คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เลิกสัญญาสัญญาซื้อขายที่ดิน: สิทธิเรียกร้องเงินค่าที่ดินคืน
พฤตติการณ์ที่แสดงว่าคู่สัญญาตกลงเลิกสัญญากันแล้วโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนที่ดิน ถ้าบังคับไม่ได้ก็ขอให้คืนเงินที่โจทก์ชำระไปแล้วกับค่าเสียหายอีกด้วยโดยอ้างว่าจำเลยกระทำผิดสัญญา ทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์จำเลยได้ยินยอมเลิกสัญญากันแล้วดังนี้ ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ชำระไว้แล้ว ตามมาตรา 319 ได้ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ
สัญญาซื้อขายที่ดิน มีข้อตกลงว่าชำระราคาค่าที่ดินครบถ้วนแล้วจะไปทำโอนกันนั้น มีผลเป็นสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอนุญาตให้ผู้เสียหายว่าความร่วมกับอัยการโดยไม่เป็นโจทก์ร่วม ไม่เป็นเหตุให้ต้องพิจารณาคดีใหม่
ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอว่าความร่วมกับอัยยการ ศาลอนุญาต แล้วดำเนินการพิจารณาสืบพะยานโจทก์จำเลยเสร็จจนพิพากษาคดี โดยโจทก์มิได้คัดค้านหรือทักท้วงว่าไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เพิ่งจะมาคัดค้านขึ้นชั้นฎีกา และกระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินไปนั้น ศาลอุทธรณ์มิได้ถือเป็นข้อสำคัญในการวินิจฉัยคดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอร่วมว่าความของผู้เสียหาย: ศาลไม่ต้องพิจารณาใหม่หากไม่กระทบผลการพิพากษา
ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอว่าความร่วมกับอัยการ ศาลอนุญาตแล้วดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จจนพิพากษาคดี โดยโจทก์มิได้คัดค้านหรือทักท้วงว่าไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เพิ่งจะมาคัดค้านขึ้นในชั้นฎีกา และกระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินไปนั้นศาลอุทธรณ์มิได้ถือเป็นข้อสำคัญในการวินิจฉัยคดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมรู้ร่วมคิดลักทรัพย์ - การสนับสนุนการกระทำผิดทางอาญา
จำเลยแจวเรือไปส่งคนร้าย ขึ้นลักตัดสายโทรเลขโทรศัพท์ แล้วไปจอดเรือรอคอยห่างที่เกิดเหตุ 20 เส้น เพื่อจะบรรทุกสายโทรเลขโทรศัพท์ที่จะลักตัดมาได้นั้น เป็นการกระทำอุปการะแก่การกระทำผิดของคนร้ายมีผิดฐานสมรู้ตาม ก.ม.อาญา มาตรา 65.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมรู้ร่วมคิดลักตัดสายโทรศัพท์: ความผิดฐานอุปการะ
จำเลยแจวเรือไปส่งคนร้ายขึ้นลักตัดสายโทรเลขโทรศัพท์แล้วไปจอดเรือรอคอยห่างที่เกิดเหตุ 20 เส้น เพื่อจะบรรทุกสายโทรเลขโทรศัพท์ที่จะลักตัดมาได้นั้นเป็นการกระทำอุปการะแก่การกระทำผิดของคนร้ายมีผิดฐานสมรู้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 65

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาโทษกักกันสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ โดยคำนึงถึงความผิดเก่าและระยะเวลาที่ล่วงเลย
พฤตติการณ์ที่ถือว่า ไม่ควรลงโทษกักกันจำเลย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาโทษกักกันสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ โดยคำนึงถึงระยะเวลาที่พ้นโทษและความร้ายแรงของความผิดเดิม
ความผิดที่จำเลยรับอาญามาแต่ก่อนเป็นเรื่องทำร้ายร่างกาย 3 เรื่อง มีโทษจำคุก 6 เดือน 4 เดือน และ 1 ปี และเป็นเรื่องฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา 1 เรื่อง โทษจำคุก 4 ปี ในบรรดาความผิดที่จำเลยกระทำมาที่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญก็คือเรื่องฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาซึ่งจำเลยพ้นโทษในความผิดดังกล่าวมา 8 ปีเศษแล้ว คดีนี้จำเลยถูกลงโทษจำคุกฐานลักทรัพย์ เมื่อพิเคราะห์ถึงลักษณะความผิดเก่าใหม่และเวลาที่ล่วงเลยมากรณียังไม่มีเหตุควรลงโทษกักกันจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์เกี่ยวกับทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด พิจารณาจากผู้ครอบครอง
ความผิดอันเกี่ยวกับการที่เอาทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดไปอาจเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่กรณี คือถ้าทรัพย์นั้นจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์รักษาและจำเลยคิดทุจริตเอาทรัพย์ที่ต้องอายัติไป ก็เป็นผิดฐานยักยอก ตาม ก.ม.อาญา ม. 316 ถ้าทรัพย์นั้นจำเลยมิได้รับมอบหมายให้อยู่ในความครอบครองของจำเลย แม้ทรัพย์นั้นจะเป็นของจำเลยเองก็ดี ถ้าจำเลยบังอาจเอาทรัพย์นั้นไปเสียโดยเจตนาทุจริต จำเลยก็มีความฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา มาตรา 290.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ พิจารณาจากความครอบครองทรัพย์ที่ถูกอายัด
ความผิดอันเกี่ยวกับการที่เอาทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดไปอาจเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี คือถ้าทรัพย์นั้นจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์รักษาและจำเลยคิดทุจริตเอาทรัพย์ที่ต้องอายัดไปก็เป็นผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 316 ถ้าทรัพย์นั้นจำเลยมิได้รับมอบหมายให้อยู่ในความครอบครองของจำเลย แม้ทรัพย์นั้นจะเป็นของจำเลยเองก็ดี ถ้าจำเลยบังอาจเอาทรัพย์นั้นไปเสียโดยเจตนาทุจริต จำเลยก็มีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781-783/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จ: คำให้การที่ขัดแย้งกันชั้นสอบสวนและศาล ถือเป็นความเท็จได้
จำเลยเบิกความเป็นพะยานต่อศาลว่าไม่เห็นคนร้ายแตกต่างกับที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนว่าเห็น เมื่อจำเลยถูกฟ้องฐานแจ้งความเท็จ จำเลยให้การสู้คดีว่าได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า ไม่เห็นคนร้ายแต่พนักงานสอบสวนจดเอาเองว่าเห็น ไม่ได้อ่านให้จำเลยฟังจำเลยไม่ได้เถียงว่าคำให้การชั้นสอบสวนที่ว่าเห็นนั้นเป็นความจริง ดังนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงว่าคำให้การชั้นสอบสวนที่ว่าเห็นนั้นเป็นความเท็จ.
of 344