คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์: สิทธิครอบครองตามมาตรา 1369/1370 ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ โจทก์ต้องพิสูจน์เจตนาเป็นเจ้าของ
โจทก์ฟ้องว่า มารดาจำเลยได้ทำสัญญาแบ่งขายที่ดินมีโฉนดให้โจทก์โจทก์ครอบครองมากว่า 10 ปีแล้ว มารดาจำเลยตาย ขอแสดงกรรมสิทธิ์ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นสัญญาจะขายโจทก์ฟ้องขาดอายุความ และว่าโจทก์ครอบครองโดยอาศัยบิดามารดาจำเลยไม่ใช่ครอบครองปรปักษ์ ทั้งสองฝ่ายไม่สืบพยาน ดังนี้ถือว่าจำเลยรับเพียงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองตามมาตรา1369,1370 เท่านั้น ไม่ใช่ครอบครองปรปักษ์ โจทก์จะต้องนำสืบว่า ได้ครอบครองปรปักษ์ดังฟ้องตามมาตรา 1382 หากไม่สืบโจทก์ต้องแพ้คดี (อ้างฎีกาที่ 521/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการเคลือบคลุมของฟ้อง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้
จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลสั่งไปแล้วว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งนี้ ภายในกำหนด ทั้งมิได้โต้แย้งคำสั่งนั้นแต่ประการใด จำเลยจึงไม่มีสิทธิจะอุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมิอาจอุทธรณ์ฎีกาในประเด็นที่เคยถูกยกข้อกล่าวหาในชั้นชี้ขาดเบื้องต้น และประเด็นอายุความที่มิได้ยกขึ้นต่อสู้
จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 24 ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลสั่งไปแล้วว่าฟ้องไม่เคลือบคลุมจำเลยไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งนี้ ภายในกำหนดทั้งมิได้โต้แย้งคำสั่งนั้นแต่ประการใด จำเลยจึงไม่มีสิทธิจะอุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมให้โอนกรรมสิทธิทำลายสิทธิครอบครองเดิม โจทก์ต้องพิสูจน์การซื้อขายและเหตุผลที่ยินยอม
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินและใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิแทนโดยอ้างว่าซื้อที่ พิพาทมาจากมารดาจำเลย แล้วครอบครองมา 10 ปีเศษเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าตอนที่จำเลยประกาศขอรับมฤดกมารดานั้น โจทก์ยอมให้จำเลยโอนโฉนดรับมฤดกดังนี้จึงเท่ากับโจทก์รับรองกรรมสิทธิของจำเลยและทำลายสิทธิครอบครอง ของโจทก์ก่อนวันโอนแก้โฉนดอยู่ในตัว โจทก์จึงจะต้องนำสืบให้ได้ความมั่นคงถึงเรื่องซื้อขายและเหตุที่ยอมให้จำเลยโอนรับมฤดกไป มิฉะนั้นโจทก์ก็ชนะคดีไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมให้โอนโฉนดหลังครอบครอง ย่อมเป็นการรับรองกรรมสิทธิ์เดิมและทำลายสิทธิครอบครอง
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินและใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แทนโดยอ้างว่าซื้อที่พิพาทมาจากมารดาจำเลย แล้วครอบครองมา 10 ปีเศษ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าตอนที่จำเลยประกาศขอรับมรดกมารดานั้น โจทก์ยอมให้จำเลยโอนโฉนดรับมรดก ดังนี้จึงเท่ากับโจทก์รับรองกรรมสิทธิ์ของจำเลยและทำลายสิทธิครอบครองของโจทก์ก่อนวันโอนแก้โฉนดอยู่ในตัว โจทก์จึงจะต้องนำสืบให้ได้ความมั่นคงถึงเรื่องซื้อขายและเหตุที่ยอมให้จำเลยโอนรับมรดกไป มิฉะนั้นโจทก์ก็ชนะคดีไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจ้างทนายความ: ค่าจ้างเกิดเมื่อคดีอาญา 'ยุติ' แม้ไม่ใช่คำพิพากษา
จำเลยจ้างโจทก์เป็นทนายว่าความในคดีอาญาที่จำเลยถูกฟ้องหาว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา มีข้อสัญญากันว่าถ้าศาลพิพากษาหรือสั่งยกฟ้องในคดีดำที่ถูกฟ้องนั้น จำเลยจะให้ค่าจ้างโจทก์เป็นเงิน 1,000 บาท โจทก์จึงทำคำร้องคัดค้านว่า โจทก์ในคดีอาญานั้นไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลจึงสั่งไม่ประทับรับฟ้องเพราะปรากฏว่า โจทก์ในคดีนั้นไม่ใช่สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ไม่มีอำนาจฟ้อง คดีนั้นจึงเป็นอันยุติ ดังนี้ ถือได้ว่า ตามสัญญาที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ดังกล่าว ผูกมัดจำเลยให้ต้องจ่ายเงินแก่โจทก์ตามสัญญานั้นแล้ว แม้จำเลยจะถูกทายาทของผู้ตายเป็นโจทก์ฟ้องในกรณีนั้นอีก คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจ้างทนาย: ค่าจ้างเมื่อศาลไม่รับฟ้อง คดีอาญา ยุตติด้วยเหตุโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
จำเลยจ้างโจทก์เป็นทนายว่าความในคดีที่จำเลยถูกฟ้องหาว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา มีข้อสัญญากันว่าถ้าศาลพิพากษาหรือสั่งยกฟ้องในคดีดำที่ถูกฟ้องนั้น จำเลยจะให้ค่าจ้างโจทก์เป็นเงิน 1000 บาท โจทก์จึงทำคำร้องคัดค้านว่าโจทก์ในคดีนั้นไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลจึงสั่งไม่ประทับรับฟ้องเพราะปรากฎว่า โจทก์ในคดีนั้นไม่ใช่สามีโดยชอบด้วย ก.ม.ของผู้ตาย ไม่มีอำนาจฟ้อง คดีนั้นจึงเป็นอันยุตติดังนี้ถือได้ว่า ตามสัญญาที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ดังกล่าวผูกมัดจำเลยให้ต้องจ่ายเงินแก่โจทก์ตามสัญญานั้นแล้ว แม้จำเลยจะถูกทายาทของผู้ตายเป็นโจทก์ฟ้องในกรณีนั้นอีก คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องรบกวนการครอบครองได้ แม้ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แสดงว่าโจทก์อ้างถึงสิทธิครอบครองอย่างเดียว คำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เท่านั้น หาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ไม่โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้กรรมสิทธิ์มาตามสัญญาซื้อขาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการบุกรุก
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษจำเลยบุกรุกมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แสดงว่าโจทก์อ้างถึงสิทธิครอบครองอย่างเดียว คำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เท่านั้น หาเกี่ยวกับกรรมสิทธิไม่ โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้กรรมสิทธิมาตามสัญญาซื้อขาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1040/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาคดีอาญาเฉพาะจำเลยที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์ กรณีจำเลยบางส่วนไม่ได้รับ
ในคดีอาญา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ปล่อยตัวจำเลยไปโจทก์อุทธรณ์ แต่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยได้คนเดียว จำเลยอีกคนหนึ่งส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ไม่ได้นั้น ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะพิจารณาคดีเฉพาะตัวจำเลยที่รับอุทธรณ์แล้วต่อไป ไม่ควรจะสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว เสียทั้งหมด ถ้าศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีเสียทั้งสองคน ศาลฎีกามีอำนาจที่จะพิพากษาให้ศาลอุทธรณ์รับพิจารณาคดีเฉพาะตัวจำเลยที่รับอุทธรณ์แล้วต่อไปได้
of 344