พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งปริมาณข้าวเปลือกที่ถูกต้องตามประกาศ และความชัดเจนของข้อหาในคำฟ้อง
คำว่า เวลาตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) นั้นหมายความถึงวันเดือนปีด้วย ไม่หมายเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน
คำฟ้องที่ไม่กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนนั้น จะเคลือบคลุมหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่า ฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้เข้าใจข้อหาได้หรือไม่
ประกาศที่ให้ผู้ครอบคอรงข้าวแต่จำนวนเท่านั้นเกวียนแจ้งปริมาณสถานที่เก็บนั้น ผู้ที่ครอบครองข้าวของผู้อื่นอยู่ด้วยก็ต้องแจ้งปริมาณตามจำนวนที่ครอบครองทั้งหมด จะแก้ตัวว่าแจ้งเฉพาะของตนนั้น ไม่พ้นผิดฐานแจ้งปริมาณเท็จ และข้าวเปลือกของกลางต้องริบทั้งหมด
คำฟ้องที่ไม่กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนนั้น จะเคลือบคลุมหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่า ฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้เข้าใจข้อหาได้หรือไม่
ประกาศที่ให้ผู้ครอบคอรงข้าวแต่จำนวนเท่านั้นเกวียนแจ้งปริมาณสถานที่เก็บนั้น ผู้ที่ครอบครองข้าวของผู้อื่นอยู่ด้วยก็ต้องแจ้งปริมาณตามจำนวนที่ครอบครองทั้งหมด จะแก้ตัวว่าแจ้งเฉพาะของตนนั้น ไม่พ้นผิดฐานแจ้งปริมาณเท็จ และข้าวเปลือกของกลางต้องริบทั้งหมด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งปริมาณข้าวเปลือกที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการพิจารณาความเข้าใจข้อหาจากคำฟ้อง
คำว่า เวลาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(5)นั้นหมายความถึงวันเดือนปีด้วย ไม่หมายเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน
คำฟ้องที่ไม่กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนนั้น จะเคลือบคลุมหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไปว่า ฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้เข้าใจข้อหาได้ดีหรือไม่
ประกาศที่ให้ผู้ครอบครองข้าวแต่จำนวนเท่านั้นเกวียนแจ้งปริมาณสถานที่เก็บนั้น ผู้ที่ครอบครองข้าวของผู้อื่นอยู่ด้วยก็ต้องแจ้งปริมาณตามจำนวนที่ครอบครองทั้งหมด จะแก้ตัวว่าแจ้งเฉพาะของตนนั้น ไม่พ้นผิดฐานแจ้งปริมาณเท็จและข้าวเปลือกของกลางต้องริบทั้งหมด
คำฟ้องที่ไม่กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนนั้น จะเคลือบคลุมหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไปว่า ฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้เข้าใจข้อหาได้ดีหรือไม่
ประกาศที่ให้ผู้ครอบครองข้าวแต่จำนวนเท่านั้นเกวียนแจ้งปริมาณสถานที่เก็บนั้น ผู้ที่ครอบครองข้าวของผู้อื่นอยู่ด้วยก็ต้องแจ้งปริมาณตามจำนวนที่ครอบครองทั้งหมด จะแก้ตัวว่าแจ้งเฉพาะของตนนั้น ไม่พ้นผิดฐานแจ้งปริมาณเท็จและข้าวเปลือกของกลางต้องริบทั้งหมด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงและการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้ผู้ให้เช่าช่วงเองก็ผิดสัญญา
การที่ผู้เช่าเอาห้องไปให้เช่าช่วงแล้ว ภายหลังกลับฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงโดยอ้างเหตุว่าผู้เช่าช่วงฝ่าฝืนทำสัญญาเช่าโดยรู้อยู่แล้วว่าผู้ให้เช่าเดิมห้ามเช่าช่วงนั้น ศาลยกฟ้อง
คำฟ้องที่ประเด็นจะให้ศาลวินิจฉัยปัญหาอันหนึ่งด้วยแต่คู่ความต่างแถลงขอสืบในข้ออื่น ไม่ขอสืบในข้อนี้และฎีกาของโจทก์ก็มุ่งอ้างในข้ออื่น ดังนี้ศาลฎีกาไม่ยกปัญหานั้นขึ้นวินิจฉัยให้
คำฟ้องที่ประเด็นจะให้ศาลวินิจฉัยปัญหาอันหนึ่งด้วยแต่คู่ความต่างแถลงขอสืบในข้ออื่น ไม่ขอสืบในข้อนี้และฎีกาของโจทก์ก็มุ่งอ้างในข้ออื่น ดังนี้ศาลฎีกาไม่ยกปัญหานั้นขึ้นวินิจฉัยให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ไม่ได้ระบุในรายการพินัยกรรมถือเป็นมรดกนอกพินัยกรรม
พินัยกรรมที่ระบุในตอนต้นว่ายกทรัพย์ที่มีอยู่และที่จะเกิดมีมาในภายหน้าให้ผู้รับพินัยกรรมคนเดียวนั้น แต่ในตอนต่อไปมีรายการทรัพย์ว่า ยกทรัพย์สิ่งใดให้บ้างแต่ทรัพย์พิพาทไม่มีระบุไว้ในพินัยกรรมซึ่งมีเหตุให้เห็นได้ว่า เจ้ามรดกมิได้มีเจตนาจะยกทรัพย์ที่พิพาทนี้ให้แก่ผู้รับพินัยกรรมด้วย ดังนี้ทรัพย์พิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกนอกพินัยกรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมไม่ชัดเจน ทรัพย์สินพิพาทนอกพินัยกรรม ศาลพิจารณาเจตนาเจ้ามรดก
พินัยกรรมที่ระบุในตอนต้นว่ายกทรัพย์ที่มีอยู่และที่จะเกิดมาในภายหน้าให้ผู้รับพินัยกรรมคนเดียวนั้นแต่ในตอนต่อไปมีรายการทรัพย์ว่า ยกทรัพย์สิ่งใดให้บ้าง แต่ทรัพย์พิพาทไม่มีระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งมีเหตุให้เห็นได้ว่า แจ้งมรดกมิให้มีเจตนาจะยกทรัพย์ที่พิพาทนี้ให้แก่ผู้รับพินยกรรมด้วย ดังมีทรัพย์พิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกนอกพินัยกรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าจากพฤติการณ์แทง: ศาลพิจารณาจากลักษณะการทำร้ายและอาวุธที่ไม่ชัดเจน
จำเลยได้ลอบแทงผู้ตายทางข้างหลังเพียงครั้งเดียว(โดยไม่ปรากฏสาเหตุ)แผลทะลุใน ผู้ตายอยู่ได้ 30 นาทีก็ขาดใจตาย อาวุธที่จำเลยใช้ทำร้ายไม่ปรากฏชัดว่าเป็นอะไรแน่ดังนี้ถือว่าจำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่า: การแทงผู้อื่นเพียงครั้งเดียว โดยไม่ปรากฏเหตุผลและอาวุธที่ใช้
จำเลยได้ลอบแทงผู้ตายทางข้างหลังเพียงครั้งเดียว(โดยไม่ปรากฏสาเหตุ) แผลทะลุใน ผู้ตายอยู่ได้ 30 นาที ก็ขาดใจตาย อาวุธที่จำเลยใช้ทำร้ายไม่ปรากฏชัดว่าเป็นอะไรกันแน่ ดังนี้ถึงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีเจ้าพนักงานเรียกสินบน: ผู้ถูกเรียกทรัพย์มีอำนาจฟ้อง และฟ้องไม่เคลือบคลุม
ฟ้องคดีอาญาฐานเจ้าพนักงานเรียกสินบล ที่ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
ผู้ที่ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเรียกเอาทรัพย์ โดยที่ไม่จำต้องเสีย นับว่าเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง
ผู้ที่ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเรียกเอาทรัพย์ โดยที่ไม่จำต้องเสีย นับว่าเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเจ้าพนักงานเรียกสินบน: ผู้ถูกเรียกทรัพย์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องได้ แม้ไม่เสียทรัพย์จริง
ฟ้องคดีอาญาฐานเจ้าพนักงานเรียกสินบน ที่ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
ผู้ที่ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเรียกเอาทรัพย์ โดยที่ไม่จำจะต้องเสียนับว่าเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง
ผู้ที่ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเรียกเอาทรัพย์ โดยที่ไม่จำจะต้องเสียนับว่าเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายแร่: การส่งมอบ, ข้อจำกัดการอ้างเหตุสุดวิสัย, และการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในสัญญา
การที่จำเลยทำสัญญาขายแร่ในนามของตนเอง ในสัญญามิได้ระบุว่าทำแทนใคร แม้จะมีตัวการตัวการก็ไม่เคยแสดงต่อผู้ซื้อมาก่อนว่าจำเลยทำแทน ดังนี้จำเลยต้องรับผิดตามสัญญา ตัวการหาอาจทำให้เสื่อมสิทธิของผู้ซื้อที่มีต่อจำเลย ฐานจำเลยผิดสัญญาได้ไม่
เมื่อข้อความในสัญญามิได้ระบุว่า จำเลยทำแทนผู้ใด ที่จำเลยนำสืบว่าทำในฐานะตัวแทน จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94
ข้อสัญญาที่ว่า ค่าส่งจากสถานีถึงโกดังผู้ซื้อ ผู้ขายต้องเสียเองนั้นหมายถึงว่า ผู้ขายต้องส่งมอบถึงโกดังผู้ซื้อ ไม่หมายเลยไปถึงว่า ผู้ขายจะต้องไปเอาแร่จากที่ใดที่หนึ่งมาส่ง ผู้ขายจึงอ้างเหตุสุดวิสัยว่าไม่สามารถขนส่งแร่จากที่หนึ่งมาแก้ตัวไม่ได้
การซื้อขายแร่แม้ผู้ซื้อขายไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติความผิดอยู่ที่ไม่ขออนุญาตกฎหมายมิได้ห้ามการซื้อขายแร่ทั้งสัญญาได้ทำในจังหวัดที่ยังมิได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ฯ 2474 สัญญานั้นไม่เป็นโมฆะ
เมื่อข้อความในสัญญามิได้ระบุว่า จำเลยทำแทนผู้ใด ที่จำเลยนำสืบว่าทำในฐานะตัวแทน จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94
ข้อสัญญาที่ว่า ค่าส่งจากสถานีถึงโกดังผู้ซื้อ ผู้ขายต้องเสียเองนั้นหมายถึงว่า ผู้ขายต้องส่งมอบถึงโกดังผู้ซื้อ ไม่หมายเลยไปถึงว่า ผู้ขายจะต้องไปเอาแร่จากที่ใดที่หนึ่งมาส่ง ผู้ขายจึงอ้างเหตุสุดวิสัยว่าไม่สามารถขนส่งแร่จากที่หนึ่งมาแก้ตัวไม่ได้
การซื้อขายแร่แม้ผู้ซื้อขายไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติความผิดอยู่ที่ไม่ขออนุญาตกฎหมายมิได้ห้ามการซื้อขายแร่ทั้งสัญญาได้ทำในจังหวัดที่ยังมิได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ฯ 2474 สัญญานั้นไม่เป็นโมฆะ