พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418-419/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนคดีจากศาลทหารสู่ศาลพลเรือนตาม พ.ร.บ.กฎอัยยการศึก และการพิจารณาโทษที่ชอบด้วยกฎหมาย
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 กะทง ๆ ละ 5 ปี รวมเป็น 10 ปีเมื่อโทษที่ลงแก่จำเลยแต่ละกะทงไม่เกิน 5 ปี แล้วจำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงตลอดทั้งฎีกาในเรื่องใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษไม่ได้ ต้องห้ามตาม วิ.อาญา ม.218
อ้างฎีกาที่ 76/2484
คดีของศาลทหารที่โอนมาพิจารณาพิพากษายังศาลพลเรือน ตาม พ.ร.บ.กฎอัยยการศึก (ฉะบับที่ 3 ) พ.ศ. 2487 ม.8 แล้ว การพิจารณาพิพากษาคดีนั้นยังศาลทหารและการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นยังศาลพลเรือนย่อมเป็นการชอบด้วยกฎหมายโดยตลอด
อ้างฎีกาที่ 76/2484
คดีของศาลทหารที่โอนมาพิจารณาพิพากษายังศาลพลเรือน ตาม พ.ร.บ.กฎอัยยการศึก (ฉะบับที่ 3 ) พ.ศ. 2487 ม.8 แล้ว การพิจารณาพิพากษาคดีนั้นยังศาลทหารและการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นยังศาลพลเรือนย่อมเป็นการชอบด้วยกฎหมายโดยตลอด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดยื่นคำให้การและผลกระทบต่อสิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา รวมถึงการพิจารณาความรับผิดตามสัญญา
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การถือว่า ไม่มีประเด็นที่จำเลยจะสืบ ศาลคงพิจารณาเพียงว่าโจทก์นำสืบสมฟ้องหรือไม่เท่านั้น
คำสั่งศาลที่ว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยต้องโต้แย้งขอให้ศาลจดรายงานไว้ จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้
คำสั่งศาลที่ว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยต้องโต้แย้งขอให้ศาลจดรายงานไว้ จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาต้องอ้างอิงทรัพย์สินที่ถูกกล่าวหาในฟ้อง หากข้อเท็จจริงไม่ตรงกับฟ้อง แม้จำเลยจะรับสารภาพ ศาลก็ต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักหัวกล้องสูบฝิ่นหรือรับของโจร จำเลยรับสารภาพว่าได้รับของโจรจริง แต่ปรากฏว่าหัวกล้องสูบฝิ่นที่ถูกผู้ร้ายลักไปไม่ใช่หัวกล้องอันที่ระบุมาในฟ้องดังนี้ ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเบียดบังทรัพย์ที่ได้รับมอบหมาย: ไม่ใช่ลักทรัพย์ แต่เป็นยักยอก - ศาลเดิมชี้ขาดแล้วฎีกาต้องห้าม
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์นั้นไว้จากผู้เสียหาย แม้จำเลยจะเบียดบังเอาไปก็เป็นเรื่องยักยอก,ไม่ใช่ลักทรัพย์พิพากษายกฟ้องโจทก์ดังนี้ เรื่องจำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้เมื่อใดหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง ฉะนั้นศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา ม.219
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 405/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องยักยอกทรัพย์ต้องระบุวันเวลาที่กระทำผิด หากฟ้องไม่สมบูรณ์ ศาลต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ โดยระบุวันเวลาที่จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้กล่าวว่าจำเลยได้ยักยอกทรัพย์แต่มิได้ระบุวัน เวลาที่จำเลยยักยอก ดังนี้ ถือว่าเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ต้องยกฟ้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่คัดค้านพยานจำเลยในชั้นศาลชั้นต้น ทำให้ไม่อุทธรณ์ฎีกาในประเด็นนั้นได้
ในศาลชั้นต้นเมื่อพะยานจำเลยเบิกความโจทก์มิได้คัดค้านข้อความเหล่านั้นไว้โจทก์จะมาอุทธรณ์ฎีกาในข้อความเหล่านั้นไม่ได้
โจทก์ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินราคา 800 บาท และเรียกค่าเสียหายไม้ที่ปลูก 400 บาทเศษศาลชั้นต้นให้ที่เป็นของโจทก์ ส่วนต้นไม้เป็นของจำเลย ศาลอุทธรณ์ตัดสินยกฟ้องทั้งหมดโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
โจทก์ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินราคา 800 บาท และเรียกค่าเสียหายไม้ที่ปลูก 400 บาทเศษศาลชั้นต้นให้ที่เป็นของโจทก์ ส่วนต้นไม้เป็นของจำเลย ศาลอุทธรณ์ตัดสินยกฟ้องทั้งหมดโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สภาพนายจ้างลูกจ้างรายวัน: ความสัมพันธ์ทางสัญญาเฉพาะวันทำงานเท่านั้น
เป็นลูกจ้างรายวัน ถ้าวันไหนไม่มาทำงานก็ไม่ได้ค่าจ้างนั้น ย่อมไม่มีสภาพเป็นลูกจ้างนายจ้างกันทุกวันถ้าลูกจ้างไปลักทรัพย์ของผู้จ้างในวันที่ไม่ไปทำงานย่อมไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้าง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ: สัญญาใหม่ลบล้างสัญญาเดิมได้
เดิมโจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อที่ดินกันราคาเงิน 1550 บาท โจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญากันใหม่ โดยขึ้นราคาที่ดินที่จะซื้อขายกันนั้นอีก 200 บาท เป็นราคาที่ดิน 1,750 บาท ดังนี้ถือว่าข้อความหนังสือสัญญาฉะบับใหม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อสัญญาเดิมในสาระสำคัญและสัญญาฉะบับใหม่คงมีข้อความกล่าวท้าวถึงสัญญาเดิมแต่เพียงว่าที่จะซื้อขายกันนั้นคือที่ดินที่กล่าวไว้สัญญาเดิม และจำเลยได้รับเงินมัดจำจากโจทก์ไปแล้ว 100 บาทเท่านั้นต้องบังคับคดีตามสัญญาฉะบับใหม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392-393/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของทรัพย์มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงที่ไม่มีอำนาจ แม้มี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
เช่าช่วงมาโดยผู้ให้เช่าไม่มีอำนาจให้เช่าช่วงนั้น เจ้าทรัพย์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงได้ ไม่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักยอกทรัพย์ต้องมีการมอบหมายทรัพย์ก่อน หากเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ไม่ถือว่าเป็นการยักยอก
พฤตติการณ์ที่ถือว่ามิได้มีการมอบหมายทรัพย์ให้จำเลยไว้เพื่อการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นองค์ความผิดฐานยักยอกทรัพย์.