พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,529 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868-869/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุเวลาเบิกความเท็จในฟ้อง การฟ้องไม่จำเป็นต้องระบุเวลาช่วงกลางวัน/กลางคืน
ฟ้องหาว่าจำเลยเบิกความเท็จในศาลนั้น โจทก์ระบุเพียงวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยเบิกความเท็จ แม้ไม่ได้ระบุว่าเวลากลางวันหรือกลางคืนก็พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงเวลากลางวันจึงถือว่าฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับ เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249,60 ศาลชั้นต้นฟังวาจำเลยยิงขู่ไม่มีเจตนาจะยิงผู้เริ่ม+ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะยิงผู้เสียหาย แต่ปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนทำเองไม่ร้ายแรงกระสุนก็ไม่ร้ายแรง ไม่อาจทำลายชีวิตได้ จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254,60 ดังนี้ในข้อหาโจทก์ที่หาว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยเจตนานั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดแล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219 (อ้างฎีกาที่ 1316/2493)
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะยิงผู้เสียหาย แต่ปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนทำเองไม่ร้ายแรงกระสุนก็ไม่ร้ายแรง ไม่อาจทำลายชีวิตได้ จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254,60 ดังนี้ในข้อหาโจทก์ที่หาว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยเจตนานั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดแล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219 (อ้างฎีกาที่ 1316/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามฆ่า ลดเหลือพยายามทำร้ายร่างกาย และข้อจำกัดในการฎีกา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249,60 ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยยิงขู่ไม่มีเจตนาจะยิงผู้เสียหายจึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะยิงผู้เสียหาย แต่ปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนทำเองไม่ร้ายแรงกระสุนก็ไม่ร้ายแรงไม่อาจทำลายชีวิตได้จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254,60 ดังนี้ ในข้อหาโจทก์ที่หาว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยเจตนานั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดแล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
(อ้างฎีกาที่ 1316/2493)
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะยิงผู้เสียหาย แต่ปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนทำเองไม่ร้ายแรงกระสุนก็ไม่ร้ายแรงไม่อาจทำลายชีวิตได้จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254,60 ดังนี้ ในข้อหาโจทก์ที่หาว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยเจตนานั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดแล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
(อ้างฎีกาที่ 1316/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าหน้าที่ยักยอกทรัพย์ในหน้าที่และทำลายหลักฐานการรักษาทรัพย์
ผู้ช่วยสมุห์บัญชีอำเภอรักษากุญแจเซฟเก็บเงินผลประโยชน์ของทางราชการซึ่งตั้งรักษาไว้บนสถานีตำรวจภูธรอำเภอนั้น แทนสมุห์บัญชีกับปลัดอำเภอเป็นผู้รักษากุญแจเซฟอีกสองดอกแทนนายอำเภอ การปิดเปิดเซฟโดยปกติต้องใช้กุญแจทั้งสามดอก แต่ในคราวเปิดเซฟครั้งหนึ่ง เมื่อปิดเซฟผู้ช่วยสมุห์บัญชีเพทุบายใช้กุญแจดอกที่ตนรักษาดอกเดียวปิดเซฟ โดยปลัดอำเภอไม่ทราบ ครั้นตกตอนกลางคืน ผู้ช่วยสมุหบัญชีนั้นได้ลอบมาเปิดเซฟด้วยกุญแจดอกที่ตนรักษาไว้แล้วเอาเงินในเซฟนั้นไปหมด ดังนี้ผู้ช่วยสมุห์บัญชีมีผิดฐานยักยอกทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 131
จำเลยเองเป็นผู้ประทับตราคาดเชือกคาดเซฟเป็นที่สังเกตุสำหรับจำเลยเอง เมื่อจำเลยตัดเชือกที่ประทับตรานั้นขาดเสียเอง+เพื่อเอาเงินในเซฟ+ความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตตรา 130
จำเลยเองเป็นผู้ประทับตราคาดเชือกคาดเซฟเป็นที่สังเกตุสำหรับจำเลยเอง เมื่อจำเลยตัดเชือกที่ประทับตรานั้นขาดเสียเอง+เพื่อเอาเงินในเซฟ+ความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตตรา 130
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยักยอกทรัพย์โดยผู้รักษากุญแจเซฟ: ความผิดฐานยักยอกทรัพย์เมื่อมีการทำลายตราประทับ
ผู้ช่วยสมุห์บัญชีอำเภอรักษากุญแจเซฟเก็บเงินผลประโยชน์ของทางราชการซึ่งตั้งรักษาไว้บนสถานีตำรวจภูธรอำเภอนั้นแทนสมุห์บัญชีกับปลัดอำเภอเป็นผู้รักษากุญแจเซฟอีกสองดอกแทนนายอำเภอ การปิดเปิดเซฟโดยปกติต้องใช้กุญแจทั้งสามดอกแต่ในคราวเปิดเซฟครั้งหนึ่ง เมื่อปิดเซฟผู้ช่วยสมุห์บัญชีเพทุบายใช้กุญแจดอกที่ตนรักษาดอกเดียวปิดเซฟโดยปลัดอำเภอไม่ทราบ ครั้นตกตอนกลางคืนผู้ช่วยสมุหบัญชีนั้นได้ลอบมาเปิดเซฟด้วยกุญแจดอกที่ตนรักษาไว้แล้วเอาเงินในเซฟนั้นไปหมด ดังนี้ผู้ช่วยสมุห์บัญชีมีผิดฐานยักยอกทรัพย์ตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131
จำเลยเองเป็นผู้ประทับตราคาดเชือกคาดเซฟเป็นที่สังเกตสำหรับจำเลยเองเมื่อจำเลยตัดเชือกที่ประทับตรานั้นขาดเสียเองเพื่อเอาเงินในเซฟอันเป็นความผิดตาม มาตรา 131 แล้วก็ไม่ต้องวินิจฉัยความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา130 อีก
จำเลยเองเป็นผู้ประทับตราคาดเชือกคาดเซฟเป็นที่สังเกตสำหรับจำเลยเองเมื่อจำเลยตัดเชือกที่ประทับตรานั้นขาดเสียเองเพื่อเอาเงินในเซฟอันเป็นความผิดตาม มาตรา 131 แล้วก็ไม่ต้องวินิจฉัยความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา130 อีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834-835/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินมีตราจองต้องทำที่หอทะเบียนที่ดิน มิฉะนั้นเป็นโมฆะ และการได้สิทธิครอบครองปรปักษ์
การทำสัญญาซื้อขายที่ดินที่มีตราจองแล้ว ต้องทำกัน ณ ที่หอทะเบียนที่ดิน จึงจะสมบูรณ์ จะทำกันที่อำเภอไม่ได้ตกเป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834-835/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินต้องทำที่หอทะเบียนที่ดินจึงสมบูรณ์
การทำสัญญาซื้อขายที่ดินที่มีตราจองแล้ว ต้องทำกัน ณ ที่ หอทะเบียนที่ดิน จึงจะสมบูรณ์ จะทำกันที่อำเภอไม่ได้ตกเป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละที่ดินจากการไม่ไถ่ถอนขายฝากและการครอบครองในฐานะผู้เช่าทำให้เสียสิทธิในที่ดิน
เจ้าของที่ดินมือเปล่ายอมให้เจ้าของร่วมอีกคนซึ่งเอาที่ดินไปขายฝากแก่+ไว้ทั้งแปลงครบกำหนดถอนตามสัญญาก็ไม่ไถ่ถอน+และเจ้าของร่วมผู้ขายผู้เช่าที่ดินนี้จากเขาทำกินดังนี้ ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินคนละที่ดินนั้นแล้ว ที่ยังคงครอบครองที่ดินอยู่ ก็เป็นเรื่องครอบครองในฐานะเป็นผู้เช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยินยอมขายฝากแล้วไม่ไถ่ถอน ถือสละที่ดิน สิทธิคงเหลือเป็นผู้เช่า
เจ้าของที่ดินมือเปล่ายินยอมให้เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งเอาที่ดินไปขายฝากแก่เขาไว้ทั้งแปลง ครบกำหนดไถ่ถอนตามสัญญาก็ไม่ไถ่ถอนทั้งตนและเจ้าของร่วมผู้ขายได้เช่าที่ดินนี้จากเขาทำกินดังนี้ ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินสละที่ดินนั้นแล้ว ที่ยังคงครอบครองที่ดินอยู่ ก็เป็นเรื่องครอบครองในฐานะเป็นผู้เช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ฟ้องคดีอาญา: ศาลอนุญาตแก้ฟ้องได้หากไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนาอ้างเหตุเกิดเวลากลางวันจำเลยให้การว่ากระทำโดยป้องกันตัว เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้วก่อนพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องเป็นว่า จำเลยกระทำผิดเวลากลางคืน ที่ฟ้องว่ากลางวันคลาดเคลื่อนไปเพราะความบกพร่องของผู้พิมพ์และผู้ตรวจดังนี้ เมื่อจำเลยรับว่าได้ทำร้ายผู้ตาย ตายจริง แต่ทำโดยป้องกันแล้ว จำเลยก็ไม่ได้หลงข้อต่อสู้ ไม่มีทางทำให้จำเลยเสียเปรียบ ศาลย่อมอนุญาตให้แก้ฟ้องได้ เพราะมีเหตุสมควร