คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องซ้ำในความผิดเดิม แม้จะใช้บทกฎหมายอื่น โจทก์เลือกฟ้องบทใดแล้วถือเป็นที่สุด
จำเลยนำเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งและร้องเรียนต่อปลัดอำเภอว่า ฮ. กับพวกปล้นทรัพย์ปลัดอำเภอจึงจับฮ. กับพวกควบคุมไว้ โจทก์ได้ฟ้องขอให้ลงโทษฐานแจ้งความเท็จ ซึ่งศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้ว ดังนี้โจทก์จะมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้ ฮ. กับพวกเสื่อมเสียอิสรภาพไม่ได้ เพราะการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดกฎหมายหลายบท โจทก์ได้เลือกฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามบทใดบทหนึ่งเสร็จไปแล้ว ต้องวินิจฉัยว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดของจำเลยซึ่งโจทก์ได้เลือกฟ้องนั้นแล้วตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา39(4)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวางเพลิงโดยเจตนา แม้ทรัพย์สินเสียหายเล็กน้อย ก็ถือเป็นความผิดฐานวางเพลิง ไม่ใช่ทำให้เสียทรัพย์
ความผิดฐานวางเพลิงตามมาตรา 185 หมายความว่าเป็นการก่อวินาศภัยเป็นการใหญ่ โดยใช้เพลิงเผาผลาญเป็นลักษณะแห่งการกระทำให้เกิดหรือน่าจะเกิดภยันตราย หรือหวานเสียวตื่นเต้นแก่สาธารณะชนถึงแม้จะเป็นผิดเพียงพยายามก็มีความผิดฐานพยายามวางเพลิง ไม่ใช่เรื่องทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 189
ส่วนความผิดตามมาตรา 189 นั้น สำหรับกรณีย์เล็กน้อยไม่เกี่ยวเป็นภยันตรายแก่สาธารณะชนหรือผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งที่แท้เป็นเรื่องทำให้เสียทรัพย์นั่นเอง แต่โดยวิธีใช้ไฟเผา
การที่จะวินิจฉัยว่าเป็นการวางเพลิงจุดเผาทรัพย์ตามความในมาตรา 185 จะต้องดูถึงกิจการที่พึงกระทำนั้นว่า มีลักษณะเป็นเรื่องใหญ่หรือน้อยและอาจเกี่ยวแก่ภยันตรายของบุคคล หรือสาธารณะชนหรือไม่มิใช่ดูแต่ราคาทรัพย์ที่เสียหายว่า ถ้าราคาน้อยแล้ว จะเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หามิได้
จำเลยใช้ตะเกียงจุดหญ้าที่มุงหลังคาเรือนจนไฟไหม้หญ้าคาไป 4 ตับ โดยจำเลยมีเจตนาจุดเผาเรือนนั้น แม้ทรัพย์ที่ถูกเผาไหม้จะมีราคาเล็กน้อยก็ตาม จะเรียกว่าเป็นการกระทำแก่ทรัพย์มีราคาเล็กน้อยไม่ได้ ด้วยกระทำแก่เคหะสถานทั้งหลัง จำเลยจึงมีความผิดฐานวางเพลิงสำเร็จแล้ว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวางเพลิงโดยเจตนา แม้ทรัพย์สินเสียหายเล็กน้อย ก็เป็นความผิดฐานวางเพลิง ไม่ใช่ทำให้เสียทรัพย์
ความผิดฐานวางเพลิงตามมาตรา 185 หมายความว่าเป็นการก่อวินาศภัยเป็นการใหญ่ โดยใช้เพลิงเผาผลาญเป็นลักษณะแห่งการกระทำให้เกิดหรือน่าจะเกิดภยันตราย หรือหวาดเสียวตื่นเต้นแก่สาธารณชน ถึงแม้จะเป็นผิดเพียงพยายามก็มีความผิดฐานพยายามวางเพลิง ไม่ใช่เรื่องทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 189
ส่วนความผิดตามมาตรา 189 นั้น สำหรับกรณีเล็กน้อยไม่เกี่ยวเป็นภยันตรายแก่สาธารณชนหรือผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งที่แท้เป็นเรื่องทำให้เสียทรัพย์นั่นเอง แต่โดยวิธีใช้ไฟเผา
การที่จะวินิจฉัยว่าเป็นการวางเพลิงจุดเผาทรัพย์ตามความในมาตรา 185 จะต้องดูถึงกิจการที่พึงกระทำนั้นว่า มีลักษณะเป็นเรื่องใหญ่หรือน้อยและอาจเกี่ยวแก่ภยันตรายของบุคคล หรือสาธารณชนหรือไม่มิใช่ดูแต่ราคาทรัพย์ที่เสียหายว่า ถ้าราคาน้อยแล้ว จะเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หามิได้
จำเลยใช้ตะเกียงจุดหญ้าที่มุงหลังคาเรือนจนไฟไหม้หญ้าคาไป 4 ตับโดยจำเลยมีเจตนาจุดเผาเรือนนั้น แม้ทรัพย์ที่ถูกเผาไหม้จะมีราคาเล็กน้อยก็ตาม จะเรียกว่าเป็นการกระทำแก่ทรัพย์มีราคาเล็กน้อยไม่ได้ ด้วยกระทำแก่เคหะสถานทั้งหลัง จำเลยจึงมีความผิดฐานวางเพลิงสำเร็จแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานสัญญาซื้อขายที่ไม่ส่งมอบล่วงหน้า ศาลมีอำนาจรับฟังได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
แม้จำเลยจะไม่ได้ส่งสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายสวนรายพิพาทที่จำเลยอ้าง ให้แก่โจทก์ทราบก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ 3 วันแต่โจทก์ได้ตรวจดูเอกสารสัญญาซื้อขายนี้ในวันนัดดูแผนที่และวันชี้สองสถาน ทั้งโจทก์ได้รับสำเนาเอกสารที่จำเลยขออ้างไว้แล้วเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเมื่อจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานนี้ ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87 อนุมาตรา 2

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานสัญญาซื้อขายที่ไม่ส่งมอบตามกำหนดเวลา: ป.วิ.แพ่ง ม.87 อนุมาตรา 2
แม้จำเลยจะไม่ได้ส่งสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายสวนรายพิพาทที่จำเลยอ้าง ให้แก่โจทก์ทราบก่อนวันนัดสืบพะยานโจทก์ 3 วันแต่โจทก์ได้ตรวจดูเอกสารสัญญาซื้อขายนี้ในวันนัดดูแผนที่และวันชี้สองสถาน ทั้งโจทก์ได้รับสำเนาเอกสารที่จำเลยขออ้างไว้แล้วเพื่อประโยชน์แห่งความยุตติธรรม เมื่อจำเป็นจะต้องสืบพะยานหลักฐานนี้ ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ศาลมีอำนาจรับฟังพะยานหลักฐานนี้ได้ ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 87 อนุมาตรา 2.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย: การกระทำเพื่อตอบโต้การทำร้ายของผู้อื่น
จำเลยเป็นหัวหน้าควบคุมเหมืองฝาย มีหน้าที่แบ่งปันน้ำในเหมืองเฉลี่ยให้ตามนาต่างๆ ผู้ตายลักกั้นน้ำเข้านาจำเลยไปห้ามผู้ตายไม่เชื่อฟังเกิดเถียงกันแล้วจำเลยเดินหนี ผู้ตายตามไปทำร้ายจำเลย จำเลยจึงทำตอบแทนจำเลยมีบาดแผล 3 แห่ง ถูกของมีคมแม้จะปรากฏว่าผู้ตายถูกทำร้ายเหมือนกันหลายแห่ง แต่ก็ปรากฏว่าผู้ตายได้ใช้มีดทำร้ายจำเลยหลายครั้งจำเลยมีอำนาจกระทำป้องกันได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกัน ไม่เกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตนเองจากการถูกทำร้าย: การกระทำที่ไม่เกินสมควรแก่เหตุ
จำเลยเป็นหัวหน้าควบคุมเหมืองฝาย มีหน้าที่แบ่งปันน้ำในเหมืองเฉลี่ยให้ตามนาต่าง ๆ ผู้ตายลักกั้นน้ำเข้านา จำเลยไปห้ามผู้ตายไม่เชื่อฟัง เกิดเถียงกัน แล้วจำเลยเดินหนี ผู้ตายตามไปทำร้ายจำเลย ๆ จึงทำตอบแทนจำเลยมีบาดแผล 3 แห่ง ถูกของมีคม แม้จะปรากฎว่าผู้ตายถูกทำร้ายเหมือนกันหลายแห่ง แต่ก็ปรากฎว่าผู้ตายได้ใช้มีดทำร้ายจำเลยหลายครั้ง จำเลยมีอำนาจกระทำป้องกันได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขายข้าวเกินราคาที่ตกลงในที่ประชุม ไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศเดิม หากทางการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงได้
ข้าหลวงประจำจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว ได้ออกประกาศกำหนดราคาข้าวสารที่ 1 กระสอบละ 115 บาทต่อมาข้าวมีราคาสูงขึ้นถึงกระสอบละ 180-190 บาทข้าหลวงประจำจังหวัดพร้อมทั้ง คณะกรรมการจังหวัดและเจ้าของโรงสีต่างๆมาประชุมพร้อมกันตกลงขอให้เจ้าของโรงสีขายข้าวช่วยเหลือข้าราชการในราคาถูกก่อน คือ ข้าวที่ 1 กระสอบละ 145 บาท ส่วนประชาชนขอให้ลดลงไปบ้างหลังจากที่ได้ตกลงในที่ประชุมแล้ว จำเลยได้ขายข้าวสารให้แก่ ร.ต.ต.สุนทร ราคากระสอบละ 180 บาท ต่อจากนั้นมาได้มีประกาศยกเลิกประกาศเดิมที่ให้ขายข้าวสาร ที่ 1 กระสอบละ 115 บาทเสีย ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่าโดยมติที่ประชุมดังกล่าวแล้ว เป็นเหตุให้จำเลยเข้าใจว่าทางการอนุมัติมิต้องปฏิบัติตามคำสั่งกำหนดราคาข้าวเดิมนั้นแล้วจะว่าจำเลยเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขายข้าวเกินราคาที่ตกลงในที่ประชุม ไม่ถือเป็นเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน
ข้าหลวงประจำจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ได้ออกประกาศกำหนดราคาข้าวสารที่ 1 กระสอบละ 115 บาทต่อมาข้าวมีราคาสูงขึ้นถึงกระสอบละ 180-190 บาทข้าหลวงประจำจังหวัดพร้อมทั้งคณะกรมการจังหวัดและเจ้าของโรงสีต่าง ๆ มาประชุมพร้อมกันตกลงขอให้เจ้าของโรงสีขายข้าวช่วยเหลือข้าราชการ ในราคาถูกก่อน คือ ข้าวที่ 1 กระสอบละ 145 บาท ส่วนประชาชนขอให้ลดลงไปบ้างหลังจากที่ได้ตกลงในที่ประชุมแล้ว จำเลยได้ขายข้าวสารให้แก่ ร.ต.ต.สุนทร ราคากระสอบละ 180 บาท ต่อจากนั้นมาได้มีประกาศยกเลิกประกาศเดิมที่ให้ขายข้าวสารที่ 1 กระสอบละ 115 บาทเสีย ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่าโดยมติที่ประชุมดังกล่าว เป็นเหตุให้จำเลยเข้าใจว่าทางการอนุมัติมิต้องปฏิบัติตามคำสั่งกำหนดราคาข้าวเดิมนั้นแล้ว จะว่าจำเลยเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งหาได้ไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งประกาศของเจ้าพนักงาน และความรับรู้ของผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย หากไม่ทราบประกาศ ย่อมไม่มีความผิด
ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บเครื่องยนต์ฉุดระหัด ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กับส่งกรมโฆษณาการโฆษณาทางวิทยุและทางหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ปรากฏว่าได้ส่งประกาศนั้นไปทางอำเภอหรือกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อแจ้งให้ราษฏรทราบ ซึ่งเป็นการสมควรจะกระทำจำเลยเป็นผู้อยู่ห่างไกล ดังนี้เชื่อได้ว่าจำเลยมิได้ทราบข้อความแห่งคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ การที่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามประกาศ จึงไม่เป็นการขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน หรือฝ่าฝืนประกาศ อันจะเป็นผิดตามกฎหมาย
of 344