พบผลลัพธ์ทั้งหมด 307 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การละเมิดต่อสิทธิในที่ดินและการฟ้องร่วม ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องได้ แม้การออกใบเหยียบย่ำจะมีข้อโต้แย้ง
ถอนข้าวกล้าของเขาซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของผู้อื่น ไม่ใช่ที่ดินของจำเลย ย่อมเป็นการทำละเมิด
การสั่งอนุญาตให้ร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ไต่สวนก่อน
เมื่อผู้ร้องสอดเป็นผู้เสียหายและศาลอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์แล้ว ศาลก็ย่อมให้ชนะคดีจำเลยได้
แม้มีผู้คัดค้านการขอใบเหยียบย่ำ ถ้าผู้คัดค้านไม่มีสิทธิครอบครองอำเภอก็ออกใบเหยียบย่ำให้ได้
การสั่งอนุญาตให้ร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ไต่สวนก่อน
เมื่อผู้ร้องสอดเป็นผู้เสียหายและศาลอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์แล้ว ศาลก็ย่อมให้ชนะคดีจำเลยได้
แม้มีผู้คัดค้านการขอใบเหยียบย่ำ ถ้าผู้คัดค้านไม่มีสิทธิครอบครองอำเภอก็ออกใบเหยียบย่ำให้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจ้างทนาย: เงื่อนไขการจ่ายค่าจ้างเมื่อคดีจำหน่ายคดีชั่วคราว
โจทรับเปนทนายแก้ต่างบุตรของจำเลยซึ่งถูกฟ้องไนคดีอาญาโดยตกลงกันว่า ถ้าคดีนั้นจำเลยเปนฝ่ายชนะยกฟ้องหรือจำหน่ายคดีด้วยประการไดไดจำเลยจะไห้ค่าจ้าง 400 บาท ครั้นต่อมาสาลได้สั่งจำหน่ายคดีอาญานั้นเสียชั่วคราวโดยบุตรจำเลยเกิดวิกลจริตดังนี้ โจทไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้าง 400 บาทได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าจ้างทนาย: คดีจำหน่ายชั่วคราวและวิกลจริตของผู้ถูกกล่าวหา
โจทก์รับเป็นทนายแก้ต่างบุตรของจำเลยซึ่งถูกฟ้องในคดีอาญาโดยตกลงกันว่า ถ้าคดีนั้นจำเลยเป็นฝ่ายชนะยกฟ้องหรือจำหน่ายคดีด้วยประการใดใดจำเลยจะให้ค่าจ้าง 400 บาท ครั้นต่อมาศาลได้สั่งจำหน่ายคดีอาญานั้นเสียชั่วคราวโดยบุตรจำเลยเกิดวิกลจริต ดังนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้าง 400 บาทได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คนโดยสารต่างชาติกับการไม่ผิดตามมาตรา 7(1)
ผู้ควบคุมเรือกำปั่นยนต์มาจากต่างประเทศมาถึงตำบลปากพนังได้ใช้เรือนั้นรับคนโดยสารจากเรือที่จอดอยู่ที่ปากพนัง ส่งคนโดยสารนั้นขึ้นที่ตลาดปากพนัง ดั่งนี้ ไม่มีความผิดตามมาตรา 7(1) คำว่า"คนโดยสาร"ตามมาตรา 7(1) เพ่งเล็งถึงคนโดยสารที่มาจากต่างประเทศ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความ 'คนโดยสาร' ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง: เน้นเฉพาะผู้มาจากต่างประเทศ
ผู้ควบคุมเรือกำปั่นยนต์มาจากต่างประเทสมาถึงตำบนปากพนังได้ไช้เรือนั้นรับคนโดยสารจากเรือที่จอดหยู่ที่ปากพนัง ส่งคนโดยสานนั้นขึ้นที่ตลาดปากพนัง ดั่งนี้ไม่มีความผิดตาม ม.7(1)
คำว่า คนโดยสานตามมาตรา 7(1) เพ็งเล็งถึงคนโดยสานที่มาจากต่างประเทส.
คำว่า คนโดยสานตามมาตรา 7(1) เพ็งเล็งถึงคนโดยสานที่มาจากต่างประเทส.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 899/2485 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับของโจร: จำเลยต้องให้โอกาสสืบพยานเพื่อพิสูจน์ความรับผิด
กรนีที่ยังไม่งดสืบพะยานจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 899/2485
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์การครอบครองโคที่ถูกลัก - การงดสืบพยานไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าโคของผู้เสียหายถูกคนร้ายลักหายไป 2 ตัว.ผู้เสียหายได้คืนจากจำเลย 1 ตัวโดยเสียค่าไถ่ โดยจำเลยได้ลักมาหรือได้รับไว้โดยรู้ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิด.โจทก์นำสืบได้ความว่าโคเพริดหายไปจากทำเลเลี้ยงรุ่งขึ้นได้ทราบข่าวและต่อจากนั้นอีก 1 วัน เจ้าทรัพย์ก็ได้ไปไถ่คืนมาจากจำเลยแต่ได้คืนมาเพียง 1 ตัว. จำเลยผัดว่าอีก 2-3 วันให้ไปรับคืนอีกตัวหนึ่ง. ดังนี้ยังถือไม่ได้ว่าทางพิจารณาต่างกับฟ้อง. การที่ศาลชั้นต้นด่วนงดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องไปนั้นเป็นการมิชอบควรพิจารณาต่อไปให้สิ้นกระแสความแล้วจึงวินิจฉัยไปตามรูปคดี.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2485 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทนายความปรึกษาหารือแล้วรับเป็นทนายฝ่ายตรงข้าม มีความผิดตาม พ.ร.บ.ทนายความ
ทนายความรับปรึกษาหารือในทางอัถคดีและได้ตรวจดูหลักฐานเอกสารต่างๆ ของโจทก์ แต่ไม่ได้ตกลงกันภายหลังกลับรับเป็นทนายแก้ต่างให้อีกฝ่ายหนึ่ง ย่อมมีความผิดตรา พ.ร.บ.ทนายความ 2477 มาตรา 12 ข้อ 4
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2485
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทนายความรับปรึกษาแล้วเปลี่ยนใจเป็นทนายฝ่ายตรงข้าม
ทนายความรับปรึกษาหารือในทางอรรถคดีและได้ตรวจดูหลักฐานเอกสารต่างๆ ของโจทก์. แต่ไม่ได้ตกลงกันภายหลังกลับรับเป็นทนายแก้ต่างให้อีกฝ่ายหนึ่ง. ย่อมมีความผิดตามพ.ร.บ.ทนายความ 2477 มาตรา 12 ข้อ 4.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2485
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลำดับการบังคับคดีหนี้ตามคำพิพากษา: ลูกหนี้หลักก่อนผู้ค้ำประกัน
คดีเดิมศาลพิพากษาว่าให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินค่าเช่าตามฟ้อง ถ้าไม่สามารถจะใช้ก็ให้จำเลยที่ 2 ใช้แทน แต่โจทก์ยังมิได้บังคับจำเลยที่ 1 จึงให้งดการบังคับจำเลยที่ 2 ดังนี้เป็นการชั่วคราวเมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้บังคับผู้รับมรดกจำเลยที่ 1 แล้วแต่กองมรดกไม่มีทรัพย์จะชำระหนี้ได้ ก็บังคับจำเลยที่ 2 ได้ เพราะชั้นนี้เป็นความรับผิดฐานเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ใช่ฐานเป็นผู้ค้ำประกัน