พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงซื้อขายที่ดินทางปากเปล่าและผลของการไม่ปลดจำนอง แม้จำนวนเงินจะเท่ากันก็ไม่ถือว่าชำระหนี้
จำนองที่ดินไว้แก่เขาภายหลังตกลงขายที่ดินนั้นแก่ผู้รับจำนองครึ่งหนึ่ง โดยตกลงกันให้หักหนี้ที่จำนองเป็นการชำระหนี้สินสิ้นเชิง
ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง
ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเฉพาะเจาะจงในวันเวลากระทำผิด หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ย่อมฟังไม่ได้ว่ากระทำผิด
ฟ้องโจทก์กล่าวเจาะจงหาว่าจำเลยกระทำผิดเฉพาะวันเดียวมิได้หาว่าจำเลยกระทำผิดในวันอื่น หรือกระทำผิดในระหว่างเดือนนั้นด้วย
เมื่อทางพิจารณาตลอดจนคำให้การของพยานโจทก์ชั้นสอบสวนก็ไม่ได้ความเลยว่าจำเลยได้กระทำผิดในวันที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้ย่อมถือว่าหลักฐานพยานโจทก์ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดในวันที่กล่าวหา ต้องยกฟ้อง
เมื่อทางพิจารณาตลอดจนคำให้การของพยานโจทก์ชั้นสอบสวนก็ไม่ได้ความเลยว่าจำเลยได้กระทำผิดในวันที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้ย่อมถือว่าหลักฐานพยานโจทก์ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดในวันที่กล่าวหา ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเฉพาะเจาะจง: วันเวลาที่กระทำผิดสำคัญ
ฟ้องโจทก์กล่าวเจาะจงหาว่าจำเลยกระทำผิดฉะเพาะวันเดียว มิได้หาว่าจำเลยกระทำผิดในวันอื่น หรือกระทำผิดในระหว่างเดือนนั้นด้วย เมื่อทางพิจารณาตลอดจนคำให้การของพะยานโจทก์ชั้นสอบสวนก็ไม่ได้ความเลยว่าจำเลยได้กระทำผิดในวันที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้ ย่อมถือว่าหลักฐานพะยานโจทก์ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดในวันที่กล่าวหา ต้องยกฟ้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายทรัพย์สินโดยสุจจริตและกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แม้เจ้าของเดิมมีข้อพิพาท
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เอาที่ของโจทก์ราคา 900 บาทไปขายให้จำเลยที่ 2 ขอให้พิพากษาว่าที่เป็นของโจทก์และสัญญาซื้อขายใช้ไม่ได้ ขอให้เพิกถอน ศาลชั้นต้นฟังว่าที่เป็นมฤดกตกทอดให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 ได้รับซื้อและรับโอนโดยสุจจริต จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่ดินเป็นของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ก็รับโอนโดยสุจจริต จึงพิพากษายืนดังนี้ ถือว่าเรื่องที่ซื้อขายที่พิพาทโดยสุจจริตหรือไม่ เป็นอันยุตติแล้ว ข้อฎีกาของโจทก์ที่ขอให้วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จึงไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะชี้ขาด เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายโดยสุจริตและกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: ศาลฎีกายกฎีกาเมื่อประเด็นกรรมสิทธิ์ระหว่างจำเลยยังไม่สิ้นสุด
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เอาที่ของโจทก์ราคา 900 บาทไปขายให้จำเลยที่ 2 ขอให้พิพากษาว่าที่เป็นของโจทก์ และสัญญาซื้อขายใช้ไม่ได้ ขอให้เพิกถอน ศาลชั้นต้นฟังว่าที่เป็นมรดกตกทอดได้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1แต่จำเลยที่ 2 ได้รับซื้อและรับโอนโดยสุจริต จึงพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่ดินเป็นของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ก็รับโอนโดยสุจริต จึงพิพากษายืนดังนี้ ถือว่าเรื่องซื้อขายที่พิพาทโดยสุจริตหรือไม่ เป็นอันยุติแล้ว ข้อฎีกาของโจทก์ที่ขอให้วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จึงไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะชี้ขาดเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำพิพากษาคดีอาญาไม่ผูกพันคดีแพ่ง หากคดีแพ่งมีการนำสืบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจนฟังได้ชัดเจน
ศาลพิพากษาชี้ขาดข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่อัยยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ว่า "ผู้เสียหายไม่รู้ว่าเขตต์โฉนดของตนอยู่แค่ไหน จำเลยจะบุกรุกเข้าไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่หาว่าจำเลยบุกรุกเข้าไป ก็เพราะสังเกตไว้เข้าใจเอาเท่านั้น ฟังไม่ได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่ดินของผู้เสียหายฯลฯ" ดังนี้ ถือว่าศาลไม่ได้ชี้ขาดว่าจำเลยไม่ได้รุกที่ดินของผู้เสียหาย เป็นแต่ว่า ผู้เสียหายไม่รู้เขตต์ที่ คือ นำสืบไม่ชัดว่า ที่ดินของผู้เสียหายแค่ไหน จึงลงโทษจำเลยทางอาญาไม่ได้เท่านั้น ฉะนั้น เมื่อผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้จัดการทำแผนที่วิวาท และนำสืบจนฟังได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่ของโจทก์แล้ว ศาลก็ย่อมฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่งว่า จำเลยรุกที่ดินโจทก์ได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 46.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อเท็จจริงในคดีอาญาไม่ผูกพันคดีแพ่ง: การรุกที่ดิน
ศาลพิพากษาชี้ขาดข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ว่า 'ผู้เสียหายไม่รู้ว่าเขตโฉนดของตนอยู่แค่ไหนจำเลยจะบุกรุกเข้าไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่หาว่าจำเลยบุกรุกเข้าไป ก็เพราะสังเกตไว้เข้าใจเอาเท่านั้น ฟังไม่ได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่ดินของผู้เสียหายฯลฯ'ดังนี้ ถือว่าศาลไม่ได้ชี้ขาดว่าจำเลยไม่ได้รุกที่ดินของผู้เสียหาย เป็นแต่ว่า ผู้เสียหายไม่รู้เขตที่ คือนำสืบไม่ชัดว่า ที่ดินของผู้เสียหายแค่ไหน จึงลงโทษจำเลยทางอาญาไม่ได้เท่านั้น ฉะนั้นเมื่อผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้จัดการทำแผนที่วิวาท และนำสืบจนฟังได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่ของโจทก์แล้ว ศาลก็ย่อมฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่งว่าจำเลยรุกที่ดินโจทก์ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายข้าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ขับขี่มีความผิดตาม พรบ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว แม้ไม่ใช่เจ้าของ
คนขับรถยนตร์บันทุกข้าวสารออกจากเขตต์ขนย้ายไปนอกเขตต์โดยรู้อยู่ว่า มิได้มีหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 มาตรา 10 ด้วย เพราะตามตัวบทที่กล่าวแล้วประสงค์จะลงโทษผู้ที่ขนย้ายโดยมิได้รับอนุญาต ไม่ได้เจาะจงฉะเพาะผู้ที่เป็นเจ้าของหรือมีส่วนได้ส่วนเสียด้วยเท่านั้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายข้าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาต: ผู้ขับขี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว แม้ไม่ใช่เจ้าของ
คนขับรถยนต์บรรทุกข้าวสารออกจากเขตขนย้ายไปนอกเขตโดยรู้อยู่ว่ามิได้มีหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 มาตรา 10ด้วย เพราะตามตัวบทที่กล่าวแล้วประสงค์จะลงโทษผู้ที่ขนย้ายโดยมิได้รับอนุญาตไม่ได้เจาะจงเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของหรือมีส่วนได้ส่วนเสียด้วยเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่ายึดครองทรัพย์สินโดยมิชอบ ถือเป็นละเมิด
บอกเลิกสัญญาเช่าถูกต้องตามสัญญาแล้ว ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่า ถ้าไม่ยอมส่งมอบ ก็เป็นผู้ยึดถือทรัพย์สินของเขาไว้โดยไม่ชอบ เป็นผู้ละเมิดสิทธิไม่ใช่ผู้เช่าต่อไป
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 ผู้เช่าไม่ยอมออก จนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ.นี้เพราะไม่ได้เป็นผู้เช่าแล้ว
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้พ.ร.บ.นั้นเป็นต้นมา
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 ผู้เช่าไม่ยอมออก จนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ.นี้เพราะไม่ได้เป็นผู้เช่าแล้ว
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้พ.ร.บ.นั้นเป็นต้นมา