คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งประกาศของเจ้าพนักงาน และความรับรู้ของผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย หากไม่ทราบประกาศ ย่อมไม่มีความผิด
ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บเครื่องยนต์ฉุดระหัด ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กับส่งกรมโฆษณาการโฆษณาทางวิทยุและทางหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ปรากฏว่าได้ส่งประกาศนั้นไปทางอำเภอหรือกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อแจ้งให้ราษฏรทราบ ซึ่งเป็นการสมควรจะกระทำจำเลยเป็นผู้อยู่ห่างไกล ดังนี้เชื่อได้ว่าจำเลยมิได้ทราบข้อความแห่งคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ การที่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามประกาศ จึงไม่เป็นการขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน หรือฝ่าฝืนประกาศ อันจะเป็นผิดตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตอำนาจศาลในการลดโทษจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีกระทำผิดร่วมกัน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันขนย้ายข้าวโดยมิได้รับอนุญาตรายเดียวกัน และเป็นการกระทำผิดร่วมกันในกรณีอันหนึ่งอันเดียวกัน มิใช่เป็นเหตุส่วนตัวของแต่ละคน ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาลดโทษปรับตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามความหมายใน ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 213.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลลดโทษจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีร่วมกันกระทำผิด
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันขนย้ายข้าวโดยมิได้รับอนุญาตรายเดียวกัน และเป็นการกระทำผิดร่วมกันในกรณีอันหนึ่งอันเดียวกัน มิใช่เป็นเหตุส่วนตัวของแต่ละคน ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาลดโทษปรับตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามความหมายใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการแก้ไขข้อบกพร่องความสามารถของโจทก์ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะในคดีอาญา
ในคดีอาญา เมื่อดำเนินการพิจารณาสืบพะยานโจทก์ได้ 1 ปาก ปรากฎว่าโจทก์มีอายุเพียง 15 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ศาลมีอำนาจสั่งกำหนดให้แก้ไขข้อบกพร่องเสียให้บริบูรณ์ได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้โดยอาศัย ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 15 ประกอบกับ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 56 กรณีไม่มีเหตุจะให้ศาลยกฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลแก้ไขข้อบกพร่องโจทก์: โจทก์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่ต้องยกฟ้อง
ในคดีอาญา เมื่อดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปาก. ปรากฏว่าโจทก์มีอายุเพียง 15 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ศาลมีอำนาจสั่งกำหนดให้แก้ไขข้อบกพร่องเสียให้บริบูรณ์ได้ตามที่เห็นสมควรทั้งนี้โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56. กรณีไม่มีเหตุจะให้ศาลยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้พยานจากสำนวนแพ่งในคดีอาญา: ศาลต้องฟังพยานสำหรับคดีอาญาโดยตรง
ในการไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา โจทก์จะอ้างแต่คำพะยานบุคคลในสำนวนคดีแพ่ง ซึ่งเป็นมูลกรณีเดียวกันและสืบเนื่องกันมายันแก่จำเลยแทนพะยานบุคคลที่จะมาเบิกความหาได้ไม่ เมื่อโจทก์อ้างแต่คำพะยานในสำนวนอื่นโดยไม่ติดใจสืบพะยานบุคคลแล้ว ก็เป็นอันไม่มีพะยานในสำนวน ดังนี้นับว่า คดีไม่มีมูล ศาลต้องยกฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้พยานจากสำนวนแพ่งในคดีอาญา: ห้ามอ้างแทนพยานบุคคลที่จะเบิกความ
ในการไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา โจทก์จะอ้างแต่คำพยานบุคคลในสำนวนคดีแพ่งซึ่งเป็นมูลกรณีเดียวกันและสืบเนื่องกันมายันแก่จำเลยแทนพยานบุคคลที่จะมาเบิกความหาได้ไม่ เมื่อโจทก์อ้างแต่คำพยานในสำนวนอื่นโดยไม่ติดใจสืบพยานบุคคลแล้วก็เป็นอันไม่มีพยานในสำนวน ดังนี้ นับว่า คดีไม่มีมูล ศาลต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาบุกรุก vs. ป้องกันภัยสาธารณะ: การกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ถือเป็นความผิดอาญา
การกระทำอันจะเป็นผิดตามมาตรา 328 ก.ม.ลักษณะอาญานั้นจะต้องเป็นการกระทำที่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา 327 อันเป็นหลักทั่วไปในเรื่องความผิดฐานบุกรุก คือ ผู้กระทำมีเจตนาจะมิให้ผู้อื่นครอบครองทรัพย์ของเขาอันจะพึงเคลื่อนจากที่มิได้นั้นโดยความปกติสุข
จำเลยพาราษฎรไปขุดร่องชักน้ำในเขตต์นาของโจทก์ ทำให้เนื้อที่นาของโจทก์พังเสียหาย แต่จำเลยกระทำเพื่อป้องกันมิให้น้ำในลำห้วยน้ำแก่นทำลายฝายหลวงอันเป็นเหมืองสาธารณะ ซึ่งจะทำให้เกิดเสียหายแก่นาราษฎรมากมายหลายตำบล ดังนี้ จำเลยหาได้มีเจตนาที่จะมิให้โจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยความปกติสุขแต่ประการใดไม่ หากแต่จำเลยได้กระทำไปเพื่อบำบัดป้องกันภยันตรายแก่สาธารณะ อันแลเห็นอยู่ว่าจะเกิดขึ้นเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 327 และจำเลยย่อมไม่มีผิดตามมาตรา 328 และการเสียหายที่จะเกิดขึ้น ย่อมนับได้ว่า เป็นภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉิน ซึ่งบุคคลอาจทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายนี้ได้ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 450 และการที่จำเลยกระทำนี้ ก็ไม่เกินสมควรแก่เหตุ จะว่าจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 324 อีกด้วย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำเพื่อป้องกันภยันตรายสาธารณะ ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกหรือทำให้เสียทรัพย์
การกระทำอันจะเป็นผิดตามมาตรา 328 กฎหมายลักษณะอาญานั้นจะต้องเป็นการกระทำที่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา 327 อันเป็นหลักทั่วไปในเรื่องความผิดฐานบุกรุก คือ ผู้กระทำมีเจตนาจะมิให้ผู้อื่นครอบครองทรัพย์ของเขาอันจะพึงเคลื่อนจากที่มิได้นั้นโดยความปกติสุข
จำเลยพาราษฎรไปขุดร่องชักน้ำในเขตนาของโจทก์ ทำให้เนื้อที่นาของโจทก์พังเสียหายแต่จำเลยกระทำเพื่อป้องกันมิให้น้ำในลำห้วยน้ำแก่นทำลายฝายหลวงอันเป็นเหมืองสาธารณะซึ่งจะทำให้เกิดเสียหายแก่นาราษฎรมากมายหลายตำบล ดังนี้จำเลยหาได้มีเจตนาที่จะมิให้โจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยความปกติสุขแต่ประการใดไม่ หากแต่จำเลยได้กระทำไปเพื่อบำบัดป้องกันภยันตรายแก่สาธารณะ อันแลเห็นอยู่ว่าจะเกิดขึ้นเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 327 และจำเลยย่อมไม่มีผิดตามมาตรา 328 และ การเสียหายที่จะเกิดขึ้น ย่อมนับได้ว่า เป็นภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉินซึ่งบุคคลอาจทำบุบสลาย หรือ ทำลายทรัพย์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายนี้ได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 450 และการที่จำเลยกระทำนี้ ก็ไม่เกินสมควรแก่เหตุ จะว่าจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324 อีกด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 593/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องปล้นทรัพย์ต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สินที่ถูกปล้น หากไม่ชัดเจน ศาลไม่รับฟ้อง
ในการฟ้องฐานปล้นทรัพย์นั้นทรัพย์ที่ถูกปล้นเอาไปเป็นรายละเอียดส่วนสำคัญที่จะต้องกล่าวในฟ้องให้ปรากฎ หากไม่สามารถจะกล่าวถึงรายละเอียดให้ทราบได้ว่าทรัพย์สิ่งใดบ้างที่ถูกปล้นไปอย่างน้อยก็ต้องระบุถึงประเภทลักษณะ และชะนิดของทรัพย์เหล่านั้น เท่าที่จำเลยเข้าใจในเรื่องที่ตนถูกหาได้
โจทก์ฟ้องหาว่าปล้นทรัพย์แต่ไม่ได้กล่าวว่า ทรัพย์ที่ถูกปล้นเป็นทรัพย์อะไรบ้าง และราคาเท่าใด ศาลสั่งให้แก้ฟ้อง โจทก์ก็ไม่จัดการหรือพยายามจัดการขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องตามที่ศาลสั่งนั้นแต่ประการใด ฟ้องของโจทก์จึงถือได้ว่า ไม่ได้กล่าวรายละเอียดถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควร เท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
of 344