พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินสวนมะพร้าว แม้ไม่มีโฉนด ย่อมมีระยะเวลาการครอบครองที่คุ้มครองตามกฎหมาย
ที่ดินสวนมะพร้าว แม้จะไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินก็ดี ย่อมถือได้ว่าเป็นที่ดินซึ่งได้ปลูกพรรณไม้อันมีค่า เป็นที่ดินมีราคาแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่ผู้ครอบครองย่อมหวงแหน ถืออำนาจเป็นเจ้าของและครอบครองกรรมสิทธิ์ไม่สละละทิ้งไปง่าย ๆ ต่อเมื่อผู้อื่นเข้าครอบครองโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จึงจะได้กรรมสิทธิตามมาตรา 1382.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และผู้กระทำไม่ทราบสถานะของผู้ถูกกระทำ
ผู้ใหญ่บ้านตั้งใจจะไปจับผู้ต้องหาฐานทำร้ายร่างกายบุตรผู้ใหญ่บ้านที่บ้านผู้มีชื่อ แต่มิได้แสดงว่าตนเป็นผู้ใหญ่บ้าน จะมาทำการจับกุมทั้งไม่ปรากฏว่า เจ้าของบ้านได้ทราบว่าเป็นผู้ใหญ่บ้าน หรือไม่ ดังนี้ การที่เจ้าของบ้านและพวกฆ่าผู้ใหญ่บ้านตายในขณะนั้น จะลงโทษตาม มาตรา 250(2) ไม่ถนัด ต้องลงโทษตามมาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อผู้ถูกกระทำไม่ได้แสดงตนในฐานะเจ้าพนักงานขณะถูกทำร้าย
ผู้ใหญ่บ้านตั้งใจจะไปจับผู้ต้องหาฐานทำร้ายร่างกายบุตรผู้ใหญ่บ้าน ที่บ้านผู้มีชื่อ แต่มิได้แสดงว่าตนเป็นผู้ใหญ่บ้าน จะมาทำการจับกุมทั้งไม่ปรากฏว่า เจ้าของบ้านได้ทราบว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านหรือไม่ ดังนี้ การที่เจ้าของบ้านและพวกฆ่าผู้ใหญ่บ้านตายในขณะนั้น จะลงโทษตาม มาตรา 250(2) ไม่ถนัด ต้องลงโทษตามมาตรา 249.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจับกุมนอกหน้าที่และการป้องกันตัวโดยชอบธรรม เจ้าพนักงานไม่มีอำนาจจับกุมในเคหสถาน
กรมการอำเภอตั้งกำนันตรวจโรงฆ่าสัตว์ และทำการจับกุมผู้ฆ่าสุกรโดยไม่ได้รับอนุญาต กำนันไปพบผู้หาบของมาสงสัยว่า จะทำการขายเนื้อสุกรโดยไม่ได้รับอนุญาต จะเข้าจับกุมผู้นั้นหนีเข้าบ้าน กำนันตามเข้าไปเพื่อจะจับ จำเลยหยิบมีดมา เงื้อจะทำร้ายพอดีตำรวจจับจำเลย ดังนี้ ไม่มีเหตุถือว่า เป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า และคดีนี้กำนันไม่มีอำนาจเข้าไปจับในห้อง จึงเป็นการนอกหน้าที่ จำเลยทำการป้องกันได้ ไม่มีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษในคดีวิวาท: จำเลยต้องลงมือทำร้ายร่างกายผู้ใดโดยเฉพาะ จึงจะลงโทษฐานทำร้ายร่างกายได้
ในกรณีวิวาทศาลจะลงโทษฐานทำร้ายร่างกายก็ต่อเมื่อได้ความชัดว่า จำเลยคนนั้นได้ลงมือทำร้ายคนไหนโดยเฉพาะส่วนคนที่ร่วมมือในการวิวาทมีผิดเพียงฐานวิวาทเท่านั้น
โจทก์ฟ้องบรรยายในเบื้องต้นกล่าวไว้ชัดว่า เป็นเรื่องวิวาท ซึ่งต่างสมัครใจเข้าทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันแล้วไขความต่อไปว่า จำเลยสมคบกับพวก(ระบุชื่อ) ทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บ บางคน ขอให้ลงโทษตาม มาตรา 254
ดังนี้ เป็นข้อความที่ขัดกับความที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นว่าเป็นกรณีวิวาทแม้จำเลยรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษตามมาตรา 254ไม่ได้
โจทก์ฟ้องบรรยายในเบื้องต้นกล่าวไว้ชัดว่า เป็นเรื่องวิวาท ซึ่งต่างสมัครใจเข้าทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันแล้วไขความต่อไปว่า จำเลยสมคบกับพวก(ระบุชื่อ) ทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บ บางคน ขอให้ลงโทษตาม มาตรา 254
ดังนี้ เป็นข้อความที่ขัดกับความที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นว่าเป็นกรณีวิวาทแม้จำเลยรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษตามมาตรา 254ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษในคดีวิวาท: จำเลยต้องลงมือทำร้ายร่างกายผู้ใดโดยเฉพาะ จึงจะลงโทษฐานทำร้ายร่างกายได้
ในกรณีวิวาทศาลจะลงโทษฐานทำร้ายร่างกายก็ต่อเมื่อได้ความชัดว่า จำเลยคนนั้นได้ลงมือทำร้ายคนไหนโดยฉะเพาะ ส่วนคนที่ร่วมมือในการวิวาทมีผิดเพียงฐานวิวาทเท่านั้น
โจทก์ฟ้องบรรยายในเบื้องต้นกล่าวไว้ชัดว่า เป็นเรื่องวิวาท ซึ่งต่างสมัคร์ใจเข้าทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน แล้วไขความต่อไปว่า จำเลยสมคบกับพวก (ระบุชื่อ) ทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บ บางคน ขอให้ลงโทษตาม ม.254 ดังนี้ เป็นข้อความที่ขัดกับความที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นว่า เป็นกรณีวิวาท แม้จำเลยรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษตาม ม.254 ไม่ได้
โจทก์ฟ้องบรรยายในเบื้องต้นกล่าวไว้ชัดว่า เป็นเรื่องวิวาท ซึ่งต่างสมัคร์ใจเข้าทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน แล้วไขความต่อไปว่า จำเลยสมคบกับพวก (ระบุชื่อ) ทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บ บางคน ขอให้ลงโทษตาม ม.254 ดังนี้ เป็นข้อความที่ขัดกับความที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นว่า เป็นกรณีวิวาท แม้จำเลยรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษตาม ม.254 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่การนำสืบในคดีเรือชน และการทิ้งฟ้องอุทธรณ์: ศาลฎีกาชี้ขาดประเด็นการนำสืบและการดำเนินการทางกฎหมาย
ในเรื่องเรือใบกับเรือกลไฟชนกัน เมื่อเจ้าของเรือใบมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือกลไฟจะต้องนำสืบก่อนในข้อที่จะไม่ต้องรับผิด ส่วนจำนวนค่าเสียหายเป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือใบจะต้องนำสืบก่อน
ในเรื่องเรือชนกัน เมื่อศาลชั้นต้นกะหน้าที่นำสืบก่อนหลังผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว แม้ฎีกาของคู่ความที่คัดค้านในข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่ย้อนสำนวนให้สืบพยานกันใหม่
เพียงแต่ปรากฏว่า ผู้อุทธรณ์ไปนำเจ้าพนักงานส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วันไป 4 วันนับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้นยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี
ในเรื่องเรือชนกัน เมื่อศาลชั้นต้นกะหน้าที่นำสืบก่อนหลังผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว แม้ฎีกาของคู่ความที่คัดค้านในข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่ย้อนสำนวนให้สืบพยานกันใหม่
เพียงแต่ปรากฏว่า ผู้อุทธรณ์ไปนำเจ้าพนักงานส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วันไป 4 วันนับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้นยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่นำสืบในคดีเรือชน และการทิ้งฟ้องอุทธรณ์: ศาลฎีกาไม่ย้อนสำนวนหากสืบพยานสิ้นกระแสความแล้ว
(ประมวลแพ่งฯ ละเมิด วิธีพิจารณาความแพ่ง หน้าที่นำสืบ ทิ้งฟ้องอุทธรณ์)
ในเรื่องเรือใบกับเรือกลไฟชนกัน เมื่อเจ้าของเรือใบมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือกลไฟจะต้องนำสืบก่อนในข้อที่จะไม่ต้องรับผิด ส่วนจำนวนค่าเสียหายเป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือใบจะต้องนำสืบก่อน
ในเรื่องเรือชนกัน เมื่อศาลชั้นต้นกะหน้าที่นำสืบก่อนหลังผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว แม้ฎีกาของคู่ความที่คัดค้านในข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่ย้อนสำนวนให้สืบพะยานกันใหม่
เพียงแต่ปรากฏว่า ผู้อุทธรณ์ไปนำเจ้าพนักงานส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วันไป 4 วัน นับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้น ยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี
ในเรื่องเรือใบกับเรือกลไฟชนกัน เมื่อเจ้าของเรือใบมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือกลไฟจะต้องนำสืบก่อนในข้อที่จะไม่ต้องรับผิด ส่วนจำนวนค่าเสียหายเป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือใบจะต้องนำสืบก่อน
ในเรื่องเรือชนกัน เมื่อศาลชั้นต้นกะหน้าที่นำสืบก่อนหลังผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว แม้ฎีกาของคู่ความที่คัดค้านในข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่ย้อนสำนวนให้สืบพะยานกันใหม่
เพียงแต่ปรากฏว่า ผู้อุทธรณ์ไปนำเจ้าพนักงานส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วันไป 4 วัน นับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้น ยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความบทกฎหมายอาญาที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีฟ้องระบุเฉพาะมาตราเดิม ศาลลงโทษตามมาตราที่แก้ไขแล้วได้
ฟ้องหาว่าจำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังคนเพื่อเอาสินไถ+บทก.ม. ขอให้ลงโทษ+เพียง ก.ม.อาญามาตรา 270 เท่านั้น ย่อมต้องเข้าใจว่าหมายถึงมาตรา 270 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย(ฉบับ ที่ 4)477 แล้ว ศาลงโทษตามพ.ร.บ.ที่แก้ไขเพิ่มเติมได้ไม่เป็นการเกินคำขอท้ายฟ้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความบทกฎหมายอาญาที่แก้ไขเพิ่มเติม ศาลพิจารณาตามบทแก้ไขล่าสุดได้ แม้ท้ายฟ้องระบุเพียงบทเดิม
ฟ้องหาว่าจำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังคนเพื่อเอาสินไถ่ อ้างบทกฎหมายขอให้ลงโทษ เพียงกฎหมายลักษณะมาตรา 270 เท่านั้น ย่อมต้องเข้าใจว่าหมายถึงมาตรา 270 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย(ฉบับที่ 4)2477 แล้ว ศาลลงโทษตามพระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมได้ไม่เป็นการเกินคำขอท้ายฟ้อง