คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์และการอ้างสิทธิเกิน 1 ปี ย่อมใช้ไม่ได้หากครอบครองในฐานะตัวแทน
ลอบไปไถ่นาจากผู้ที่ยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้โดยอ้างว่า เจ้าของให้มาไถ่แล้วครอบครอง ทำกินต่อไปนั้น ถือว่าเป็นการครอบครองในขณะเป็นตัวแทนเจ้าของ จะอ้างการครอบครองเกิน 1 ปี มายันเจ้าของไม่ได้
ผู้ไม่มีสิทธิ์รับมฤดกของเจ้ามฤดก จะอ้างอายุความมฤดกมาตัดฟ้องโจทก์ผู้เป็นทายาทในการฟ้องเรียกทรัพย์มฤดกไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์และการอ้างสิทธิเกิน 1 ปี ยันเจ้าของไม่ได้ หากเป็นการครอบครองแทนเจ้าของ
ลอบไปไถ่นาจากผู้ที่ยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ โดยอ้างว่า เจ้าของให้มาไถ่แล้วครอบครอง ทำกินต่อไปนั้น ถือว่าเป็นการครอบครองในขณะเป็นตัวแทนเจ้าของ จะอ้างการครอบครองเกิน 1 ปีมายันเจ้าของไม่ได้
ผู้ไม่มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดก จะอ้างอายุความมรดกมาตัดฟ้องโจทก์ผู้เป็นทายาทในการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญากู้เงินที่มีการมอบโฉนดที่นาทำต่างดอกเบี้ย ไม่ถือเป็นสัญญาขายฝาก แม้มีการกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน
ทำสัญญากู้เงินโดยมอบโฉนดที่นาให้ไว้แก่ผู้ให้กู้ และมอบนาให้ผู้ให้กู้ทำต่างดอกเบี้ย ไม่มีคำว่าขายฝาก เป็นแต่กล่าวว่าให้นำเงินมาใช้ภายใน 10 ปี ดังนี้เป็นสัญญากู้เงิน ให้นาทำต่างดอกเบี้ยไม่ใช่เป็นการขายฝาก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเงินกู้ต่างดอกเบี้ยไม่ใช่ขายฝาก การครอบครองปรปักษ์ยังไม่ครบกำหนด
ทำสัญญากู้เงินโดยมอบโฉนดที่นาให้ไว้แก่ผู้ให้กู้ และมอบนาให้ผู้ให้กู้ทำต่างดอกเบี้ย ไม่มีคำว่าขายฝาก เป็นแต่กล่าวว่าให้นำเงินมาใช้ภายใน 10 ปี ดังนี้ เป็นสัญญากู้เงิน ให้นาทำต่างดอกเบี้ยไม่ใช่เป็นการขายฝาก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิในเรือนปลูกสร้างบนที่ดินของผู้อื่น ย่อมเป็นกรรมสิทธิของเจ้าของที่ดินตามกฎหมาย
การอ้างว่าได้กรรมสิทธิที่ดินในทางนิติกรรมนั้น จะต้องแสดงให้ปรากฎสิทธิในทางทะเบียนกรรมสิทธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพียงแต่มีชื่อในบัญชีสำรวจเสียภาษีที่ดินของกำนันหาเป็นการจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิอย่างใดไม่
ปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิอันใดในที่ดินนั้น โรงเรือนที่ปลูกขึ้นย่อนตกเป็นส่วนควบของที่ดินนั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 107 และตกเป็นกรรมสิทธิของเจ้าของที่ดิน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์โรงเรือนบนที่ดินของผู้อื่น โรงเรือนตกเป็นส่วนควบของที่ดิน
การอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ที่ดินในทางนิติกรรมนั้น จะต้องแสดงให้ปรากฏสิทธิในทางทะเบียนกรรมสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพียงแต่มีชื่อในบัญชีสำรวจเสียภาษีที่ดินของกำนัน หาเป็นการจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์อย่างใดไม่
ปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิอันใดในที่ดินนั้น โรงเรือนที่ปลูกขึ้นย่อมตกเป็นส่วนควบของที่ดินนั้นตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่การนำสืบของโจทก์: หากสืบได้ความว่ามีการซื้อขายเด็ดขาด โจทก์ย่อมแพ้คดี แม้จำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้
คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินมือเปล่าที่จำเลยครอบครองว่าเป็นของโจทก์นั้น เมื่อจำเลยปฏิเสธและอ้างสิทธิว่าครอบครองเป็นเจ้าของ โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้สมฟ้อง ถ้าสืบไม่สมคือการนำสืบของโจทก์กลับได้ความว่า โจทก์ขายที่ดินนั้นแก่จำเลยเป็นการซื้อขายเด็ดขาดไปแล้ว เช่นนี้ แม้จำเลยมิได้ยกข้อที่ซื้อขายเด็ดขาดแล้วขึ้นต่อสู้โจทก์ก็ต้องแพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบพิสูจน์ของโจทก์: หากสืบกลับได้ว่ามีการซื้อขายเด็ดขาด โจทก์ย่อมแพ้คดี แม้จำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้
คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินมือเปล่าที่จำเลยครอบครองว่าเป็นของโจทก์นั้น เมื่อจำเลยปฏิเสธและอ้างสิทธิว่าครอบครองเป็นเจ้าของ โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้สมฟ้อง ถ้าสืบไม่สมคือการนำสืบของโจทก์กลับได้ความว่า โจทก์ขายที่ดินนั้นแก่จำเลยเป็นการซื้อขายเด็ดขาดไปแล้ว เช่นนี้แม้จำเลยมิได้ยกข้อที่ซื้อขายเด็ดขาดแล้วขึ้นต่อสู้โจทก์ก็ต้องแพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฎีกาโดยไม่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่มีอำนาจฎีกาตามกฎหมาย
เมื่อโจทก์เห็นชอบด้วยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มิได้คัดค้านแต่อย่างใดแล้วโจทก์จะยื่นฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกายืนยันข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นแบบอย่างนั้น ย่อมไม่มีอำนาจฎีกาได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 885/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำสั่งยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษาเป็นอันยกเลิกเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำฟ้องของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่กำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนคำพิพากษาก็เป็นอันยกเลิกไปในตัว ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 260(1)
of 344