คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: การพิจารณาความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และลักษณะฉกรรจ์
ความผิดฐานฆ่าคนตาย โดยไม่เจตนาตามมาตรา 251 ตอน 2 นั้น จะต้องได้ความว่า มีลักษณะฉกรรจ์ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังที่กล่าวในมาตรา 250.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: การพิจารณาความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาและลักษณะฉกรรจ์
ความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามมาตรา 251 ตอน 2 นั้นจะต้องได้ความว่า มีลักษณะฉกรรจ์ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังที่กล่าวในมาตรา 250

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา การเลิกสัญญา และสิทธิของผู้ครอบครอง
คู่ความตกลงกันให้ศาลถือคำให้การของนายสมเพียงคนเดียวเป็นข้อเท็จจริงแห่งคดีเพื่อการวินิจฉัยคดีเท่านั้น ศาลต้องถือเอาคำเบิกความของนายสมเป็นยุติในข้อเท็จจริง
สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ทั้งไม่มีหนังสือเช่าต่อกัน ผู้เช่าและผู้ให้เช่าย่อมบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการบอกกล่าวล่วงหน้า และการเลิกสัญญาเช่ากันนี้ ถ้าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้แสดงกิริยาอาการอย่างไร อันเป็นที่เห็นได้ว่าคู่สัญญาตกลงเลิกกันแล้ว สัญญาระหว่างเขาทั้งสองเป็นอันระงับไปในตัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสิ้นสุดสัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา และสิทธิการเข้าครอบครองบ้าน
คู่ความตกลงกันให้ศาลถือคำให้การของนายสมเพียงคนเดียวเป็นข้อเท็จจริงแห่งคดีเพื่อการวินิจฉัยคดีเท่านั้น ศาลต้องถือเอาคำเบิกความของนายสมเป็นยุตติในข้อเท็จจริง
สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ทั้งไม่มีหนังสือเช่าต่อกัน ผู้เช่าและผู้ให้เช่าย่อมบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการบอกกล่าวล่วงหน้า และการเลิกสัญญาเช่ากันนี้ ถ้าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้แสดงกิริยาอาการอย่างไร อันเป็นที่เห็นได้ว่า คู่สัญญาตกลงเลิกกันแล้ว สัญญาระหว่างเขาทั้งสองเป็นอันระงับไปในตัว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเรียกถอนคืนการให้เพราะผู้รับประพฤติเนรคุณ: การพิจารณาพยานหลักฐานตามลักษณะความแพ่ง
คดีเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานแห่งคดี จึงควรเป็นไปโดยลักษณะความแพ่งกล่าวคือเทียบเคียงน้ำหนักคำพยานทั้งสองฝ่ายประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีว่าควรจะเชื่อฝ่ายใด ศาลไม่จำต้องพิเคราะห์คำพยานหลักฐานอย่างคดีอาญาอันว่าด้วย การที่จำเลยจะต้องรับโทษ
พฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนการให้เนื่องจากผู้รับประพฤติเนรคุณ: การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในลักษณะแพ่ง
คดีเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น การชั่งน้ำหนักพะยานหลักฐานแห่งคดี จึงควรเป็นไปโดยลักษณะความแพ่ง กล่าวคือเทียงเคียงน้ำหนักคำพะยานทั้งสองฝ่ายประกอบกับพฤตติการณ์แห่งคดีว่าควรจะเชื่อฝ่ายใด ศาลไม่จำต้องพิเคราะห์คำพะพยาน หลักฐานอย่างคดีอาญาอันว่าด้วย การที่จำเลยจะต้องรับโทษ
พฤตติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2).

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบของกลาง: ใช้กฎหมายในขณะกระทำผิด แม้กฎหมายปัจจุบันจะให้อำนาจริบได้
การริบทรัพย์เป็นโทษทางอาญาอย่างหนึ่งถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะที่จำเลยกระทำผิดให้อยู่ในดุลพินิจของศาล จะริบหรือไม่ริบก็ได้ แต่กฎหมายที่ใช้ในขณะพิจารณาคดีบัญญัติว่าต้องริบ เช่นนี้ต้องใช้กฎหมายในขณะจำเลยกระทำผิด คือศาลจะไม่ริบก็ได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบของกลาง: ใช้กฎหมายในขณะกระทำผิดหากมีโทษเบากว่า ตามหลัก ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 8
การริบทรัพย์เป็นโทษทางอาญาอย่างหนึ่ง ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะที่จำเลยกระทำผิดให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล จะริบหรือไม่ริบก็ได้ แต่กฎหมายที่ใช้ในขณะพิจารณาคดีบัญญัติว่าต้องริบ เช่นนี้ต้องใช้กฎหมายในขณะจำเลยกระทำผิด คือศาลจะไม่ริบก็ได้ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 8.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 169-170/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ช่วยเหลือการกระทำผิดฐานจับคนเรียกค่าไถ่ แม้ไม่ได้สมคบ แต่เข้าข่ายตัวการดุจกัน
ในคดีหาว่า จำเลยสมคบกับผู้ร้าย จับคนไปเพื่อสินไถ่แม้โจทก์จะสืบไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบกับพวกผู้ร้ายที่จับคนไปเพื่อสินไถ่ก็ดีแต่การกระทำของจำเลยเป็นการช่วยเหลือในการกระทำผิดเช่นนั้นภายหลังการกระทำผิด จับคนเพื่อสินไถ่ ต้องตามความในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 272ทวิ ซึ่งได้เพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.2477(ฉบับที่ 4)มาตรา 5 จำเลยต้องมีความผิดเป็นตัวการดุจกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 146/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบแร่ของกลางในคดีเหมืองแร่: ไม่อ้างอิงลักษณะอาญา
การที่จะริบแร่ของกลางในคดีผิดต่อ พระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ได้หรือไม่ ต้องวินิจฉัยตามกฎหมายเรื่องการทำเหมืองแร่จะนำกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 27 มาใช้หาได้ไม่
แร่ของกลางที่จำเลยได้มาจากการร่อนหาแร่โดยกำลังตนโดยมิได้รับใบอนุญาตนั้นกฎหมายในเรื่องการทำเหมืองแร่มิได้บัญญัติให้ริบ(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 10/92)
of 344