คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2087/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนังสือคุ้มครองฝิ่นสุก ไม่คุ้มครองฝิ่นดิบ การครอบครองฝิ่นดิบโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิด
ผู้ที่ได้รับหนังสือคุ้มครองให้จัดหาฝิ่นสุกส่งรัฐบาลใบคุ้มครองนั้นไม่กินถึงฝิ่นดิบด้วย หากผู้นั้นมีฝิ่นดิบไว้ในครอบครอง ถือว่ามีฝิ่นดิบไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิด.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2085/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องปลอมแปลงเอกสารที่ไม่ตรงกับเอกสารที่นำสืบ ทำให้โจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงให้โจทก์เซ็นชื่อในหนังสือฉะบับหนึ่งภายหลังปรากฎว่า หนังสือนั้นเป็นใบรับเงิน ขอให้ลงโทษฐานปลอมหนังสือแต่โจทก์กลับเบิกความปฏิเสธหนังสือนั้นว่า ไม่ใช่ลายเซ็นชื่อของโจทก์ที่เซ็นไว้ ดังนี้ ถือว่าหนังสือนั้นต่างรายคนละฉะบับกับที่โจทก์ฟ้อง ถ้าจะถือว่าเป็นฉะบับที่โจทก์ฟ้อง ก็ต่างกับคำบรรยายฟ้องของโจทก์ และโจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง จะลงโทษจำเลยมิได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2085/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องปลอมแปลงเอกสารที่ไม่ตรงกับเอกสารที่นำสืบ ทำให้โจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงให้โจทก์เซ็นชื่อในหนังสือฉบับหนึ่งภายหลังปรากฏว่า หนังสือนั้นเป็นใบรับเงิน ขอให้ลงโทษฐานปลอมหนังสือแต่โจทก์กลับเบิกความปฏิเสธหนังสือนั้นว่า ไม่ใช่ลายเซ็นชื่อของโจทก์ที่เซ็นไว้ดังนี้ถือว่าหนังสือนั้นต่างรายคนละฉบับกับที่โจทก์ฟ้อง ถ้าจะถือว่าเป็นฉบับที่โจทก์ฟ้อง ก็ต่างกับคำบรรยายฟ้องของโจทก์ และโจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง จะลงโทษจำเลยมิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2051/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมทุนซื้อที่ดิน แม้ชื่อในสัญญาไม่ตรงกับผู้ร่วมทุน ผู้ร่วมทุนมีสิทธิเรียกร้องได้หากแสดงกิริยารับรอง
การร่วมทุนกันซื้อที่ดิน แม้ในสัญญาซื้อขายจะลงชื่อคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ซื้อแต่คนเดียว ผู้ที่ร่วมทุนซื้อด้วยมีสิทธิฟ้องและขอสืบเหตุแห่งความจริงว่าได้ร่วมทุนซื้อด้วยได้
ผู้เยาว์ที่ร่วมทุนซื้อที่ดินกับบุคคลอื่นที่มีชื่อในหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งเมื่อซื้อมาแล้วได้แบ่งที่ดินให้ผู้เยาว์ครอบครองมาจนล่วงเลยอายุความการให้สัตยาบัน โดยมิได้บอกล้างเช่นนี้ ถือว่า เป็นการแสดงกิริยารับรองต่อผู้เยาว์ ผู้เยาว์จึงได้สิทธิ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2051/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมทุนซื้อที่ดิน แม้มีชื่อผู้ซื้อคนเดียว ผู้ร่วมทุนมีสิทธิเรียกร้องได้ หากแสดงกิริยารับรองสัญญาก็ผูกพัน
การร่วมทุนกันซื้อที่ดิน แม้ในสัญญาซื้อขายจะลงชื่อคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ซื้อแต่ผู้เดียว ผู้ที่ร่วมทุนซื้อด้วยมีสิทธิฟ้องและขอสืบเหตุแห่งความจริงว่าได้ร่วมทุนซื้อด้วยได้.
ผู้เยาว์ที่ร่วมทุนซื้อที่ดินกับบุคคลอื่นที่มีชื่อในหนังสือสัญญาซื้อขาย ซึ่งเมื่อซื้อมาแล้วได้แบ่งที่ดินให้ผู้เยาว์ครอบครองมาจนล่วงเลยอายุความการให้สัตยาบัน โดยมิได้บอกล้างเช่นนี้ ถือว่า เป็นการแสดงกิริยารับรองต่อผู้เยาว์ ๆจึงได้สิทธิ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำในความผิดเดิม: แม้ความผิดเปลี่ยนเป็นฆ่าคนตายหลังพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ก็ฟ้องซ้ำไม่ได้
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ภายหลังผู้ถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย โจทก์จะฟ้องจำเลยใหม่ฐานฆ่าคนตายอีกไม่ได้ ไม่ว่าคดีเดิมที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วจะถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วหรือไม่ก็ดี เพราะการกระทำอันเดียวกันนั้นโจทก์ได้ฟ้อง และศาลได้พิพากษาแล้ว
คดีดังกล่าวหากศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษา โจทก์ได้แต่จะขอแก้ฟ้องตามมาตรา 163 ป.ม.วิ.อาญา หากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว โจทก์ก็ขอแก้ฟ้องไม่ได้.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 27/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำ - การกระทำอันเดียวกัน - แก้ฟ้อง - ศาลพิพากษาแล้ว
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วภายหลังผู้ถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย โจทก์จะฟ้องจำเลยใหม่ฐานฆ่าคนตายอีกไม่ได้ ไม่ว่าคดีเดิมที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วจะถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วหรือไม่ก็ดี เพราะการกระทำอันเดียวกันนั้นโจทก์ได้ฟ้อง และศาลได้พิพากษาแล้ว
คดีดังกล่าวหากศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษา โจทก์ได้แต่จะขอแก้ฟ้องตามมาตรา 163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว โจทก์ก็ขอแก้ฟ้องไม่ได้
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 27/92

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2009/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุพะยานจำเลย: ศาลต้องไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนตัดพยาน
ในวันพิจารณาครั้งแรกปรากฎว่าทนายจำเลยได้ยื่นบัญชีพะยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ไว้ต่อศาล แต่ในสำนวนไม่ปรากฎว่า จำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพะยานไว้ก่อน วันนัดสืบพะยาน 3 วัน ทนายจำเลยแถลงยืนยันว่าได้ยื่นบัญชีระบุพะยานไว้แล้ว พนักงานศาลอาจกลัดสำนวนผิดได้ ดังนี้ศาลควรไต่สวนรเื่องระบุพะยานจำเลยก่อนดำเนินการพิจารณาพิพากษาต่อไป จะตัดพะยานจำเลยเสียทีเดียวไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2009/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุพยาน: ศาลต้องไต่สวนก่อนตัดพยาน หากมีข้อสงสัยเรื่องการยื่นบัญชีพยาน
ในวันพิจารณาครั้งแรกปรากฏว่าทนายจำเลยได้ยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ไว้ต่อศาล แต่ในสำนวนไม่ปรากฏว่า จำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ก่อน วันนัดสืบพยาน 3 วัน ทนายจำเลยแถลงยืนยันว่าได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้ว พนักงานศาลอาจกลัดสำนวนผิดได้ ดังนี้ศาลควรไต่สวนเรื่องระบุพยานจำเลยก่อนดำเนินการพิจารณาพิพากษาต่อไป จะตัดพยานจำเลยเสียทีเดียวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความชัดเจนของคำฟ้องอาญา: การระบุเวลาเกิดเหตุและความเพียงพอของหลักฐาน
ฟ้องคดีอาญาที่กล่าวว่า จำเลยกระทำผิดเมื่อระหว่างวันที่ 16 ถึง 17 มิถุนายน 2491 เวลากลางคืนนั้น พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงคืนระหว่างวันที่ 16 - 17 ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
of 344