พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฆ่าโดยเจตนาจากการป้องกันเกินสมควร การลดโทษจากเหตุทำอนาจาร
ผู้ตายถูกแทงที่รักแร้ลึกเข้าปอด และที่ลิ้นปี่ลึกเข้าช่องท้องอันตรายแก่กระเพาะอาหารเป็นบาดแผลถูกแทงโดยแรงผู้แทงย่อมคาดหมายได้ว่าผู้ถูกแทงจะต้องตายเป็นธรรมดา และผู้ตายก็ล้มลงและขาดใจตายหน้าห้องจำเลย ดังนี้ การกระทำของจำเลย แสดงว่าเจตนาฆ่ามีผิดตามมาตรา 249
จำเลยได้แทงผู้ตายในขณะที่เห็นผู้ตายกำลังกอดปล้ำทำอนาจารแก่ภริยาตน เรียกว่าเป็นการกระทำการป้องกันแต่เกินสมควรแก่เหตุ ควรได้ลดหย่อนอาญาลงตามมาตรา50,53 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/92)
จำเลยได้แทงผู้ตายในขณะที่เห็นผู้ตายกำลังกอดปล้ำทำอนาจารแก่ภริยาตน เรียกว่าเป็นการกระทำการป้องกันแต่เกินสมควรแก่เหตุ ควรได้ลดหย่อนอาญาลงตามมาตรา50,53 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หากศาลดำเนินกระบวนการสืบพยานไปแล้ว ต้องยกฟ้อง
ฟ้องที่มิได้ลงชื่อโจทก์นั้นเป็นฟ้องไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7)
ศาลชั้นต้นได้สั่งประทับฟ้องที่ไม่ถูกต้องไว้ และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปแล้ว คงเหลือแต่พนักงานสอบสวนอีกปากเดียว ความจึงปรากฏจากคำร้องของจำเลยว่าโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในฟ้องดังนี้จึงมีวิธีที่ศาลจะปฏิบัติตามมาตรา 161 ได้อีกทางเดียวคือให้ยกฟ้องเสีย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/92)
ศาลชั้นต้นได้สั่งประทับฟ้องที่ไม่ถูกต้องไว้ และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปแล้ว คงเหลือแต่พนักงานสอบสวนอีกปากเดียว ความจึงปรากฏจากคำร้องของจำเลยว่าโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในฟ้องดังนี้จึงมีวิธีที่ศาลจะปฏิบัติตามมาตรา 161 ได้อีกทางเดียวคือให้ยกฟ้องเสีย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย – การยกฟ้องเมื่อศาลประทับฟ้องและดำเนินกระบวนการไปแล้ว
ฟ้องที่มิได้ลงชื่อโจทก์นั้นเป็นฟ้องไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 (7)
ศาลชั้นต้นได้สั่งประทับฟ้องที่ไม่ถูกต้องไว้ และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพะยานโจทก์ไปแล้ว คงเหลือแต่พนักงานสอบสวนอีกปากเดียว ความจึงปรากฎจากคำร้องของจำเลยว่าโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในฟ้อง ดังนี้จึงมีวิธีที่ศาลจะปฏิบัติตามมาตรา 161 ได้อีกทางเดียวคือให้ยกฟ้องเสีย.
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2492)
ศาลชั้นต้นได้สั่งประทับฟ้องที่ไม่ถูกต้องไว้ และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพะยานโจทก์ไปแล้ว คงเหลือแต่พนักงานสอบสวนอีกปากเดียว ความจึงปรากฎจากคำร้องของจำเลยว่าโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในฟ้อง ดังนี้จึงมีวิธีที่ศาลจะปฏิบัติตามมาตรา 161 ได้อีกทางเดียวคือให้ยกฟ้องเสีย.
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองทรัพย์สินชั่วคราวและการลักทรัพย์: การที่การช่วยถือทรัพย์ไม่อาจตัดสิทธิเจ้าของได้
เจ้าทรัพย์ยอมให้จำเลยช่วยถือทรัพย์ไว้แทนตนและไปด้วยกัน การครอบครองในทรัพย์ยังตกอยู่แก่เจ้าของทรัพย์ การที่จำเลยบังอาจพาทรัพย์นั้นหนีไป ให้พ้นจากความครอบครองของเจ้าของทรัพย์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถือครองทรัพย์สินและการลักทรัพย์: การครอบครองยังอยู่กับเจ้าของ แม้จะให้ผู้อื่นช่วยถือ
เจ้าของทรัพย์ยอมให้จำเลยช่วยถือทรัพย์ไว้แทนตนและไปด้วยกันการครอบครองในทรัพย์ยังตกอยู่แก่เจ้าของทรัพย์ การที่จำเลยบังอาจพาทรัพย์นั้นหนีไป ให้พ้นจากความครอบครองของเจ้าของทรัพย์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำสืบข้อเท็จจริงส่วนร่วมในการทำสัญญาซื้อขาย ไม่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร
ตามสัญญาซื้อขายมีชื่อสามีจำเลยเป็นผู้ซื้อ แต่ผู้เดียวนั้น โจทก์มีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าตนมีส่วนออกเงินร่วมด้วยในการทำสัญญานั้น ไม่เรียกว่าเป็นการนำสืบแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเอกสารที่ห้ามไว้ตามมาตรา 94(ข)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพราะเป็นการนำสืบถึงข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง มิได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในตัวสัญญานั้นเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำสืบส่วนได้เสียร่วมในสัญญาซื้อขายที่ไม่ระบุชื่อผู้ร่วมซื้อ ไม่เป็นการแก้ไขเอกสาร
ตามสัญญาซื้อขายมีชื่อสามีจำเลยเป็นผู้ซื้อ แต่ผู้เดียวนั้นโจทก์มีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าตนมีส่วนออกเงินร่วมด้วยในการทำสัญญานั้น ไม่เรียกว่า เป็นการนำสืบแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเอกสารที่ห้ามไว้ตามมาตรา 94 ( ข) ป.ม.วิ.แพ่ง เพราะเป็นการนำสืบถึงข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง มิได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในตัวสัญญานั้นเลย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับข้อเท็จจริงในสัญญาเช่าและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า กรณีใช้เป็นสำนักงาน
ในคดีแพ่ง เมื่อจำเลยให้การรับตามฟ้องของโจทก์แล้วโจทก์ก็ไม่ต้องสืบพะยานในข้อที่จำเลยรับ.
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นสถานที่ทำการ หาใช่เป็นเคหะไม่ เพราะมิใช่เป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า.
(อ้างฎีกา ที่ 1099,1147/2491)
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นสถานที่ทำการ หาใช่เป็นเคหะไม่ เพราะมิใช่เป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า.
(อ้างฎีกา ที่ 1099,1147/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าเพื่อใช้เป็นสำนักงานพาณิชย์ ไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า เมื่อจำเลยให้การรับตามฟ้อง โจทก์ไม่ต้องสืบพยาน
ในคดีแพ่ง เมื่อจำเลยให้การรับตามฟ้องของโจทก์แล้วโจทก์ก็ไม่ต้องสืบพยานในข้อที่จำเลยรับ
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นสถานที่ทำการหาใช่เป็นเคหะไม่เพราะมิใช่เป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ (อ้างฎีกาที่ 1099-1147/2491)
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นสถานที่ทำการหาใช่เป็นเคหะไม่เพราะมิใช่เป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ (อ้างฎีกาที่ 1099-1147/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฎีกาเกิดขึ้นเมื่ออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังแล้ว
เมื่อยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง โจทก์ยังไม่มีอำนาจฎีกา