คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการฟ้องคดีซ้ำ และอำนาจศาลในการแบ่งทรัพย์มรดกตามส่วน
ผู้ร้องสอดซึ่งมิได้เป็นโจทก์หรือผู้เแทนโจทก์ย่อมไม่ต้องถูกผูกมัดตามคำพิพากษาในคดีนั้นและมาฟ้องคดีอีกได้ ไม่ถือว่าฟ้องซ้ำ
ทรัพย์ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของตนทั้งหมด ถ้าศาลเห็นว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง ให้ศาลแบ่งให้ได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการนอกฟ้องคำขอ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเจ้าหนี้สามัญและเจ้าหนี้จำนองในการบังคับคดี การบังคับชำระหนี้จำนองโดยอาศัยบุริมสิทธิชอบด้วยกฎหมาย
เจ้าหนี้สามัญที่นำยึดทรัพย์ที่จำนองมาขายทอดตลาด ตามคำสั่งศาลได้ร้องต่อศาลขอให้หักเงินที่ขายได้ใช้หนี้จำนองก่อนและขายทอดตลาดไปโดยปลอดจำนอง ดังนี้ เมื่อหักใช้หนี้จำนองแล้ว ถือว่าหนี้จำนองได้บังคับเอาจากทรัพย์สินที่จำนองเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ซื้อทอดตลาดทรัพย์นั้นไปย่อมได้กรรมสิทธิโดยปลอดจำนอง
เจ้าหนี้จำนองแม้จะเป็นคนเดียวกันกับเจ้าหนี้สามัญที่ขอให้ยึดทรัพย์จำนองมาขายทอดตลาด ก็ขอให้บังคับชำระหนี้จำนองโดยอาศัยบุริมสิทธิของตนก่อนได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 289

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเจ้าหนี้ในการบังคับชำระหนี้จำนองและหนี้สามัญ โดยการยึดทรัพย์และขายทอดตลาด
เจ้าหนี้สามัญที่นำยึดทรัพย์ที่จำนองมาขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลได้ร้องต่อศาลขอให้หักเงินที่ขายได้ใช้หนี้จำนองก่อนและขายทอดตลาดไปโดยปลอดจำนอง ดังนี้ เมื่อหักใช้หนี้จำนองแล้ว ถือว่าหนี้จำนองได้บังคับเอาจากทรัพย์สินที่จำนองเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ซื้อทอดตลาดทรัพย์นั้นไปย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยปลอดจำนอง
เจ้าหนี้จำนองแม้จะเป็นคนเดียวกันกับเจ้าหนี้สามัญที่ขอให้ยึดทรัพย์จำนองมาขายทอดตลาด ก็ขอให้บังคับชำระหนี้จำนองโดยอาศัยบุริมสิทธิของตนก่อนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายฟ้องคดีอาญาต้องระบุเหตุแห่งการกระทำความผิดตามมาตราที่อ้างถึง มิฉะนั้นถือว่าฟ้องไม่ครบองค์
ฟ้องที่ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา319(3) นั้นต้องบรรยายว่าเข้ามาตรา 319(3) เพราะเหตุใด
มิฉะนั้นถือว่า ฟ้องบรรยายไม่ครบองค์ความผิดตามมาตรานี้
ฎีกาของโจทก์ที่ขอเฉพาะให้ลงโทษจำเลยตามมาตราใดมาตราหนึ่งนั้นเมื่อลงโทษตามบทมาตราที่โจทก์ขอไม่ได้แล้วจะลงโทษตามมาตราอื่นที่ไม่ได้ขอมาได้หรือไม่ ไม่เป็นประเด็นที่จะวินิจฉัย ศาลต้องยกฟ้อง(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายฟ้องคดีอาญาต้องระบุเหตุแห่งความผิดให้ชัดเจน หากฟ้องไม่ครบองค์ความผิด ศาลต้องยกฟ้อง แม้มีบทลงโทษอื่น
ฟ้องที่ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 319(3) นั้นต้องบรรยายว่าเข้ามาตรา 319(3) เพราะเหตุใดมิฉะนั้นถือว่า ฟ้องบรรยายไม่ครบองค์ความผิดตามมาตรานี้
ฎีกาของโจทก์ที่ขอฉะเพาะให้ลงโทษจำเลยตามมาตราใดมาตราหนึ่งนั้น เมื่อลงโทษตามบทมาตราที่โจทก์ขอไม่ได้แล้ว จะลงโทษตามมาตราอื่นที่ไม่ได้ขอมาได้หรือไม่ ไม่เป็นประเด็นที่จะวินิจฉัย ศาลต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประกันสิ้นสุดเมื่อจำเลยถูกพิพากษาลงโทษและศาลต้องควบคุมตัว แม้ยังไม่มอบตัว
นายประกันตัวจำเลยซึ่งส่งตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาตามนัด จำเลยมาฟังคำพิพากษาจบและเซ็นนามในหน้าสำนวนแล้วหลบหนีไปในระหว่างที่ผู้พิพากษายังอยู่บนบัลลังก์ ดังนี้ ถือว่าสัญญาประกันเดิมสิ้นสุด นายประกันพ้นความรับผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสิ้นสุดสัญญาประกันเมื่อจำเลยหลบหนีหลังฟังคำพิพากษา ศาลถือว่าสัญญาประกันสิ้นสุดโดยปริยาย
นายประกันตัวจำเลยซึ่งส่งตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาตามนัด
จำเลยมาฟังคำพิพากษาจบ และเซ็นนามในหน้าสำนวนแล้วหลบหนีไปในระหว่างที่ผู้พิพากษายังอยู่บนบัลลังก์ ดังนี้ถือว่าสัญญาประกันเดิมสิ้นสุดนายประกันพ้นความรับผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บาดแผลสาหัสและการประกอบอาชีพ: เกณฑ์การพิจารณาความทุพพลภาพเกิน 20 วัน
ถูกแทงที่สีข้างเป็นแผลฉกรรจ์ลึกเข้าช่องท้องถูกตับและกระบังลมต้องทำการผ่าตัดและต้องนอนอยู่กับที่ในโรงพยาบาล 22 วัน และทุเลาการใช้กำลังอีกราว 10 วัน ไปรับราชการตามปกติไม่ได้ ถือว่า ไม่สามารถจะประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปกติเกินกว่า 20 วันเป็นบาดแผลสาหัสตาม มาตรา 256(8) ผู้ถูกทำร้ายจะได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงในระหว่างนั้นหรือไม่ ไม่สำคัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บาดแผลสาหัสจากการถูกทำร้ายร่างกาย: เกณฑ์การพิจารณาความสามารถในการประกอบอาชีพ
ถูกแทงที่สีข้างเป็นแผลฉกรรจ์ลึกเข้าช่องท้องถูกตับและกระบังลม ต้องทำการผ่าตัดและต้องนอนอยู่กับที่ในโรงพยาบาล 22 วัน และทุเลาการใช้กำลังอีกราว 10 วัน ไปรับราชการตามปกติไม่ได้ ถือว่าไม่สามารถจะประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปกติเกินกว่า 20 วัน เป็นบาดแผลสาหัสตาม ม.256(8) ผู้ถูกทำร้ายจะได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงในระหว่างนั้นหรือไม่ ไม่สำคัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ห้างหุ้นส่วนสามัญที่เลิกแล้ว ผู้รับโอนหุ้นมีสิทธิฟ้องคดีอาญาได้
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนมีมติให้เลิกความเป็นหุ้นส่วนก็สิ้นสุดลง จะนำมาตรา1249-1040 มาใช้บังคับมิได้ และผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมโอนหุ้นของตนได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนคนอื่นผู้รับโอนหุ้นมาย่อมเป็นผู้เสียหายในทางอาญาได้
คดีอาญาที่อยู่ในชั้นพิจารณาอำนาจฟ้อง แม้ศาลจะเห็นว่าฟ้องบางข้อไม่ผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้าง แต่ยังมีข้อหาฐานอื่นอยู่ด้วย และคดีจะต้องพิจารณาพิพากษาต่อไปศาลไม่ควรด่วนวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิด
ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากตัวความให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ย่อมมีอำนาจลงชื่อในอุทธรณ์แทนตัวความได้
(อ้างฎีกา 1243/2492)
of 344