พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่ายึดครองทรัพย์สินโดยมิชอบ ถือเป็นละเมิด
บอกเลิกสัญญาเช่าถูกต้องตามสัญญาแล้ว ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่า ถ้าไม่ยอมส่งมอบ ก็เป็นผู้ยึดถือทรัพย์สินของเขาไว้โดยไม่ชอบ เป็นผู้ละเมิดสิทธิไม่ใช่ผู้เช่าต่อไป
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 ผู้เช่าไม่ยอมออก จนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ.นี้เพราะไม่ได้เป็นผู้เช่าแล้ว
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้พ.ร.บ.นั้นเป็นต้นมา
บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 ผู้เช่าไม่ยอมออก จนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ.นี้เพราะไม่ได้เป็นผู้เช่าแล้ว
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้พ.ร.บ.นั้นเป็นต้นมา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 954/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ แม้ใช้มีดต่อสู้เมื่อถูกทำร้ายร่างกายในเวลากลางคืน
ผู้ตายเมาสุราเข้าทำร้ายจำเลยด้วยมือเปล่าเป็นพัลวัล คือชกจำเลยล้มแล้ว ยังต่อยและเตะซ้ำอีกหลายที ทั้งเวลาที่เกิดเหตุก็เป็นเวลากลางคืน จำเลยไม่สามารถจะทราบได้ว่า ผู้ตายมีอาวุธติดตัวมาด้วยหรือไม่ จำเลยจึงใช้มีดที่มีติดตัวไป ทำการป้องกันตัว ถูกผู้ตายในที่สำคัญ ผู้ตาย ตายดังนี้เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 954/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเมื่อถูกทำร้ายในเวลากลางคืนและการใช้สัดส่วนในการป้องกัน
ผู้ตายเมาสุราเข้าทำร้ายจำเลยด้วยมือเปล่าเป็นพัลวัล คือชกจำเลยล้มแล้ว ยังต่อยและเตะซ้ำอีกหลายที ทั้งเวลาที่เกิดเหตุก็เป็นเวลากลางคืน จำเลยไม่สามารถจะทราบได้ว่า ผู้ตายมีอาวุธติดตัวมาด้วยหรือไม่ จำเลยจึงใช้มีดที่มีติดตัวไป ทำการป้องกันตัว ถูกผู้ตายในที่สำคัญ ผู้ตาย ตาย ดังนี้เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในความผิดอาญาเกี่ยวกับวัตถุระเบิด การครอบครองโดยไม่รู้ว่าเป็นวัตถุระเบิดไม่ถือเป็นความผิด
เจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. 43 หมายถึงอาชญาเจตนาซึ่งเป็นเจตนาอันควรรับอาญา
พ.ร.บ.อาวุธปืน, เครื่องกระสุนฯลฯ 2471 มิได้มีบทบัญญัติยกเว้นในเรื่องเจตนาไว้เป็นพิเศษ จึงต้องถือหลักเจตนาตามที่บัญญัติไว้ใน ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 43 ซึ่งมาตรา 11 ให้นำมาใช้บังคับได้
มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ทราบว่าเป็นวัตถุระเบิด ยังไม่มีความผิดเพราะไม่มีอาชญาเจตนา.
พ.ร.บ.อาวุธปืน, เครื่องกระสุนฯลฯ 2471 มิได้มีบทบัญญัติยกเว้นในเรื่องเจตนาไว้เป็นพิเศษ จึงต้องถือหลักเจตนาตามที่บัญญัติไว้ใน ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 43 ซึ่งมาตรา 11 ให้นำมาใช้บังคับได้
มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ทราบว่าเป็นวัตถุระเบิด ยังไม่มีความผิดเพราะไม่มีอาชญาเจตนา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในความผิดอาญาเกี่ยวกับอาวุธระเบิด: การครอบครองโดยไม่รู้ว่าเป็นวัตถุระเบิด ไม่เป็นความผิด
เจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43 หมายถึงอาชญาเจตนาซึ่งเป็นเจตนาอันควรรับอาญา
พ.ร.บ.อาวุธปืน, เครื่องกระสุน ฯลฯ 2471 มิได้มีบทบัญญัติยกเว้นในเรื่องเจตนาไว้เป็นพิเศษ จึงต้องถือหลักเจตนาตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43 ซึ่งมาตรา11 ให้นำมาใช้บังคับได้
มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ทราบว่าเป็นวัตถุระเบิด ยังไม่มีความผิดเพราะไม่มีอาชญาเจตนา
พ.ร.บ.อาวุธปืน, เครื่องกระสุน ฯลฯ 2471 มิได้มีบทบัญญัติยกเว้นในเรื่องเจตนาไว้เป็นพิเศษ จึงต้องถือหลักเจตนาตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43 ซึ่งมาตรา11 ให้นำมาใช้บังคับได้
มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ทราบว่าเป็นวัตถุระเบิด ยังไม่มีความผิดเพราะไม่มีอาชญาเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจสั่งการของเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค และความต่อเนื่องของความผิดแม้มีประกาศยกเลิก
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ใบออกคำสั่งเพื่อให้การเป็นไปตาม พ.ร.บ. เมื่อผู้ใดฝ่าฝืนประกาศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นก็ย่อมมีผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอันมีโทษตาม พ.ร.บ.นี้
ประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคฯ นั้นหาใช่กฎหมายไม่ ประกาศที่ออกมาภายหลังยกเลิกการควบคุมสิ่งของบางอย่าง จึงไม่ใช่กฎหมายที่ยกเลิกความผิดหรือไม่เอาโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดฐานฝ่าฝืนประกาศฉะบับแรก กรณีไม่ต้องด้วย ป.ม.วิ.อาญา ม. 39(5) หรือ ก.ม.อาญา ม. 8 ผู้ฝ่าฝืนจึงยังคงมีความผิดและมีโทษ
ประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคฯ นั้นหาใช่กฎหมายไม่ ประกาศที่ออกมาภายหลังยกเลิกการควบคุมสิ่งของบางอย่าง จึงไม่ใช่กฎหมายที่ยกเลิกความผิดหรือไม่เอาโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดฐานฝ่าฝืนประกาศฉะบับแรก กรณีไม่ต้องด้วย ป.ม.วิ.อาญา ม. 39(5) หรือ ก.ม.อาญา ม. 8 ผู้ฝ่าฝืนจึงยังคงมีความผิดและมีโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค แม้มีประกาศยกเลิกภายหลัง ก็ไม่ทำให้ความผิดนั้นระงับ
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ไปออกคำสั่งเพื่อให้การเป็นไปตามพ.ร.บ. เมื่อผู้ใดฝ่าฝืนประกาศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นก็ย่อมมีผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอันมีโทษตามพ.ร.บ.นี้
ประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคฯนั้นหาใช่กฎหมายไม่ประกาศที่ออกมาภายหลังยกเลิกการควบคุมสิ่งของบางอย่างจึงไม่ใช่กฎหมายที่ยกเลิกความผิดหรือไม่เอาโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดฐานฝ่าฝืนประกาศฉบับแรกกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(5) หรือกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 ผู้ฝ่าฝืนจึงยังคงมีความผิดและมีโทษ
ประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคฯนั้นหาใช่กฎหมายไม่ประกาศที่ออกมาภายหลังยกเลิกการควบคุมสิ่งของบางอย่างจึงไม่ใช่กฎหมายที่ยกเลิกความผิดหรือไม่เอาโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดฐานฝ่าฝืนประกาศฉบับแรกกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(5) หรือกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 ผู้ฝ่าฝืนจึงยังคงมีความผิดและมีโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยอมรับข้อตกลงเฉพาะส่วนของคู่ความย่อมผูกพัน ทั้งไม่อาจยกข้อผิดพลาดในการคัดรายการเนื้อที่ขึ้นเป็นเหตุอุทธรณ์ฎีกาได้
มีผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินบางส่วนแปลงที่ผู้ร้อง ร้องขอให้ศาลแสดงว่าเป็นของผู้ร้องและได้แถลงต่อศาลว่า ถ้าผู้ร้องตกลงยอมให้ที่ดินกับผู้ค้านตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำคัดค้านแล้ว ผู้ค้านก็ไม่ติดใจคัดค้านอะไรอีก ผู้ร้องตกลงยอม ศาลจึงพิพากษาให้ที่ตามบัญชีท้ายคำคัดค้านเป็นของผู้ค้าน ส่วนที่เหลือจากนั้น ให้เป็นของผู้ร้อง ดังนี้ ผู้ค้านจะอ้างว่าคัดรายการเนื้อที่ในคำคัดค้านผิดไปจากความจริง ยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์,ฎีกา ให้ศาลตัดสินให้ถูกต้องตามเนื้อที่ที่เป็นเป็นจริงไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยอมรับข้อเสนอของคู่ความศาลยึดถือเป็นสิ้นสุด แม้ภายหลังจะอ้างสำคัญผิดเกี่ยวกับเนื้อที่ดิน
มีผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินบางส่วนแปลงที่ผู้ร้อง ร้องขอให้ศาลแสดงว่าเป็นของผู้ร้อง และได้แถลงต่อศาลว่า ถ้าผู้ร้องตกลงยอมให้ที่ดินกับผู้ค้านตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำคัดค้านแล้ว ผู้ค้านก็ไม่ติดใจคัดค้านอะไรอีก ผู้ร้องตกลงยอม ศาลจึงพิพากษาให้ที่ตามบัญชีท้ายคำคัดค้านเป็นของผู้ค้าน ส่วนที่เหลือจากนั้น ให้เป็นของผู้ร้อง ดังนี้ ผู้ค้านจะอ้างว่าคัดรายการเนื้อที่ในคำคัดค้านผิดไปจากความจริง ยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์,ฎีกาให้ศาลตัดสินให้ถูกต้องตามเนื้อที่ที่เป็นจริงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของเวลาในฟ้องคดีอาญาฐานยักยอกทรัพย์: การระบุช่วงเวลาหลายวันถือว่าเพียงพอ
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์นั้น โจทก์ฟ้องระบุวันที่จำเลยรับมอบทรัพย์และระบุวันที่จำเลยยักยอกทรัพย์ระหว่าง 6 วัน แม้จะไม่ได้ระบุเวลากลางวันหรือกลางคืน ก็ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า หมายถึงทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนในระหว่าง 6 วันที่ระบุมาในฟ้องนั้น จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์.