คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: การเป็นตัวการ
เขาทำร้ายกัน จึงเข้าไปกลุ้มรุมทำร้ายด้วยเป็นผิดฐานเป็นตัวการทุกคน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาโมฆะ ผลคือต้องคืนสภาพเดิม การสืบแก้ไขสัญญาจึงไม่จำเป็น
เมื่อจำเลยอ้างว่า สัญญาซึ่งให้สิทธิ์จำเลยเก็บกินทำกันเองเป็นโมฆะแล้ว คู่กรณีก็ต้องคืนสภาพเดิม คือจำเลยต้องคืนที่ให้โจทก์
เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะแล้ว ปัญหาที่ว่าจำเลยจะขอสืบแก้ไขเพิ่มเติมสัญญานั้นได้หรือไม่ ก็ไม่จำต้องวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาโมฆะ การคืนสภาพเดิม และการไม่อนุญาตสืบแก้ไขสัญญา
เมื่อจำเลยอ้างว่า สัญญาซึ่งให้สิทธิจำเลยเก็บกินทำกันเองเป็นโมฆะแล้วคู่กรณีก็ต้องคืนสภาพเดิม คือจำเลยต้องคืนที่ให้โจทก์
เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะแล้ว ปัญหาที่ว่าจำเลยจะขอสืบแก้ไขเพิ่มเติมสัญญานั้นได้หรือไม่ ก็ไม่จำต้องวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การด่าทอต่อหน้าธารกำนัล: การโต้เถียงทะเลาะวิวาทไม่ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
ต่างฝ่ายต่างด่ากันไม่เป็นผิดฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้าตามมาตรา 339(2)
การด่ากันอันเป็นถ้อยคำลามกอนาจารและต่อหน้าธารกำนัลย่อมเป็นผิดฐานแสดงวาจาลามกอนาจารต่อหน้าธารกำนัลตาม มาตรา 337(1) ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การด่าทอซึ่งกันและกัน ไม่เป็นความผิดหมิ่นประมาท แต่เป็นความผิดแสดงวาจาลามกอนาจาร
ต่างฝ่ายต่างด่ากัน ไม่เป็นผิดฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้าตามมาตรา 339 (2)
การด่ากันอันเป็นถ้อยคำลามกอนาจารและต่อหน้าธาระกำนัน ย่อมเป็นผิดฐานแสดงวาจาลามกอนาจารต่อหน้าธาระกำนันตาม ม. 337(1)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557-558/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาในการแจ้งความเท็จและการยกเว้นความผิดเนื่องจากเชื่อคำแนะนำทางกฎหมาย
จะยกเอาความไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวไม่ได้ ตามมาตรา45 นั้นใช้เฉพาะกรณีที่การกระทำนั้นเป็นความผิดแล้ว
แจ้งความต่อเจ้าพนักงานว่าผู้ตายไม่มีทายาทโดยเชื่อตามที่ทนายบอกว่า ผู้มีชื่อไม่ใช่ทายาทซึ่งความจริงเขาเป็นทายาท ศาลล่างชี้ขาดว่า จำเลยไม่มีเจตนาแจ้งความเท็จนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง และไม่ขัดต่อกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 45

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557-558/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาในการแจ้งความเท็จ – ความเชื่อตามคำแนะนำทนาย ไม่ใช่การไม่รู้กฎหมาย
จะยกเอาความไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวไม่ได้ ตามมาตรา 45 นั้น ใช้ฉะเพาะกรณีที่การกระทำนั้นเป็นความผิดแล้ว
แจ้งความต่อเจ้าพนักงานว่าผู้ตายไม่มีทายาทโดยเชื่อตามที่ทนายบอกว่า ผู้มีชื่อไม่ใช่ทายาทซึ่งความจริงเขาเป็นทายาท ศาลล่างชี้ขาดว่า จำเลยไม่มีเจตนาแจ้งความเท็จนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง และไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 45

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กฎหมายยกเลิกมีผลย้อนหลัง: พระราชกฤษฎีกาเลิกใช้ย่อมทำให้ความผิดที่อ้างอิงสิ้นผลไปด้วย ศาลต้องใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลย
เมื่อมีกฎหมายยกเลิกพระราชบัญญัติมอบอำนาจให้ออกพระราชกฤษฎีกาแล้วพระราชกฤษฎีกานั้นก็ย่อมสิ้นผลบังคับไปด้วย ในกรณีเช่นนี้ จำเลยถูกฟ้องหาว่าได้กระทำความผิด พระราชกฤษฎีกาย่อมได้รับประโยชน์จากกฎหมายยกเลิกนั้นโดยศาลต้องใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยมาบังคับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสุจริตในทางอาญาและแพ่งต่างกัน การวินิจฉัยคดีแพ่งต้องพิจารณาความสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ
ในคดีอาญาศาลพิพากษาว่าคดีโจทก์ไม่พอฟังว่า จำเลยได้รู้เห็นสมคบในการรับโอนที่ดินโดยทุจริต และจำเลยก็นำสืบได้สมว่า ซื้อไว้โดยสุจริตใจแล้วชี้ขาดว่า หลักฐานไม่พอฟังว่า จำเลยเกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น ย่อมหมายความแต่เพียงว่า จำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตอันเป็นผิดในคดีอาญาเท่านั้นจะฟังว่าจำเลยได้รับโอนที่ดินนั้นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้
คำว่าสุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญาต่างกับคำว่าสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่นในเรื่องได้ทรัพย์มาสำหรับตามกฎหมายลักษณะอาญาหมายความเพียงว่า ไม่รู้สึกตนว่าทำการติดต่อกับผู้ร้าย ส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หมายความว่า ไม่รู้หรือไม่ควรจะรู้ถึงความบกพร่องแห่งกรรมสิทธิ์ที่มีมาในอดีต
การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเพียงไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงฐานความผิดจากสมคบคิดเป็นสมรู้ร่วมคิด ศาลลงโทษได้ตามฐานที่พิพากษา
ฟ้องว่าสมคบกันทำผิดร่วมกัน ทางพิจารณาได้ความว่าผิดฐานสมรู้แม้มิได้อ้างมาตรา 65 ศาลก็ลงโทษฐานสมรู้ได้
of 344