คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจงดสืบพยาน & การบังคับคืนที่ดิน: ศาลมีอำนาจงดสืบพยานเมื่อพยานหลักฐานโจทก์ไม่เป็นความจริง และสถานะคนต่างด้าวไม่ใช่เหตุให้บังคับคืนที่ดิน
ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบพอฟังเป็นยุติได้ว่าคดีโจทก์ไม่เป็นความจริง ก็มีอำนาจงดสืบพยานต่อไปได้
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้คืนที่ดินให้โจทก์โดยอ้างว่าเป็นที่ดินของโจทก์ เมื่อคดีโจทก์ฟังไม่ได้ว่าเป็นความจริง แม้จะมีกฎหมายว่าด้วยที่ดินคนต่างด้าวฯ ใช้อยู่และตัวจำเลยเป็นคนต่างด้าว ก็ไม่เป็นเหตุให้ศาลบังคับจำเลยคืนที่ดินให้โจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจงดสืบพยานเมื่อพยานหลักฐานโจทก์ไม่เป็นความจริง และสิทธิคนต่างด้าวถือครองที่ดิน
ศาลเห็นว่าพะยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบพอฟังเป็นยุติได้ว่า คดีโจทก์ไม่เป็นความจริง ก็มีอำนาจงดสืบพะยานต่อไปได้
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้คืนที่ดินให้โจทก์ โดยอ้างว่าเป็นที่ดินของโจทก์ เมื่อคดีโจทก์ฟังไม่ได้ว่าเป็นความจริง แม้จะมีกฎหมายว่าด้วยที่ดินคนต่างด้าว ฯ ใช้อยู่และตัวจำเลยเป็นคนต่างด้าวก็ไม่เป็นเหตุให้ศาลบังคับจำเลยคืนที่ดินให้โจทก์ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1659/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประกันภัย: ข้อความในสัญญาชัดเจน ห้ามเปลี่ยนแปลงด้วยพยานบุคคล
สัญญาประกันที่ข้อความในเอกสารปรากฏชัด อีกฝ่ายจะขอสืบพยานบุคคลให้แตกต่างไปกับตัวอักษรไม่ได้
เงินบำเหน็จที่ยึดไว้จากหัวหน้าคนยามซึ่งเป็นคู่สัญญารับเหมาจัดหายามและรับผิดชอบแต่ผู้เดียว ผู้ว่าจ้างจะอ้างว่าเป็นเงินรางวัลสำหรับคนยามอื่นๆ ด้วยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1658/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายสารส้ม: การตีความเอกสาร หลักฐานการซื้อขาย อำนาจฟ้องของห้างหุ้นส่วนสามัญ
ใบสั่งซื้อของโจทก์มีว่าโจทก์ตกลงซื้อสารส้มกับจำเลย บริษัทจำเลยตอบรับตกลงตามราคาและเงื่อนไขที่แจ้งตามใบสั่งซื้อนั้นทุกประการ จึงเป็นการตกลงซื้อขายกันไม่ใช่เป็นเรื่องจำเลยจะจัดการหาซื้อให้ทำนองตัวแทนหรือนายหน้าหากจำเลยผิดนัด ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
ห้างหุ้นส่วนสามัญ อันมิได้จดทะเบียน ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของและผู้จัดการและได้ทำการซื้อขายในนามของโจทก์เอง แม้จะระบุตำแหน่งผู้จัดการไว้ด้วยโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 1049
ศาลพิพากษาว่าให้จำเลยขายสารส้มให้โจทก์ตามจำนวนและราคาในฟ้อง หรือให้จำเลยชดใช้ผลกำไรที่โจทก์ควรได้รับเป็นเงิน 49,000 บาทแก่โจทก์นั้น จำเลยย่อมเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1652/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ยักยอกทรัพย์: เจตนาทุจริตในการขายทรัพย์สินของผู้อื่นแล้วเบียดบังเงิน
จำเลยได้รับมอบเข็มขัดนาคของ บ. เพื่อไปจัดการขายแทนโดยกำหนดราคาให้ขาย จำเลยเอาไปขายต่ำกว่าราคาที่กำหนดแล้วกล่าวเท็จกับ บ.ว่ายังไม่ได้ขาย ขอผัดไปอีก สุดท้ายปฏิเสธว่าได้ขายและเอาเงินให้ บ.แล้ว ดังนี้ จำเลยย่อมมีผิดฐานยักยอกเข็มขัดของ บ.ตามที่โจทก์ฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1652/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ยักยอกทรัพย์: การขายของแทนแล้วนำเงินไปเป็นของตนเองโดยทุจริต
จำเลยได้รับมอบเข็มขัดนาคของ บ. เพื่อไปจัดการขายแทนโดยกำหนดราคาให้ขาย จำเลยเอาไปขายต่ำกว่าราคาที่กำหนดแล้วกล่าวเท็จกับ บ. ว่ายังไม่ได้ขาย ขอผัดไปอีกสุดท้ายปฏิเสธว่าได้ขายและเอาเงินให้ บ. แล้ว ดังนี้จำเลยย่อมมีผิดฐานยักยอกเข็มขัดของ บ. ตามที่โจทก์ฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขฟ้องหลังสืบพยาน: ศาลมีอำนาจสั่งในคำพิพากษาได้
สืบพะยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก่อนศาลจะพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง เวลากระทำผิดจากเวลากลางวันเป็นเวลากลางคืน แม้ศาลจะสั่งในคำพิพากษาก็ไม่ทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างไร.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ฟ้องและการวินิจฉัยสั่งคำร้องแก้ฟ้องของศาล ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าศาลมีอำนาจวินิจฉัยสั่งคำร้องแก้ฟ้องได้ทั้งในระหว่างพิจารณาและในคำพิพากษา
สืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก่อนศาลจะพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง เวลากระทำผิดจากเวลากลางวันเป็นเวลากลางคืน แม้ศาลจะสั่งในคำพิพากษาก็ไม่ทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจทนายความและการฎีกาคำสั่งรับคำคู่ความ
การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์จำหน่ายฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์เสียโดยทนายโจทก์ไม่มีอำนาจเรียงฟ้องอุทธรณ์ เพราะขาดต่อใบอนุญาตเป็นทนาย ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องจำเลยฎีกา ดังนี้ เป็นกรณีที่ศาลสั่งรับคำคู่ความตามมาตรา 18 ป.ม.วิ.แพ่ง ไม่เข้าอยู่ในบทบัญญัติแห่งมาตรา 227, หรือ 228 ซึ่งจะต้องอุทธรณ์ฎีกาก่อนที่จะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีได้ กรณีต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 226 ซึ่งจำเลยยังฎีกาในขณะนี้มิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสิ้นสุดอำนาจทนายความและการฟ้องอุทธรณ์ ศาลรับคำคู่ความตามมาตรา 18 ว.พ.พ.
การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์จำหน่ายฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์เสียโดยทนายโจทก์ไม่มีอำนาจเรียงฟ้องอุทธรณ์ เพราะขาดต่อใบอนุญาตเป็นทนาย ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องจำเลยฎีกาดังนี้ เป็นกรณีที่ศาลสั่งรับคำคู่ความตามมาตรา 18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ไม่เข้าอยู่ในบทบัญญัติแห่งมาตรา 227, หรือ 228 ซึ่งจะต้องอุทธรณ์ฎีกาก่อนที่จะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีได้ กรณีต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 226 ซึ่งจำเลยยังฎีกาในขณะนี้มิได้
of 344