คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับวินิจฉัย เหตุฟ้องฎีกาไม่ชัดเจนข้อกฎหมายที่อ้าง
ฟ้องฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการสอดคล้องต้องด้วยวิธีพิจารณาในทางอาญายิ่งนักไม่ได้กล่าวให้ชัดเจนว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร เป็นฟ้องฎีกาที่ไม่ถูกต้องตาม มาตรา 195ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับวินิจฉัย เหตุฟ้องฎีกาไม่ชัดเจนถึงข้อผิดพลาดของศาลอุทธรณ์
ฟ้องฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการคลาดเคลื่อน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการสอดคล้องต้องด้วยวิธีพิจารณาในทางอาญายิ่งนัก ไม่ได้กล่าวให้ชัดเจนว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร เป็นฟ้องฎีกาที่ไม่ถูกต้องตามมาตรา 195 ป.ม.วิ.อาญา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระหนี้ค่าเช่าโดยปริยาย: การปฏิบัติที่ต่อเนื่องเป็นหลักฐานการตกลง
การชำระค่าเช่า จำเลยได้ส่งให้แก่บุคคลที่ 3 เป็นกิจวัตรตลอดมาโจทก์หรือภรรยาโจทก์มารับเอาไปจากบุคคลที่ 3 เป็นคราวๆ ไป ดังนี้ กรณีเป็นที่ประจักษ์ว่า แม้จะไม่ได้มีการตกลงกันโดยชัดแจ้งในการชำระหนี้ค่าเช่านี้ก็ดี แต่กริยาอาการที่เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้ปฏิบัติต่อกันจนเป็นปกติกิจนั้น ย่อมแสดงได้ว่าโจทก์และจำเลยได้ตกลงกันโดยปริยายถึงวิธีการชำระหนี้ให้เป็นไปตามวิถีนั้น เมื่อโจทก์ไม่ไปรับค่าเช่าจากบุคคลที่ 3 นั้นเองเช่นที่เคยปฏิบัติมาแล้ว จะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระหนี้โดยปริยาย การปฏิบัติที่ต่อเนื่องย่อมแสดงเจตนา การถือเอาการปฏิบัติเป็นหลัก
การชำระค่าเช่า จำเลยได้ส่งให้แก่บุคคลที่ 3 เป็นกิจวัตรตลอดมา โจทก์หรือภรรยาโจทก์มารับเอาไปจากบุคคลที่ 3 เป็นคราว ๆ ไป ดังนี้ กรณีเป็นที่ประจักษ์ว่า แม้จะไม่มีการตกลงกันโดยชัดแจ้งในการชำระหนี้ค่าเช่านี้ก็ดี แต่กริยาอาการที่เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้ปฏิบัติต่อกันจนเป็นปกติกิจนั้น ย่อมแสดงได้ว่าโจทก์และจำเลยได้ตกลงกันโดยปริยายถึงวิธีการชำระหนี้ให้เป็นไปตามวิถีนั้น เมื่อโจทก์ไม่ไปรับค่าเช่าจากบุคคลที่ 3 นั้นเองเช่นที่เคยปฏิบัติมาแล้ว จะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จ – รายงานความจริงโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายความผิด
ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรายงานไปว่า "นางสาวสมคิดไปเที่ยวกับผู้ชายในที่เปล่าเปลี่ยวสองต่อสอง" อันเป็นความเท็จและทำให้นางสาวสมคิดเสียหาย แต่ความจริงจำเลยรายงานว่า"ฯลฯ(นางสาวสมคิด) ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และการไปมาซึ่งนับว่าเปล่าเปลี่ยวก็ไปกันกับหญิงกับชายซึ่งไม่มีญาติผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อน ฯลฯ" ซึ่งไม่ตรงกับคำฟ้อง ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยรายงานไปโดยสุจริต จึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จ: ข้อความไม่ตรงกับฟ้องและรายงานโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายความผิด
ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรายงานไปว่า "นางสาวสมคิดไปเที่ยวกับผู้ชายในที่เปล่าเปลี่ยวสองต่อสอง" อันเป็นความเท็จและทำให้นางสาวสมคิดเสียหาย แต่ความจริงจำเลยรายงานว่า "ฯลฯ (นางสาวสมคิด) ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ และการไปมาซึ่งนับว่าเปล่าเปลี่ยว ก็ไปกันกับหญิงกับชายซึ่งไม่มีญาติผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อน ฯลฯ" ซึ่งไม่ตรงกับคำฟ้อง ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยรายงานไปโดยสุจริต จึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921-923/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสอบสวนของตำรวจสันติบาล: ต้องพิจารณาขอบเขตตามกฎหมายและข้อบังคับ
ตำรวจสันติบาลมีอำนาจทำการสอบสวนได้เพียงไรหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จเกี่ยวกับโรคติดต่อร้ายแรง อาจทำให้ผู้อื่นเสียหายได้
ฟ้องว่าจำเลยเอาความเท็จไปแจ้งแก่สาธารณสุขจังหวัดชุมพรขอย้ายบุตรของจำเลยซึ่งป่วยเป็นโรคลงท้องโดยท้องเสียอาการไม่ร้ายแรงจากบ้านตำบลท่าตะเภาไปรักษาตัวที่บ้านตำบลท่ายาง สาธารณสุขจังหวัดชุมพรหลงเชื่อจึงอนุญาตให้จำเลยพาบุตรย้ายไปได้ ซึ่งความจริงบุตรของจำเลยป่วยเป็นโรคอหิวา ดังนี้ อาจทำให้ผู้อื่นหรือสาธารณชนเสียหายได้เพราะโรคอหิวาเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องฐานแจ้งความเท็จที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จเกี่ยวกับโรคติดต่อร้ายแรง อาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา
ฟ้องว่าจำเลยเอาความเท็จไปแจ้งแก่สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ขอย้ายบุตรของจำเลยซึ่งป่วยเป็นโรคลงท้อง โดยท้องเสียอาการไม่ร้ายแรงจากบ้าน ตำบลท่าตะเภาไปรักษาตัวที่บ้านตำบลท่ายาง สาธารณสุขจังหวัดชุมพรหลงเชื่อ จึงอนุญาตให้จำเลยพาบุตรย้ายไปได้ แต่ความจริงบุตรของจำเลยป่วยเป็นโรคอหิวาต์ ดังนี้ อาจทำให้ผู้อื่นหรือสาธารณชนเสียหายได้ เพราะโรคอหิวาต์เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องฐานแจ้งความเท็จ สมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเช่าหลังคู่สัญญาเดิมเสียชีวิต: เงื่อนไขการเป็นผู้เช่าสืบแทนตามกฎหมายควบคุมค่าเช่า
เมื่อผู้เช่าตาย บุคคลภายนอกจะเข้ามาเป็นคู่สัญญาสืบแทนคู่สัญญาต่อไป โดยได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติ ได้ ต่อแต่เมื่อได้มีฐานะ และได้ปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 3) 2489 มาตรา 17 บัญญัติไว้ กล่าวคือ (1) เป็นบุคคลในครอบครัวของผู้เช่า (2) ได้อาศัยอยู่ในทรัพย์สินที่เช่าขณะที่ผู้เช่าตาย และ (3) ได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือไปยังผู้ให้เช่าภายใน30 วัน นับแต่วันผู้เช่าตาย
of 344