คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาคดีอาญาเมื่อโจทก์ไม่มาศาลและศาลวินิจฉัยว่าไม่มีพยาน ทำให้คำพิพากษายกฟ้องเป็นอันยุติ
โจทก์และพยานไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องดังนี้ มิใช่เป็นเรื่องขาดนัด ศาลจะยกคดีขึ้น พิจารณาใหม่ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดเจ้าของสัตว์: การพิสูจน์ความระมัดระวังในการเลี้ยงสัตว์อันตราย
ตามมาตรา 433 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นหน้าที่ของผู้เป็นเจ้าของสัตว์จะพิสูจน์ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงสัตว์ การรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์
ช้างของจำเลยตกมันเต็มที่ ถ้าได้ยินเสียงคนเป็นไล่อาละวาดทันทีช้างของจำเลยได้เพ่นพ่านอยู่ในละแวกบ้านไม่น้อยกว่า 20 วัน จำเลยเป็นแต่คอยเฝ้าดูแลในเวลากลางวันห่างๆ เพราะเข้าใกล้ไม่ได้ ส่วนในเวลากลางคืนหาได้เฝ้าดูแลไม่ เมื่อปรากฏว่าช้างของจำเลยได้ทำร้ายผู้อื่นตายจำเลยจึงได้ใช้วิธียิงขาช้างและจับได้ จะว่า จำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์แล้วไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดเจ้าของสัตว์: ช้างตกมันอาละวาด - หน้าที่ในการระมัดระวัง
ตามมาตรา 433 ป.ม.แพ่ง ฯ เป็นหน้าที่ของผู้เป็นเจ้าของสัตว์จะพิสูจน์ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงสัตว์ การรักษาตามชะนิดและวิสัยของสัตว์
ช้างของจำเลยตกมันเต็มที่ ถ้าได้ยินเสียงคนเป็นไล่อาละวาดทันที ช้างของจำเลยได้เพ่นพ่านอยู่ในละแวกบ้านไม่น้อยกว่า 20 วัน จำเลยเป็นแต่คอยเฝ้าดูแลในเวลากลางวันห่าง ๆ เพราะเข้าใกล้ไม่ได้ ส่วนในเวลากลางคืนหาได้เฝ้าดูแลไม่ เมื่อปรากฎว่าช้างของจำเลยได้ทำร้ายผู้อื่นตาย จำเลยจึงได้ใช้วิธียิงขาช้างและจับได้ จะว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชะนิดและวิสัยของสัตว์แล้วไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความยินยอมการเข้าอยู่อาศัยเคหะ: มติคณะกรรมการครั้งที่สองชอบด้วยกฎหมาย แม้ครั้งแรกไม่ชอบ
โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเคหะได้เคยยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าและมีการสอบสวนแล้วมาครั้งหนึ่ง คณะกรรมการได้มีมติให้ความยินยอมให้โจทก์เข้าอยู่ในเคหะได้ แต่ศาลพิพากษาว่าคำสั่งของคณะกรรมการนั้นไม่ชอบ ใช้ไม่ได้ เนื่องจากกรรมการที่เป็นอธิบดีไม่ได้มาประชุมเอง เป็นแต่แต่งตั้งผู้แทนไปประชุม โจทก์จึงยื่นคำร้องใหม่ โดยยื่นตรงถึงคณะกรรมการท้าวความดังกล่าวมาแล้วได้โดยไม่ต้องทำคำร้องแบบ ค.ช. 2 และไม่ต้องยื่นต่อคณะอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าส่วนท้องถิ่นตามกฎกระทรวงมหาดไทย เพราะคำร้องของโจทก์เพื่อที่จะให้ได้รับความยินยอมในครั้งที่ 2 นี้มิใช่เป็นคำร้องขอตั้งต้นกรณีใหม่ หากเป็นเรื่องติดต่อกับการเริ่มต้นและการสอบสวนที่ได้มีมาโดยถูกต้องแล้วแต่เดิม กรณีเป็นเรื่องเดียวกับ มติของคณะกรรมการในครั้งที่ 2 นี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นมติเพื่อคำร้องขอฉะบับต้นและสำหรับการสอบสวนของอนุกรรมการที่กระทำมาแล้วเป็นความยินยอมที่ชอบด้วยมาตรา 16 (6) พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ. 2489.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความยินยอมในการเข้าอยู่อาศัยเคหะหลังคำสั่งศาลพิพากษา การพิจารณามติคณะกรรมการครั้งที่สอง
โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเคหะได้เคยยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าและมีการสอบสวนแล้วมาครั้งหนึ่งคณะกรรมการได้มีมติให้ความยินยอมให้โจทก์เข้าอยู่ในเคหะได้ แต่ศาลพิพากษาว่าคำสั่งของคณะกรรมการนั้นไม่ชอบใช้ไม่ได้ เนื่องจากกรรมการที่เป็นอธิบดีไม่ได้มาประชุมเอง เป็นแต่แต่งตั้งผู้แทนไปประชุม โจทก์จึงยื่นคำร้องใหม่ โดยยื่นตรงถึงคณะกรรมการท้าวความดังกล่าวมาแล้วได้โดยไม่ต้องทำคำร้องแบบค.ช.2 และไม่ต้องยื่นต่อคณะอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าส่วนท้องถิ่นตามกฎกระทรวงมหาดไทยเพราะคำร้องของโจทก์เพื่อที่จะให้ได้รับความยินยอมในครั้งที่ 2 นี้ มิใช่เป็นคำร้องขอตั้งต้นกรณีใหม่ หากเป็นเรื่องติดต่อกับการเริ่มต้นและการสอบสวนที่ได้มีมาโดยถูกต้องแล้วแต่เดิม กรณีเป็นเรื่องเดียวกัน มติของคณะกรรมการในครั้งที่ 2 นี้ย่อมถือได้ว่าเป็นมติเพื่อคำร้องขอฉบับต้น และสำหรับการสอบสวนของอนุกรรมการที่กระทำมาแล้ว เป็นความยินยอมที่ชอบด้วยมาตรา 16(6) พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความบอกล้างโมฆียะกรรม: ทราบการซื้อขายตั้งแต่แรก ไม่บอกล้างภายใน 1 ปี คดีขาดอายุความ
โจทก์ทราบว่า ภรรยาโจทก์ได้ขายที่ดินให้แก่จำเลยมาแต่แรกฉะนั้นโจทก์จึงอาจจะให้สัตยาบันได้มาแต่แรกที่ภรรยาโจทก์ขายที่ดินให้แก่จำเลยแต่โจทก์มิได้บอกล้างนิติกรรมนั้นภายในกำหนด 1 ปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ คดีจึงขาดอายุความตามมาตรา 143ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความบอกล้างโมฆียะกรรมซื้อขายที่ดิน: หากทราบการซื้อขายตั้งแต่แรก ต้องบอกล้างภายใน 1 ปี
โจทก์ทราบว่า ภรรยาโจทก์ได้ขายที่ดินให้แก่จำเลยมาแต่แรก ฉะนั้นโจทก์จึงอาจจะให้สัตยาบันได้มาแต่แรกที่ภรรยาโจทก์ขายที่ดินให้แก่จำเลย แต่โจทก์มิได้บอกล้างนิติกรรมนั้นภายในกำหนด 1 ปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ คดีจึงขาดอายุความตามมาตรา 143 ป.ม.แพ่ง ฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 863/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานปลอมหนังสือ ผู้ถูกหลอกลวงเป็นผู้เสียหายได้ แม้ไม่ใช่เจ้าของลายมือชื่อ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลงลายมือชื่อนางพัน ปลอมลงในหนังสือสัญญาขายข้าวเปลือกให้แก่นายเชย โดยอ้างว่าข้าวนั้นเป็นของจำเลยและนางพันเป็นเจ้าของอยู่ด้วยกัน จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่นายเชย โดยได้จ่ายเงินไปตามสัญญา แต่ไม่ได้ข้าว ขอให้ลงโทษฐานปลอมหนังสือดังนี้ ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ แม้โจทก์จะมิได้กล่าวถึงนางพันว่าเป็นผู้เสียหายด้วย แต่โจทก์กล่าวว่าเกิดความเสียหายแก่นายเชยเพราะนายเชยจ่ายเงินไปตามสัญญาแต่ไม่ได้ข้าว และนายเชยเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากหนังสือปลอมฉบับนี้ นายเชยจึงเป็นผู้เสียหาย
ความผิดฐานปลอมหนังสือ แม้หนังสือนั้นจะเป็นการปลอมลายมือชื่อบุคคลอื่น หรือปลอมชื่อบุคคลไม่มีตัวตนก็ดี ก็นับว่าเป็นความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 863/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานปลอมหนังสือ ผู้ถูกหลอกลวงเป็นผู้เสียหายได้ แม้ไม่ใช่เจ้าของลายมือชื่อ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลงลายมือชื่อนางพัน ปลอมลงในหนังสือสัญญาขายข้าวเปลือกให้แก่นายเชย โดยอ้างว่าข้าวนั้นเป็นของจำเลยและนางพันเป็นเจ้าของอยู่ด้วยกัน จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่นายเชย โดยได้จ่ายเงินไปตามสัญญา แต่ไม่ได้ข้าว ขอให้ลงโทษฐานปลอมหนังสือ ดังนี้ ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ แม้โจทก์จะมิได้กล่าวถึงนางพันว่า เป็นผู้เสียหายด้วย แต่โจทก์กล่าวว่า เกิดความเสียหายแก่นายเชยเพราะนายเชยจ่ายเงินไปตามสัญญาแต่ไม่ได้ข้าว และนายเชยเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากหนังสือปลอมฉะบับนี้ นายเชยจึงเป็นผู้เสียหาย
ความผิดฐานปลอมหนังสือ แม้หนังสือนั้นจะเป็นการปลอมลายมือชื่อบุคคลอื่น หรือปลอมชื่อบุคคลไม่มีตัวตนก็ดี ก็นับว่าเป็นความผิด.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษฐานทำร้ายร่างกายแม้ฟ้องกล่าวถึงการวิวาท ศาลยึดตามการกระทำที่จำเลยรับสารภาพ
แม้ฟ้องจะกล่าวว่าจำเลยสมัครใจวิวาททำร้ายร่างกายกันก็ดีแต่ก็ได้บรรยายโดยชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 1 ได้ใช้มีดพับทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 2 ที่ 3 ถึงบาดเจ็บทุพพลภาพ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ย่อมลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายถึงบาดเจ็บตามมาตรา 254 ได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
of 344