พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,437 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขข้อความในใบมอบอำนาจเพื่อทำสัญญาโอนสิทธิในที่ดินถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร
เจ้าของที่ดินมีโฉนดทำใบมอบฉันทะให้จำเลย เป็นผู้มีอำนาจจัดการสอบเขตต์ที่ดินแทนตน จำเลยกลับขีดฆ่าข้อ
ความว่า ทำการรังวัดสอบเขตต์ที่ดินออกแล้ว เดิมข้อความว่า ทำสัญญาขายกรรมสิทธิที่ดินแทน แล้วนำใบมอบฉัน
ทะนั้นไปทำสัญญาโอนขายกรรมสิทธที่ดินนั้นแก่ผู้อื่นไปย่อมเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือ.
ความว่า ทำการรังวัดสอบเขตต์ที่ดินออกแล้ว เดิมข้อความว่า ทำสัญญาขายกรรมสิทธิที่ดินแทน แล้วนำใบมอบฉัน
ทะนั้นไปทำสัญญาโอนขายกรรมสิทธที่ดินนั้นแก่ผู้อื่นไปย่อมเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขข้อความในหนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ในการซื้อขายที่ดิน ถือเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือ
เจ้าของที่ดินมีโฉนดทำใบมอบฉันทะให้จำเลย เป็นผู้มีอำนาจจัดการสอบเขตที่ดินแทนตน จำเลยกลับขีดฆ่าข้อความว่า ทำการรังวัดสอบเขตที่ดินออกแล้วเติมข้อความว่า ทำสัญญาขายกรรมสิทธิ์ที่ดินแทนแล้วนำใบมอบฉันทะนั้นไปทำสัญญาโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นแก่ผู้อื่นไปย่อมเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มลดโทษที่กำหนดเท่ากันตามลักษณะอาญา มาตรา 39 ศาลอุทธรณ์พิพากษาถูกต้อง
ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 39 ที่ว่า ถ้าโทษที่ควรเพิ่ม และที่ควรลดมีกำหนดเสมอกัน ก็ให้หักกลบลบกันไป ไม่ต้องเพิ่มและไม่ต้องลดนั้น แม้ในคดีที่จำเลยต้องโทษประหารชีวิต ก็ย่อมนำมาตรา 39 นี้มาใช้ได้./
(อ้างฎีกาที่ 752/2483)
(อ้างฎีกาที่ 752/2483)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหักกลบลบโทษเพิ่มลดในคดีอาญา แม้โทษประหารชีวิตก็ใช้ได้ตามมาตรา 39
กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 39 ที่ว่า ถ้าโทษที่ควรเพิ่มและที่ควรลดมีกำหนดเสมอกัน ก็ให้หักกลบลบกันไป ไม่ต้องเพิ่มและไม่ต้องลดนั้น แม้ในคดีที่จำเลยต้องโทษประหารชีวิต ก็ย่อมนำมาตรา 39 นี้มาใช้ได้(อ้างฎีกาที่ 752/2483)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิร่วม, การรื้อถอนเรือน, สิทธิของเจ้าของร่วม, การต่อสู้คดี, ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน
มีผู้ทำลายเรือนอันเป็นของเจ้าของร่วม 2 คน เจ้าของร่วมเพียงคนเดียวก็มีสิทธิฟ้องผู้ทำลายนั้นให้ปลูกเรือนให้ใหม่
ตามสถาพเดิม หรือถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ให้ใช้ค่าเสียหายได้.
ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุหลุม.
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยหลายเรือนออกจากที่พิพาทไป ขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิม จำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาทเรือนนั้นผู้ฟังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้ว
จำเลยอยู่มาจนบัดนี้ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับฟิด คำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่า จำเลยต่อสู้
ว่าไม่ได้หลายเรือน./
ตามสถาพเดิม หรือถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ให้ใช้ค่าเสียหายได้.
ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุหลุม.
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยหลายเรือนออกจากที่พิพาทไป ขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิม จำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาทเรือนนั้นผู้ฟังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้ว
จำเลยอยู่มาจนบัดนี้ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับฟิด คำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่า จำเลยต่อสู้
ว่าไม่ได้หลายเรือน./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิของเจ้าของร่วมในการฟ้องเรียกคืนทรัพย์สินที่ถูกทำลาย และการต่อสู้คดีของผู้ทำลาย
มีผู้ทำลายเรือนอันเป็นของเจ้าของร่วม 2 คน เจ้าของร่วมเพียงคนเดียวก็มีสิทธิฟ้องผู้ทำลายนั้นให้ปลูกเรือนให้ใหม่ตามสภาพเดิม หรือถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ให้ใช้ค่าเสียหายได้
ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุทลุม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทลายเรือนออกจากที่พิพาทไปขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิมจำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาท เรือนนั้นผุพังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้วจำเลยอยู่มาจนบัดนี้ ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่าจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ทลายเรือน
ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุทลุม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทลายเรือนออกจากที่พิพาทไปขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิมจำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาท เรือนนั้นผุพังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้วจำเลยอยู่มาจนบัดนี้ ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่าจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ทลายเรือน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไถ่ถอนการขายฝาก: พยานบุคคลใช้ได้ แม้มิมีหลักฐานเป็นหนังสือ
การชำระเงินไถ่ถอนการขายฝากนั้น. ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องทำตามแบบ หรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแต่อย่างใด
ฉะนั้นการชำระเงินไถ่ถอนการขายฝากโดยไม่มีเอกสารใบรับเงินต่อกันจึงเป็นเรื่องที่จะนำพยานบุคคลเข้าสืบได้ ไม่ขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94
ฉะนั้นการชำระเงินไถ่ถอนการขายฝากโดยไม่มีเอกสารใบรับเงินต่อกันจึงเป็นเรื่องที่จะนำพยานบุคคลเข้าสืบได้ ไม่ขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไถ่ถอนขายฝาก: การพิสูจน์สิทธิด้วยพยานบุคคลได้ แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
การชำระเงินไถ่ถอนการขายฝากนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับว่า ต้องทำตาม่แบบ หรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแต่
อย่างใดฉะนั้นการชำระเงินไถ่ถอนการขายฝากดดยไม่มีเอกสารใบรับเงินต่อกัน จึงเป็นเรื่องที่จะนำพยานบุคคล
เข้าสืบได้ ไม่ขัดกับ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94.
อย่างใดฉะนั้นการชำระเงินไถ่ถอนการขายฝากดดยไม่มีเอกสารใบรับเงินต่อกัน จึงเป็นเรื่องที่จะนำพยานบุคคล
เข้าสืบได้ ไม่ขัดกับ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงโทษจากเล่นการพนันเป็นเจ้ามือ และข้อจำกัดในการฎีกาเรื่องข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลย 150 บาท ฐานเล่นการพนันป๊อก ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยเป็นเจ้ามือพิพากษาแก้ ให้
จำคุก 2 เดือนปรับ 500 บาท ดังนี้ แม้จะเป็นการแก้ไขมาก โทษจำคุกจำเลยก็ยังไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินพัน
บาท จะฎีกาในปัญาข้อเท็จจริงไม่ได้./
จำคุก 2 เดือนปรับ 500 บาท ดังนี้ แม้จะเป็นการแก้ไขมาก โทษจำคุกจำเลยก็ยังไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินพัน
บาท จะฎีกาในปัญาข้อเท็จจริงไม่ได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์โทษจำคุกจากข้อหาเล่นการพนัน: ข้อจำกัดในการฎีกาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลย 150 บาทฐานเล่นการพนันป๊อกศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยเป็นเจ้ามือพิพากษาแก้ ให้จำคุก 2 เดือนปรับ 400 บาทดังนี้แม้จะเป็นการแก้ไขมาก โทษจำคุกจำเลยก็ยังไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกินพันบาทจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้