พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์เวลาเกิดเหตุในคดีลักทรัพย์: การพิจารณาคำเบิกความพยานประกอบวันเวลาตามจันทรคติและสุริยคติ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยผิดคืนวันที่ 3 เมษายน 2491 เวลากลางคืน พะยานโจทก์ว่าเกิดเหตุคืนวันแรม 9 ค่ำ เดือน 4 เวลาประมาณ 5 นาฬิกา รุ่งขึ้นเป็นวันแรม 10 ค่ำ ซึ่งตรงกับวันที่ 3 เมษายน ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณา หาต่างกับฟ้องไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาคดีลักทรัพย์: ความสอดคล้องของวันเวลาเกิดเหตุตามคำฟ้องและพยานหลักฐาน
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทำผิดคืนวันที่ 3 เมษายน 2491เวลากลางคืน พยานโจทก์ว่าเกิดเหตุคืนวันแรม 9 ค่ำ เดือน4 เวลาประมาณ 5 นาฬิกา รุ่งขึ้นเป็นวันแรม 10 ค่ำซึ่งตรงกับวันที่ 3 เมษายน ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณา หาต่างกับฟ้องไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437-1438/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจการอายัติทรัพย์ของปลัดอำเภอและการมอบหมายให้ผู้อื่นดูแลรักษาของกลาง
ตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ มาตรา 106 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะรับอายัติทรัพย์
ปลัดอำเภอมีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดหรืออายัติของกลางได้ ฉะนั้นจึงมีอำนาจมอบหมายให้จำเลยผู้มีข้าวไม่แจ้งปริมาณ เป็นผู้รักษาข้าวของกลางไว้ได้.
ปลัดอำเภอมีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดหรืออายัติของกลางได้ ฉะนั้นจึงมีอำนาจมอบหมายให้จำเลยผู้มีข้าวไม่แจ้งปริมาณ เป็นผู้รักษาข้าวของกลางไว้ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437-1438/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจการยึด/อายัดทรัพย์ของปลัดอำเภอ และความรับผิดของผู้ได้รับมอบหมายรักษาของกลาง
ตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ มาตรา 106 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะรับอายัดทรัพย์
ปลัดอำเภอมีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดหรืออายัดของกลางได้ ฉะนั้นจึงมีอำนาจมอบหมายให้จำเลยผู้มีข้าวไม่แจ้งปริมาณ เป็นผู้รักษาข้าวของกลางไว้ได้
ปลัดอำเภอมีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดหรืออายัดของกลางได้ ฉะนั้นจึงมีอำนาจมอบหมายให้จำเลยผู้มีข้าวไม่แจ้งปริมาณ เป็นผู้รักษาข้าวของกลางไว้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1436/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าแม้ไม่มีวิวาทร่วม: ศาลลงโทษฐานฆ่าตามฟ้องได้
โจทก์ฟ้องว่า จ. กับพวกฝ่าย หนึ่ง ย.กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งต่าง ใช้ มีด ไม้ ครกแตก และกำลังกายทำร้ายร่างกายซึ่งกัน ย.ถึงแก่ความตายโดย จ. ใช้มีดซุยแทง ย. แม้ทางพิจารณาจะไม่ได้ความว่า จ.ได้เข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลยอื่นดังที่กล่าวในฟ้อง แต่ฟ้องโจทก์กล่าวชัดแล้วว่า จ.ใช้มีดซุยแทง ย. โดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย ยังได้อ้าง ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา 249 เป็นบทลงโทษด้วย ดังนี้ จะว่าทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องไม่ได้ จึงลงโทษตามมาตรา 249 ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1436/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายถึงแก่ความตาย แม้ข้อเท็จจริงในการพิจารณาคดีแตกต่างจากที่ฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่า จ. กับพวกฝ่ายหนึ่ง ย.กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งต่างใช้ มีด ไม้ ครกแตก และกำลังกายวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ย. ถึงแก่ความตายโดย จ.ใช้มีดซุยแทงย. แม้ทางพิจารณาจะไม่ได้ความว่า จ.ได้เข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลยอื่นดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง แต่ฟ้องโจทก์กล่าวชัดแล้วว่า จ. ใช้มีดซุยแทงย.โดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย ยังได้อ้าง กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249มาเป็นบทลงโทษด้วย ดังนี้ จะว่าทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องไม่ได้ จึงลงโทษจ. ตามมาตรา 249 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1434/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้กฎกระทรวงย้อนหลังไม่ได้ แม้กฎหมายมีการแก้ไขภายหลังการกระทำผิด
จำเลยขนน้ำสุรา 16 ขวดมีน้ำสุรา 10 ลิตรไปจากเขตต์ท้องที่จังหวัดพระนคร มายังตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ขณะกล่าวหามีกฎกระทรวงการคลังลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2487 ห้ามขนสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขตต์ท้องที่ ๆ ระบุไว้ท้ายกฎ แต่ไม่มีระบุถึงจังหวัดพระนคร จำเลยจึงยังไม่มีผิดตามกฏนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2491 อันเป็นวันหลังจากที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิด ได้มีกฎกระทรวงการคลังยกเลิกกฎกระทรวงการคลังซึ่งออกมาแล้วทุกฉะบับ และระบุห้ามขนสุราจากท้องที่ตามที่ระบุไว้ท้ายกฏอันมีจังหวัดพระนครอยู่ด้วย ต่อมาวันที่ 12 ตุลาคม 2491 จึงได้มีกฎกระทรวงการคลังให้ถือเขตต์จังหวัดแต่ละจังหวัดตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ เป็นเขตต์ซึ่งอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ทำการเก็บภาษีสุรา ซึ่งกฎกระทรวงการคลังที่ออกภายหลังวันที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดในคดีนี้ จะใช้บังคับแก่การกระทำของจำเลยในคดีนี้ไม่ได้ จำเลยจึงไม่มีผิด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1434/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้กฎหมายภาษีสุรา: กฎหมายที่ใช้ ณ วันกระทำผิดสำคัญกว่ากฎหมายที่ออกภายหลัง
จำเลยขนน้ำสุรา 16 ขวดมีน้ำสุรา 10 ลิตรไปจากเขตท้องที่จังหวัดพระนคร มายังตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี ขณะกล่าวหามีกฎกระทรวงการคลังลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2487 ห้ามขนสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขตท้องที่ที่ระบุไว้ท้ายกฎ แต่ไม่มีระบุถึงจังหวัดพระนคร จำเลยจึงยังไม่มีผิดตามกฎนี้ ต่อมาเมื่อวันที่14 กันยายน 2491 อันเป็นวันหลังจากที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิด ได้มีกฎกระทรวงการคลังยกเลิกกฎกระทรวงการคลังซึ่งออกมาแล้วทุกฉบับ และระบุห้ามขนสุราจากท้องที่ตามที่ระบุไว้ท้ายกฎอันมีจังหวัดพระนครอยู่ด้วย ต่อมาวันที่ 12 ตุลาคม 2491 จึงได้มีกฎกระทรวงการคลังให้ถือเขตจังหวัดแต่ละจังหวัดตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ เป็นเขตซึ่งอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ทำการเก็บภาษีสุรา ซึ่งกฎกระทรวงการคลังที่ออกภายหลังวันที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดในคดีนี้ จะใช้บังคับแก่การกระทำของจำเลยในคดีนี้ไม่ได้ จำเลยจึงไม่มีผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สั่งยิงผู้ต้องหา หมิ่นประมาท-ขัดขวางเจ้าพนักงาน ศาลฎีกาตัดสินผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา
จำเลยที่ 1 เป็นปลัดอำเภอกับจำเลยที่ 3 เป็นตำรวจได้ควบคุมผู้ต้องหาในข้อหาฐานหมิ่นประมาทขัดขวางต่อสู้เจ้าพนักงาน ระหว่างควบคุมผู้ต้องหาหลบหนี จำเลยที่ 1 ได้สั่งให้จำเลยที่ 3 ยิงผู้ต้องหาขณะกำลังวิ่งหนีถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าทำตามคำสั่ง โดยเชื่อว่าเป็นการชอบด้วยเหตุผลอันสมควรไม่ได้
การชันสูตรศพนั้นจะไม่ขุดศพขึ้นตรวจดูก็ได้ในเมื่อกรรมการผู้ชันสูตรศพเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะได้สอบสวนผู้ชันสูตรศพเดิม และพะยานอื่นอันเป็นที่พอใจแล้ว
การชันสูตรศพนั้นจะไม่ขุดศพขึ้นตรวจดูก็ได้ในเมื่อกรรมการผู้ชันสูตรศพเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะได้สอบสวนผู้ชันสูตรศพเดิม และพะยานอื่นอันเป็นที่พอใจแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสั่งการยิงผู้ต้องหา การทำตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล และการชันสูตรพลิกศพ
จำเลยที่ 1 เป็นปลัดอำเภอกับจำเลยที่ 3 เป็นตำรวจได้ควบคุมผู้ต้องหาในข้อหาฐานหมิ่นประมาทขัดขวางต่อสู้เจ้าพนักงาน ระหว่างควบคุมผู้ต้องหาหลบหนี จำเลยที่ 1 ได้สั่งให้จำเลยที่ 3 ยิงผู้ต้องหาขณะกำลังวิ่งหนีถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าทำตามคำสั่ง โดยเชื่อว่าเป็นการชอบด้วยเหตุผลอันสมควรไม่ได้
การชันสูตรศพนั้นจะไม่ขุดศพขึ้นตรวจดูก็ได้ในเมื่อกรรมการผู้ชันสูตรศพเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะได้สอบสวนผู้ชันสูตรศพเดิม และพยานอื่นอันเป็นที่พอใจแล้ว
การชันสูตรศพนั้นจะไม่ขุดศพขึ้นตรวจดูก็ได้ในเมื่อกรรมการผู้ชันสูตรศพเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะได้สอบสวนผู้ชันสูตรศพเดิม และพยานอื่นอันเป็นที่พอใจแล้ว