พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องและการนำสืบตัวแทน - การเปลี่ยนแปลงฐานสัญญาซื้อขายจากโจทก์เป็นนายเดชา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซื้อไม้จากโจทก์แล้วไม่ชำระราคา จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ทำผิดสัญญา จำเลยได้รับซื้อไม้ไว้จากนายเดชา โจทก์เป็นผู้ทำการแทนนายเดชา จำเลยได้ชำระเงินแก่นายเดชาแล้ว ศาลสั่งว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบก่อน โจทก์มิได้คัดค้าน จึงยกขึ้นฎีกาไม่ได้
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายไม้กับจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์เป็นตัวแทนของนายเดชา นายเดชาเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ บัดนี้ แสดงตัวให้ปรากฏ และเข้ารับเอาสัญญาที่โจทก์ทำแทนตน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 806 ย่อมนำสืบได้
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายไม้กับจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์เป็นตัวแทนของนายเดชา นายเดชาเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ บัดนี้ แสดงตัวให้ปรากฏ และเข้ารับเอาสัญญาที่โจทก์ทำแทนตน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 806 ย่อมนำสืบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงคู่กรณีในสัญญาซื้อขาย: ตัวแทนเปิดเผยตัวการได้ แม้สัญญาไม่ระบุ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซื้อไม้จากโจทก์แล้วไม่ชำระราคาจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ทำผิดสัญญา จำเลยได้รับซื้อไม้ไว้จากนายเดชา โจทก์เป็นผู้ทำการแทนนายเดชา จำเลยได้ชำระเงินแก่นายเดชาแล้ว ศาลสั่งว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบก่อน โจทก์มิได้คัดค้าน จึงยกขึ้นฎีกาไม่ได้
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายไม้กับจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์เป็นตัวแทนของนายเดชา นายเดชาเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ บัดนี้แสดงตัวให้ปรากฏ และเข้ารับเอาสัญญาโจทก์ทำแทนตน ตาม ป.พ.พ.มาตรา 806 ย่อมนำสืบได้
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายไม้กับจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์เป็นตัวแทนของนายเดชา นายเดชาเป็นตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ บัดนี้แสดงตัวให้ปรากฏ และเข้ารับเอาสัญญาโจทก์ทำแทนตน ตาม ป.พ.พ.มาตรา 806 ย่อมนำสืบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจจับกุมนอกเขตพื้นที่: ตำรวจมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้าได้ทั่วประเทศ
ตำรวจมีอำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาซึ่งหน้า นอกเขตท้องที่ที่ตนประจำอยู่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของเวลาในฟ้องคดีลักทรัพย์: 18.00 น. เพียงพอต่อการเข้าใจข้อหา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์ เมื่อ วันที่ 6 มิถุนายน 2490 เวลา 18.00 น.ขอให้ลงโทษตามมาตรา 294กฎหมายลักษณะอาญา โดยไม่ได้ระบุว่า เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ดังนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์
เวลา 18.00 น. อาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ได้
เวลา 18.00 น. อาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุเวลาในฟ้องลักทรัพย์: เวลา 18:00 น. เพียงพอต่อการเข้าใจข้อหา แม้จะเป็นช่วงเปลี่ยนระหว่างวันและคืน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2490 เวลา 18.00 น. ขอให้ลงโทษตามมาตรา 294 ก.ม.อาญา โดยไม่ได้ระบุว่า เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ดังนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์
เวลา 18.00 น. อาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ได้
เวลา 18.00 น. อาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 802/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บุคคลภายนอกคัดค้านการบังคับคดี กรณีจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ศาลต้องพิจารณาคำร้อง
ในชั้นบังคับคดี บุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีที่อ้างว่าจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่งศาลสั่งบังคับคดีไปตามคำพิพากษา ชอบที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ตามนัยแห่งบทบัญญัติ มาตรา 7(2),288, และ 296ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ร้องจะต้องไปฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่
การร้องคัดค้านว่าศาลสั่งบังคับคดีเอาทรัพย์สินของตนซึ่งเป็นคนภายนอกนั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามคำร้องขอ
ศาลมีอำนาจสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้
การร้องคัดค้านว่าศาลสั่งบังคับคดีเอาทรัพย์สินของตนซึ่งเป็นคนภายนอกนั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามคำร้องขอ
ศาลมีอำนาจสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเล่นหวยก.ข. ความผิดฐานการพนัน พิจารณาจากวิธีการเล่น ไม่ใช่รูปแบบตัวเลข
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นขุนบาลเล่นการพนันหวยก.ข.ประเภทห้ามขาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเป็นขุนบาลออกหวยรายนี้โดยใช้ตัวเลขแทนตัวอักษร แต่วิธีการเป็นการเล่นหวยก.ข. ดังนี้ เป็นการเล่นการพนันอย่างเดียวกับที่โจทก์ฟ้อง ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ต่างกับฟ้อง ลงโทษจำเลยตามฟ้องโจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเล่นพนันหวย ก.ข. ความผิดฐานเดียวกัน แม้ใช้ตัวเลขแทนตัวอักษร
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นขุนบาล เล่นการพนันหวย ก.ข. ประเภทห้ามขาดโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเป็นขุลบาลออกหวยรายนี้โดยใช้ตัวเลขแทนตัวอักษร แต่วิธีการเป็นการเล่นหวย ก.ข. ดังนี้ เป็นการเล่นการพนันอย่างเดียวกับที่โจทก์ฟ้อง ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ต่างกับฟ้อง ลงโทษจำเลยตามฟ้องโจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับเวลากลางคืนตามกฎหมาย: ผลต่อการระบุวันเวลาเกิดเหตุในคดีอาญา
การนับเวลาได้มีประกาศนับเวลาในราชการ พ.ศ.2460 ให้เริ่มนับวันใหม่ตั้งแต่เที่ยงคืน และกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 6 ข้อ 23 บัญญัติว่า วันหนึ่งหมายความว่าระยะเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อตั้งต้นนับวันใหม่ตั้งแต่เที่ยงคืนวันหนึ่งจึงมีเวลากลางคืน 2 ตอน คือตอนต้นนับวันใหม่ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนไปจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น เป็นเวลากลางคืนตอนหนึ่ง กับอีกตอนหนึ่งระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปสุดสิ้นถึงเวลาเที่ยงคืน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 20 กันยายน 2489เวลากลางคืนทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำผิดในวันที่ 21 กันยายน 2489 เวลา 4.00 นาฬิกา ดังนี้ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 20 กันยายน 2489เวลากลางคืนทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำผิดในวันที่ 21 กันยายน 2489 เวลา 4.00 นาฬิกา ดังนี้ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกำหนดเวลากลางคืนตามกฎหมาย: ผลต่อการพิจารณาคดีอาญา
การนับเวลาได้มีประกาศนับเวลาในราชการ พ.ศ.2460 ให้เริ่มนับวันใหม่ตั้งแต่เที่ยงคืน และ ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 6 ข้อ 23 บัญญัติว่า วันหนึ่งหมายความว่าระยะเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อตั้งต้นนับวันใหม่ตั้งแต่เที่ยงคืน วันหนึ่งจึงมีเวลากลางคืน 2 ตอน คือตอนต้นนับวันใหม่ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนไปจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น เป็นเวลากลางคืนตอนหนึ่ง กับอีกตอนหนึ่งระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปสุดสิ้นถึงเวลาเที่ยงคืน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดในวันที่ 20 กันยายน 2489 เวลากลางคืน ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำผิดในวันที่ 21 กันยายน 2489 เวลา 4.00 นาฬิกา ดังนี้ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดในวันที่ 20 กันยายน 2489 เวลากลางคืน ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำผิดในวันที่ 21 กันยายน 2489 เวลา 4.00 นาฬิกา ดังนี้ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ต้องยกฟ้อง