พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,234 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประนีประนอมยอมความ: ข้อตกลงใหม่ระงับข้อพิพาทเดิม
สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยทำกันมีข้อความว่าถ้าเทศบาลสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงตึกที่โจทก์รับเป็นผู้สร้างอย่างใดแล้วโจทก์ยอมรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เทศบาลสั่งทุกประการ ดังนี้ เมื่อโจทก์ยื่นแบบแปลนที่แก้ไขใหม่และเทศบาลสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขตามแบบแปลนใหม่นี้และรับรองว่าเป็นการถูกต้องแล้ว ก็ถือว่าโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว เรื่องสัญญาหรือแบบแปลนเดิมที่มิได้มีข้อกำหนดอันใดเกี่ยวพันถึง จึงเป็นอันระงับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประนีประนอมยอมความ: ผลผูกพันและขอบเขตการระงับข้อพิพาทเดิม
สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยทำกันมีข้อความว่า ถ้าเทศบาลสั่งแก้ไขเปลี่ยนเปลงตึกที่โจทก์รับเป็นผู้สร้างอย่างใดแล้วโจทก์ยอมรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เทศบาลสั่งทุกประการ ดังนี้ เมื่อโจทก์ยื่นแบบแปลนที่แก้ไขใหม่และเทศบาลสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขตามแบบแปลนใหม่นี้และรับรองว่าเป็นการถูกต้องแล้ว ก็ถือว่าโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว เรื่องสัญญาหรือแบบแปลนเดิมที่มิได้มีข้อกำหนดอันใดเกี่ยวพันถึง จึงเป็นอันระงับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประนีประนอมยอมความ: ลักษณะสำคัญและการพิสูจน์ข้อตกลงระงับข้อพิพาท
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญายกให้ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่มีผลบังคับ
เมื่อข้อความในสัญญาที่โจทก์อ้าง มีข้อความแสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยจะให้ที่ดินครั้งนี้เพราะโจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของนางกีเจ้าของเดิม ซึ่งบอกว่าให้แก่โจทก์ตั้งแต่ก่อนที่นางกีโอนที่พิพาทให้แก่จำเลย ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่า เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยเลยสัญญาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่จำเลยจะยกที่ดินให้โจทก์ตามที่นางกีได้เคยพูดไว้เท่านั้น ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850
เมื่อข้อความในสัญญาที่โจทก์อ้าง มีข้อความแสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยจะให้ที่ดินครั้งนี้เพราะโจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของนางกีเจ้าของเดิม ซึ่งบอกว่าให้แก่โจทก์ตั้งแต่ก่อนที่นางกีโอนที่พิพาทให้แก่จำเลย ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่า เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยเลยสัญญาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่จำเลยจะยกที่ดินให้โจทก์ตามที่นางกีได้เคยพูดไว้เท่านั้น ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงระงับข้อพิพาทโดยใช้พยานชี้ขาดมีผลผูกพันคู่กรณี ห้ามยกเหตุไม่ตรงต่อความจริงมาโต้แย้งภายหลัง
ข้อตกลงระงับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินชั้นอำเภอเปรียบเทียบที่มีเงื่อนไขว่าให้ฟังคำให้การพยานคนกลางเป็นข้อชี้ขาด เมื่อพยานได้ให้การไปแล้ว ฝ่ายใดจะยกขึ้นมาโต้แย้งว่าพยานคนกลางให้การไม่ตรงต่อความเป็นจริงอีกไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงระงับข้อพิพาทโดยใช้พยานคนกลางมีผลผูกพัน คู่กรณีไม่อาจโต้แย้งการให้การภายหลังได้
ข้อตกลงระงับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินชั้นอำเภอเปรียบเทียบที่มีเงื่อนไขว่าให้ฟังคำให้การพยานคนกลางเป็นข้อชี้ขาด เมื่อพยานได้ให้การไปแล้ว ฝ่ายใดจะยกขึ้นมาโต้แย้งว่าพยานคนกลางให้การไม่ตรงต่อความเป็นจริงอีกไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919-920/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญายอมความระงับสิทธิเดิม ฟ้องซ้ำหลังมีคำพิพากษาตามยอม
ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน แล้วผู้ซื้อเข้าไปปลูกเรือนลงในที่ดินนั้น ต่อมาเจ้าของที่ดินนำที่ดินและเรือนไปขายฝากผู้อื่น ผู้ซื้อที่ดินจึงมาฟ้องผู้ขายและผู้รับซื้อฝากขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝาก ในที่สุดยอมความกันโดยให้ผู้ขายทำการไถ่ถอนที่ดินและเรือนคืน เพื่อไปโอนขายให้แก่ผู้ซื้อที่ดินดังนี้ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องเดิมสิ้นไป คงได้สิทธิตามสัญญายอมความและเป็นการรับรองการขายฝากนั้น เมื่อครบกำหนด ผู้ขายไม่ไถ่และผู้ซื้อที่ดินไม่เข้าสวมสิทธิ ที่ดินและเรือนจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อฝาก และกรณีเช่นนี้ผู้ซื้อที่ดินจะมาฟ้องเรียกค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ ทั้งจะมาฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝากก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919-920/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญายอมความระงับสิทธิเรียกร้องเดิม ฟ้องซ้ำเมื่อมีสิทธิจากสัญญาเดิมแล้วย่อมไม่ได้
ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน แล้วผู้ซื้อเข้าไปปลูกเรือนลงในที่ดินนั้น ต่อมาเจ้าของที่ดินนำที่ดินและเรือนไปขายฝากผู้อื่น ผู้ซื้อที่ดินจึงมาฟ้องผู้ขายและผู้รับซื้อฝากขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝาก ในที่สุดยอมความกัน โดยให้ผู้ขายทำการไถ่ถอนที่ดินและเรือนคืนเพื่อไปโอนขายให้แก่ผู้ซื้อที่ดิน ดังนี้ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องเดิมสิ้นไป คงได้สิทธิตามสัญญายอมความและเป็นการรับรองการขายฝากนั้นเมื่อครบกำหนด ผู้ขายไม่ไถ่และผู้ซื้อที่ดินไม่เข้าสรวมสิทธิ ที่ดินและเรือนจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อฝาก และกรณีเช่นนี้ผู้ซื้อที่ดินจะมาฟ้องเรียกค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ ทั้งจะมาฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝากก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประนีประนอมมีผลผูกพันคู่สัญญา โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์พิพาทไม่ได้ เว้นแต่ฟ้องตามสัญญา
การที่โจทก์จำเลยทำสัญญากันไว้ เมื่อมีข้อโต้เถียงกันเรื่องที่นาที่บ้านว่าให้ที่ดังกล่าวเป็นของลูกจำเลยซึ่งเกิดด้วยนางเอิบบุตรีโจทก์เป็นสัญญาที่ทำขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาประนีประนอมที่ใช้ได้ตามกฎหมาย มีผลผูกพันคู่สัญญา โจทก์ไม่มีอำนาจมาฟ้องเรียกทรัพย์พิพาทจากจำเลยเว้นแต่จะฟ้องตามสัญญาประนีประนอมนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประนีประนอมผูกพันคู่สัญญา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องหากไม่ได้อ้างตามสัญญา
การที่โจทก์จำเลยทำสัญญากันไว้ เมื่อมีข้อโต้เถียงกันเรื่องที่นาที่บ้านว่าให้ที่ดังกล่าวเป็นของลูกจำเลยซึ่งเกิดด้วยนางเอิบบุตรีโจทก์ เป็นสัญญาที่ทำขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลย เป็นสัญญาประนีประนอมที่ใช้ได้ตามกฎหมาย มีผลผูกพันคู่สัญญา โจทก์ไม่มีอำนาจมาฟ้องเรียกทรัพย์พิพาทจากจำเลย เว้นแต่จะฟ้องตามสัญญาประนีประนอมนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีหลังประนีประนอมนอกศาล: สัญญาข่มขู่และผลกระทบต่อการบังคับคดี
เมื่อจำเลยแพ้คดีโจทก์ แล้วยังมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามคำบังคับที่ศาลมีไว้ต่อจำเลยในกำหนด ต่อมาจำเลยจะมายื่นคำร้องว่าโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมกันนอกศาลแล้ว ขอมิให้มีการบังคับคดีไม่ได้ ในเมื่อการประนีประนอมยอมความนั้นโจทก์อ้างว่าเกิดขึ้นโดยถูกข่มขู่ เพราะคู่ความชอบที่จะมาทำประนีประนอมกันในศาลๆ จะได้รู้เห็น และได้พิจารณาว่าการประนีประนอมนั้นถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกจะได้พิพากษาให้เป็นไปตามที่ตกลง และถือว่าเป็นการที่ให้ศาลได้รับรู้เกี่ยวกับการบังคับคดี เมื่อทำกันนอกศาลๆ ก็ไม่รู้ และถ้ายอมรับฟัง การบังคับคดีก็จะไม่อาจเป็นไปได้โดยราบรื่น เพราะฝ่ายที่ถูกบังคับย่อมจะมีข้ออ้างมาร้องต่าง ๆ