า แม้กระสุนไม่ถูก ย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่า
ใช้ปืนอันเป็นอาวุธร้ายแรงยิงเขา เนื่องจากมีมูลสาเหตุกันมาในระยะเพียง 5 วา ดังนี้ เมื่อไม่มีเหตุผลเป็นอย่างอื่นก็ต้องฟังว่า มีเจตนายิงเขาให้ตายกระสุนปืนไม่ถูกเขา จำเลยมีผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา
จำเลยเกิดวิวาทชกต่อยกันกับผู้เสียหาย แล้วมีผู้ห้ามแยกกันไป ต่อมาอีก 15 นาทีจำเลยเอาปืนแก๊ปมาไล่ยิงผู้เสียหายอีก แต่ไม่ถูก ดังนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันมาจะเรียกว่าพยายามด้วยความพยาบาทยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนายิงทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธร้ายแรง แม้ไม่ถูกตัวก็ถือเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า
ใช้ปืนอันเป็นอาวุธร้ายแรงยิงเขา เนื่องจากมีมูลสาเหตุกันมาในระยะเพียง 5 วาดังนี้ เมื่อไม่มีเหตุผลเป็นอย่างอื่นก็ต้องฟังว่า มีเจตนายิงเขาให้ตาย กระสุนปืนไม่ถูกเขาจำเลยมีผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา
จำเลยเกิดวิวาทชกต่อยกันกับผู้เสียหาย แล้วมีผู้ห้ามแยกกันไป ต่อมาอีก 15 นาทีจำเลยเอาปืนแก๊ปมาไล่ยิงผู้เสียหายอีก แต่ไม่ถูกดังนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันมา จะเรียกว่าพยายามด้วยความพยาบาทยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาในการทำร้ายร่างกาย: การประเมินจากลักษณะบาดแผลและพฤติการณ์
ถามซื้อสุราเขาบอกว่าไม่มี ก็ใช้มีดแทงเขาเพียง 1 ทีแล้ววิ่งหนีไม่ได้ซ้ำเติมอีก แม้บาดแผลที่แทงถูกที่ราวนมขวา ถ้ารักษาไม่ดีอาจตายได้ แต่ก็ปรากฎว่าแผลกว้างเพียง 1.5 เซ็นติเมตร ยาว 2.9 เซ็นติเมตร ลึก 6 เซ็นติเมตร ตัวมีดที่แทงยาวถึง 26 เซ็นติเมตรเศษ ถ้าแทงเต็มแรงอาจเข้าลึกกว่านี้ ดังนี้ รูปคดีไม่แสดงว่าจำเลยตั้งใจฆ่า คงมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าต้องพิจารณาจากลักษณะบาดแผลและพฤติการณ์ การแทงเพียงครั้งเดียวไม่ถึงเจตนาฆ่า
ถามซื้อสุราเขาบอกว่าไม่มีก็ใช้มีดแทงเขาเพียง 1 ทีแล้ววิ่งหนีไม่ได้ซ้ำเติมอีก แม้บาดแผลที่แทงถูกที่ราวนมขวา ถ้ารักษาไม่ดีอาจตายได้แต่ก็ปรากฏว่าแผลกว้างเพียง 1.5 เซ็นติเมตรยาว2.9เซ็นติเมตรลึก6เซ็นติเมตร ตัวมีดที่แทงยาวถึง 26 เซ็นติเมตรเศษถ้าแทงเต็มแรงอาจเข้าลึกกว่านี้ ดังนี้ รูปคดีไม่แสดงว่าจำเลยตั้งใจฆ่า คงมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1181/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดสืบพยานและการดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ศาลมีอำนาจพิจารณาเฉพาะพยานโจทก์ที่ถูกงดไว้
ในคดีแพ่ง ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยมีหน้าที่สืบพยานก่อน จำเลยก็รับรองไม่คัดค้าน จนสืบพยานจำเลยไป 4 ปากแล้วยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามคำพยานจำเลยว่า ที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์กับข้ออ้างตราจองประกอบการวินิจฉัย ส่วนพยานอื่น ๆ ของดสืบพยานจำเลยโดยความสมัครใจของจำเลยเอง การที่ศาลชั้นต้นสั้งงดสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาคดีนั้น ต้องถือว่าเป็นการสั่งงดสืบพยานโจทก์ที่จะสืบต่อไปฉะนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวน พิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่นั้น ก็หมายความว่า ให้สืบพยานโจทก์ที่ศาลสั่งงดไว้นั้นต่อไปเท่านั้น และเมื่อศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์ต่อไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยก็มิได้แถลงหรือคัดค้านจะขอสืบพยานจำเลยต่อไปแต่อย่างใด จนเมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วจำเลยจึงแถลงขอสืบพยานจำเลยต่อไป ดังนี้ศาลสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาคดีจึงเป็นการชอบแล้ว
of 344