พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการบังคับใช้ พ.ร.บ.การค้าข้าว: กสิกรผู้ผลิตข้าวก็ต้องปฏิบัติตาม
พ.ร.บ.การค้าข้าวหาได้บัญญัติควบคุมฉะเพาะผู้ค้าข้าวเท่านั้นไม่ แต่เป็นการควมคุมตลอดถึงกิจการต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการค้าข้าวนั้นด้วย.
จำเลยเป็นกสิกร มีข้าวเปลือก ซึ่งจำเลยทำจากนาของจำเลยเอง แต่จำเลยไปให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณ จำเลยย่อมมีผิดตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว
มีข้าวเปลือกไว้ในความครอบครอง 4 เกวียนหลวง แต่แจ้งปริมาณเพียง 1 เกวียนหลวงกับ 50 ถัง ดังนี้ ข้าว 4 เกวียนหลวงของกลางอันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ต้องริบ.
จำเลยเป็นกสิกร มีข้าวเปลือก ซึ่งจำเลยทำจากนาของจำเลยเอง แต่จำเลยไปให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณ จำเลยย่อมมีผิดตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว
มีข้าวเปลือกไว้ในความครอบครอง 4 เกวียนหลวง แต่แจ้งปริมาณเพียง 1 เกวียนหลวงกับ 50 ถัง ดังนี้ ข้าว 4 เกวียนหลวงของกลางอันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ต้องริบ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขต พ.ร.บ.การค้าข้าว ครอบคลุมถึงกสิกรผู้ผลิตและแจ้งปริมาณข้าวเท็จ
พ.ร.บ.การค้าข้าวหาได้บัญญัติควบคุมเฉพาะผู้ค้าข้าวเท่านั้นไม่ แต่เป็นการควบคุมตลอดถึงกิจการต่างๆอันเกี่ยวเนื่องกับการค้าข้าวนั้นด้วย
จำเลยเป็นกสิกร มีข้าวเปลือก ซึ่งจำเลยทำจากนาของจำเลยเอง แต่จำเลยไปให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณจำเลยย่อมมีผิดตาม พระราชบัญญัติการค้าข้าว
มีข้าวเปลือกไว้ในความครอบครอง 4 เกวียนหลวง แต่แจ้งปริมาณเพียง 1 เกวียนหลวงกับ 50 ถัง ดังนี้ ข้าว 4 เกวียนหลวงของกลางอันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ต้องริบ
จำเลยเป็นกสิกร มีข้าวเปลือก ซึ่งจำเลยทำจากนาของจำเลยเอง แต่จำเลยไปให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณจำเลยย่อมมีผิดตาม พระราชบัญญัติการค้าข้าว
มีข้าวเปลือกไว้ในความครอบครอง 4 เกวียนหลวง แต่แจ้งปริมาณเพียง 1 เกวียนหลวงกับ 50 ถัง ดังนี้ ข้าว 4 เกวียนหลวงของกลางอันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ต้องริบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเล่นการพนันเกินเวลาที่อนุญาต ไม่ถือว่าเป็นการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเล่นการพะนัน โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ทางพิจารณาได้ความว่า การเล่นการพะนันรายนี้ได้รับอนุญาตแล้ว หากแต่เล่นก่อนเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษ จะลงโทษจำเลยไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเล่นการพนันที่ได้รับอนุญาต แต่เล่นก่อนเวลาที่กำหนด ไม่ถือเป็นความผิด
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเล่นการพนัน โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ทางพิจารณาได้ความว่า การเล่นการพนันรายนี้ได้รับอนุญาตแล้ว หากแต่เล่นก่อนเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจะลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้าวเหนียวไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามพ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489
ข้าวสารชนิดข้าวเหนียวนั้นอยู่นอกการควบคุมตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้าวเหนียวไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489
ข้าวสารชะนิดข้าวเหนียวนั้นอยู่นอกการควบคุมตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินจำกัดอยู่แค่ค่าเช่าที่สมควร ตามค่ารายปีที่กฎหมายกำหนด
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินให้ผู้รับประเมินเสียภาษีตามค่ารายปีของทรัพย์สิน
ค่ารายปีตาม พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินหมายถึงจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่งๆ และให้ถือเอาค่าเช่าคำนวณค่ารายปี เงินกินเปล่าที่เจ้าของห้องเรียกจากผู้เช่านั้น จำเลยมิได้ต่อสู้แสดงให้เห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่ต้องด้วยลักษณะค่ารายปีตามมาตรา 8 จำเลยจึงไม่มีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีในเงินกินเปล่านั้น
ค่ารายปีตาม พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินหมายถึงจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่งๆ และให้ถือเอาค่าเช่าคำนวณค่ารายปี เงินกินเปล่าที่เจ้าของห้องเรียกจากผู้เช่านั้น จำเลยมิได้ต่อสู้แสดงให้เห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่ต้องด้วยลักษณะค่ารายปีตามมาตรา 8 จำเลยจึงไม่มีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีในเงินกินเปล่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินต้องเป็นไปตามค่าเช่าที่สมควร ไม่สามารถเรียกเก็บจากเงินกินเปล่าที่ไม่เข้าข่าย
พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินให้ผู้รับประเมินเสียภาษีตามค่ารายปีของทรัพย์สิน
ค่ารายปีตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินหมายถึงจำนวนเงิน ซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ และให้ถือเอาค่าเช่าคำนวณค่ารายปี เงินกินเปล่าที่เจ้าของห้องเรียกจากผู้เช่านั้น จำเลยมิได้ต่อสู้แสดงให้เห็นว่า เป็นจำนวนเงินที่ต้องด้วยลักษณะค่ารายปีตามมาตรา 8 จำเลยจึงไม่มีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีในเงินกินเปล่านั้น.
ค่ารายปีตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินหมายถึงจำนวนเงิน ซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ และให้ถือเอาค่าเช่าคำนวณค่ารายปี เงินกินเปล่าที่เจ้าของห้องเรียกจากผู้เช่านั้น จำเลยมิได้ต่อสู้แสดงให้เห็นว่า เป็นจำนวนเงินที่ต้องด้วยลักษณะค่ารายปีตามมาตรา 8 จำเลยจึงไม่มีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีในเงินกินเปล่านั้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัว: การกระทำเพื่อป้องกันภัยจากการประทุษร้ายที่เกิดขึ้นก่อน
ผู้ตายไปทวงเงินจำเลย ๆ ว่ายังไม่มี ผู้ตายก็ลงเรือนไปแล้ว เรียกให้จำเลยลงไปด้วย จำเลยก็ลงไปตามที่ผู้ตายเรียก และได้เกิดการทำร้ายขึ้น โดยผู้ตายได้ใช้ไม้ตีจำเลย 2 ทีก่อน จนไม้หักแล้วยังหยิบไม้อีกอันหนึ่งจะตีซ้ำเติมอีก จำเลยจึงแทงไปแต่เพียงทีเดียวผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัว: การกระทำเพื่อป้องกันการประทุษร้ายจากผู้อื่น เป็นเหตุให้สามารถกระทำเพื่อป้องกันได้ แม้จะถึงแก่ชีวิต
ผู้ตายไปทวงเงินจำเลย จำเลยว่ายังไม่มี ผู้ตายก็ลงเรือนไปแล้วเรียกให้จำเลยลงไปด้วย จำเลยก็ลงไปตามที่ผู้ตายเรียก และได้เกิดการทำร้ายขึ้น โดยผู้ตายได้ใช้ไม้ตีจำเลย 2 ทีก่อน จนไม้หักแล้วยังหยิบไม้อีกอันหนึ่งจะตีซ้ำเติมอีก จำเลยจึงแทงไปแต่เพียงทีเดียวผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ