คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมให้ทดลองปืนไม่ถือเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดประมาท
มาตรา 27 ข้อ 1 ก.ม.ลักษณะอาญานั้น ต้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดที่โจทก์กล่าวหา
เจ้าของปืนยินยอมให้จำเลยทดลองยิงปืน แล้วจำเลยยิงปืนไปถูกคนตายโดยประมาท ดังนี้ หาใช่เป็นเรื่องเจ้าของปืนรู้เห็นยินยอมในการกระทำผิดไม่ ปืนของกลางจึงต้องคืนเจ้าของไป.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความยินยอมให้ทดลองยิงปืน ไม่ถือเป็นรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
มาตรา 27 ข้อ 1 กฎหมายลักษณะอาญานั้น ต้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดที่โจทก์กล่าวหา
เจ้าของปืนยินยอมให้จำเลยทดลองยิงปืน แล้วจำเลยยิงปืนไปถูกคนตายโดยประมาท ดังนี้ หาใช่เป็นเรื่องเจ้าของปืนรู้เห็นยินยอมในการกระทำผิดไม่ ปืนของกลางจึงต้องคืนเจ้าของไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1130/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนายิงใกล้ชิดแม้พลาดเป้า ถือเป็นพยายามฆ่า
จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายซึ่งหน้าในระยะเพียงวาเดียว และจ้องยิงแถวท้องน้อย แต่กระสุนลั่นไปถูกมือผู้เสียหาย ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่ากระสุนอาจถูกที่สำคัญอันจะทำให้ผู้เสียหายถึงตายได้ เมื่อกระสุนพลาดที่สำคัญไป จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1130/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าแม้พลาดเป้า: การพิจารณาความผิดฐานพยายามฆ่าจากพฤติการณ์การยิง
จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายซึ่งหน้าในระยะเพียงวาเดียว และจ้องยิงแถวท้องน้อย แต่กระสุนลั่นไปถูกมือผู้เสียหาย ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่ากระสุนอาจถูกที่สำคัญอันจะทำให้ผู้เสียหายถึงตายได้ เมื่อกระสุนพลาดที่สำคัญไป จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่อัยยการนำพยานสืบในคดีอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายรับปากจะนำพยานมาเอง
ตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายที่อ้างพะยาน จะต้องจัดการเอาพะยานมาให้ศาลสืบตามนัด
คดีอาญาแผ่นดิน ย่อมเป็นหน้าที่ของอัยยการโดยตรงที่จะต้องระวัง จัดการเอาพะยานมาให้ศาลสืบ การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วม รับว่าจะนำพะยานมาศาลเอง เมื่อไม่มีพะยานมาศาล หาทำให้อัยยการพ้นหน้าที่ไปไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่อัยการในการนำพยานหลักฐานสืบพยานคดีอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายจะรับปากนำพยานเอง
ตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายที่อ้างพยานจะต้องจัดการเอาพยานมาให้ศาลสืบตามนัด
คดีอาญาแผ่นดิน ย่อมเป็นหน้าที่ของอัยการโดยตรงที่จะต้องระวัง จัดการเอาพยานมาให้ศาลสืบ การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วม รับว่าจะนำพยานมาศาลเอง เมื่อไม่มีพยานมาศาล หาทำให้อัยการพ้นหน้าที่ไปไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจปกครองบุตร: กรณีพิเศษที่อำนาจอยู่ที่มารดา แม้บิดาฟ้องขอ
โจทก์ผู้เป็นบิดาฟ้องเรียกบุตรคืนจากหญิงผู้เป็นมารดา โดยอ้างอำนาจปกครงอตามมาตรา 1537 ป.ม.แพ่งฯ แต่จำเลยก็ได้ฟ้องแย้งขอให้ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่แก่มารดาตามมาตรา 1538(6) ดังนี้ เป็นบทยกเว้นของมาตรา 1537 ที่อำนาจปกครองนั้นอยู่แก่มารดา อันเป็นกรณีธรรมดาโดยทั่ว ๆ ไป.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจปกครองบุตร: ศาลพิจารณาตามความเหมาะสมเมื่อแม่ฟ้องแย้งสิทธิบิดา
โจทก์ผู้เป็นบิดาฟ้องเรียกบุตรคืนจากหญิงผู้เป็นมารดาโดยอ้างอำนาจปกครองตามมาตรา 1537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่จำเลยก็ได้ฟ้องแย้งขอให้ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่แก่มารดาตามมาตรา 1538(6) ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้เด็กอยู่ในอำนาจปกครองของมารดาได้ในเมื่อเป็นการสมควรแก่รูปคดี เพราะมาตรา 1538 นี้ เป็นบทยกเว้นของมาตรา 1537 ที่อำนาจปกครองนั้นอยู่แก่มารดา อันเป็นกรณีธรรมดาโดยทั่วๆ ไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิใช่เพียงกล่าวว่าฟ้องคลาดเคลื่อน
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่"ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า"มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ้างฎีกาที่ 70/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิใช่เพียงกล่าวว่า 'คลาดเคลื่อน'
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่" ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า "มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163 ป.ม.วิ.อาญา
(อ้างฎีกาที่ 70/2490)
of 344