คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดช่วงเวลากระทำผิดในคดีอาญา การพิจารณาช่วงเวลากลางคืนตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกวันที่ 3 สิงหาคม 2490 ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นวันที่ 4 สิงหาคม 2490 อันเป็นเวลากลางคืนตามกฎหมาย แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2490 เวลา 2.00 น. ซึ่งเป็นเวลาก่อนย่ำรุ่งของวันที่ 3สิงหาคม 2490 ถือได้ว่าเป็นเวลาคนละคืนกับที่โจทก์ฟ้อง ชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดเวลาความผิดทางอาญา: การพิจารณาช่วงเวลากลางคืนและก่อนย่ำรุ่ง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกวันที่ 3 สิงหาคม 2490 ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นวันที่ 4 สิงหาคม 2490 อันเป็นเวลากลางคืนตามกฎหมาย แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2490 เวลา 2.00 น. ซึ่งเป็นเวลาก่อนย่ำรุ่งของวันที่ 3 สิงหาคม 2490 ถือได้ว่าเป็นเวลาคนละคืนกับที่โจทก์ฟ้อง ชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 192 วรรค 2

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวเกินกว่าเหตุทางอาญา: กรณีแย่งอาวุธและทำร้ายจนถึงแก่ความตาย
ผู้ตายถือปืนยาวแบบญี่ปุ่นขึ้นไปบนเรือนจำเลยที่ 1 เกิดโต้เถียงกัน ผู้ตายยกปืนขึ้นและกระชากขึ้นลำกล้อง หันปากกระบอกปืนไปทางจำเลยที่ 1 ๆ แย่งปืนและเอาขวานฟันผู้ตายหลายที และเรียกจำเลยที่ 2 มาช่วย จำเลยที่2ใช้ดาบฟันผู้ตายหลายที ผู้ตายล้มลงสักครู่ก็ขาดใจตาย มีบาดแผล 38 แผล ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเกินกว่าความจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตและร่างกายของจำเลย ย่อมมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249, 53

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ป้องกันเกินสมควร: การใช้กำลังเกินกว่าเหตุเพื่อป้องกันตัวจากอาวุธ ทำให้มีความผิดอาญา
ผู้ตายถือปืนยาวแบบญี่ปุ่นขึ้นไปบนเรือนจำเลยที่ 1 เกิดโต้เถียงกันผู้ตายยกปืนขึ้นและกระชากขึ้นลำกล้องหันปากกระบอกปืนไปทางจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 แย่งปืนและเอาขวานฟันผู้ตายหลายที และเรียกจำเลยที่ 2 มาช่วย จำเลยที่ 2 ใช้ดาบฟันผู้ตายหลายที ผู้ตายล้มลงสักครู่ก็ขาดใจตาย มีบาดแผล 38 แผล ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเกินกว่าความจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตและร่างกายของจำเลย ย่อมมีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249,53

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1089/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเรือและการโอนกรรมสิทธิ์โดยทุจริต
โจทก์ได้ซื้อเรือต่อระวางบรรทุก 6,67 ตันกรอสจากจำเลยที่ 1โดยทำหนังสือกันเอง และได้ชำระเงินค่าเรือแล้ว จำเลยที่ 1 ได้มอบใบทะเบียนเรือและตัวเรือให้แก่โจทก์ ยังเหลือแต่เพียงไปโอนชื่อแก้ทะเบียนที่กรมเจ้าท่าเท่านั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิในเรือลำนี้แล้วต่อมาโจทก์มอบเรือลำนี้ให้แก่จำเลยที่ 2 ไปใช้ โดยจำเลยที่ 2 รู้เป็นอย่างดีแล้วว่า เรือลำนี้โจทก์ขอซื้อจากจำเลยที่ 1 และได้ชำระราคากันเสร็จแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 2 สมรู้กันไปโอนทะเบียนใส่ชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของ ดังนี้โจทก์ย่อมฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายเรือระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เสียได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1089/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเรือและการโอนทะเบียนที่ทุจริตต่อผู้รับมอบทรัพย์
โจทก์ได้ซื้อเรือต่อระวางบรรทุก 6, 67 ตันกรอสจากจำเลยที่ 1 โดยทำหนังสือกันเอง และได้ชำระเงินค่าเรือแล้ว จำเลยที่ 1 ได้มอบใบทะเบียนเรือและตัวเรือให้แก่โจทก์ ยังเหลือแต่เพียงไปโอนชื่อแก้ทะเบียนที่กรมเจ้าท่าเท่านั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิในเรือลำนี้แล้ว ต่อมาโจทก์มอบเรือลำนี้ให้แก่จำเลยที่ 2 ไปใช้โดยจำเลยที่ 2 รู้เป็นอย่างดีแล้วว่า เรือลำนี้โจทก์ขอซื้อจากจำเลยที่ 1 และได้ชำระราคากันเสร็จแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 2 สมรู้กันไปโอนทะเบียนใส่ชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของ ดังนี้โจท์ย่อมฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายเรือระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เสียได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความหมายของการลักทรัพย์และการระบุเจตนาทุจริตในฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักทรัพย์ไป การลักทรัพย์ย่อมมีความหมายว่า บังอาจเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยการทุจริตอยู่ในตัวแล้ว ดังนี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือโดยการทุจริต
การอุทธรณ์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้น ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องลักทรัพย์: การระบุเจตนาทุจริตโดยปริยายจากคำว่า 'ลักทรัพย์'
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักทรัพย์ไป การลักทรัพย์ย่อมมีความหมายว่า บังอาจเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยการทุจจริตอยู่ในตัวแล้ว ดังนี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตหรือโดยการทุจจริต
การอุทธรณ์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้น ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1085/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดุลพินิจศาลอนุญาตถอนฟ้อง แม้จำเลยคัดค้าน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175
แม้จำเลยจะคัดค้านการถอนฟ้องของโจทก์ก็ตาม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องหรือไม่นั้น เป็นเรื่องอยู่ในดุลพินิจของศาลในอันที่จะพิจารณาสั่ง ตามที่เห็นสมควร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1085/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดุลพินิจศาลในการอนุญาตถอนฟ้อง แม้จำเลยคัดค้าน
แม้จำเลยจะคัดค้านการถอนฟ้องของโจทก์ก็ตาม ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.175 ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องหรือไม่นั้น เป็นเรื่องอยู่ในดุลย์พินิจของศาลในอันที่จะพิจารณาสั่ง ตามที่เห็นสมควร
of 344