คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,185 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบพยานหลักฐานนอกประเด็นที่ได้ให้การไว้แล้ว: กรณีเรือพิพาท
โจทก์ฟ้องเรียกเรือจากจำเลย โดยอ้างว่าโจทก์ซื้อมาจากผู้มีชื่อ
จำเลยต่อสู้ว่าเป็นเรือของจำเลยซื้อมา แต่ไม่ได้ระบุว่าซื้อมาจากใครดังนี้ จำเลยย่อมนำสืบว่าซื้อเรือนั้นมาจากใครได้ ไม่เป็นการนอกประเด็นเพราะเป็นข้อที่ได้ให้การไว้แล้ว หากโจทก์สงสัยว่าจำเลยซื้อจากใครก็ชอบที่จะท้วงขึ้นในชั้นชี้สองสถานได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 578-579/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งปริมาณข้าว: การปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการจังหวัด แม้มีภูมิลำเนาต่างพื้นที่
เมื่อศาลล่างทั้งสองตัดสินต้องกัน โดยฟังว่าจำเลยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าว ตามประกาศคณะกรรมการจังหวัดแล้ว การที่จำเลยฎีกาอ้างว่าตามประกาศให้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่ออำเภอที่มีภูมิลำเนาจำเลยมีภูมิลำเนาต่างอำเภอหรือจังหวัดที่ข้าวอยู่นั้นย่อมไม่เป็นข้อสำคัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 578-579/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งปริมาณข้าว: การปฏิบัติตามประกาศคณะกรมการจังหวัด แม้มีภูมิลำเนาต่างอำเภอ
เมื่อศาลล่างทั้งสองตัดสินตรงกัน โดยฟังว่า จำเลยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าว ตามประกาศของคณะกรมการจังหวัดแล้ว การที่จำเลยฎีกาอ้างว่า ตามประกาศการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่ออำเภอที่มีภูมิลำเนา จำเลยมีภูมิลำเนา+อำเภอหรือจังหวัดที่ข้าวอยู่นั้น+ไม่เป็นข้อสำคัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าพื้นที่ทำการค้า การขึ้นค่าเช่า และข้อยกเว้นการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยผู้เช่า กล่าวเพียงว่าจำเลยทำการค้าขาย โจทก์ย่อมนำสืบได้ว่า จำเลยทำการค้าในสถานที่เช่าอย่างไรเพียงใด ไม่เป็นการสืบนอกประเด็นแม้จะไม่ได้กล่าวในฟ้องว่า จำเลยทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ก็นำสืบได้ เมื่อจำเลยโต้เถียงขึ้นมา
ฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอนั้น ถ้าข้อความในฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมเข้าใจได้โดยปริยายว่า มีความมุ่งหมายให้ศาลอุทธรณ์บังคับตามคำฟ้องและคำขอบังคับเดิม ฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมใช้ได้
โจทก์จำเลยตกลงขึ้นค่าเช่ากันก่อนใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 และการขึ้นค่าเช่านี้ ไม่ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าที่ใช้อยู่ในเวลานั้นคือ ฉบับปี 2486-2488 ดังนี้ จะยกเอา พระราชบัญญัติฉบับปี 2490 มาใช้บังคับไม่ได้ และแม้การค้างชำระค่าเช่าเกินกว่า 2 คราวติดๆ กันจะเกิดขึ้นภายหลังที่ใช้พระราชบัญญัติปี 2489 แล้ว พระราชบัญญัติปี 2490 ก็ไม่คุ้มครองในกรณีค้างชำระค่าเช่า เช่นนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าที่ดินปลูกตึกและกรรมสิทธิ์ในตึกตกเป็นของเจ้าของที่เมื่อครบกำหนดสัญญา
เช่าที่ดินปลูกตึกโดยมีข้อสัญญาว่า+ให้ตึกที่ปลูกตกเป็นของเจ้าของที่ดิน+นายหน้านั้น เมื่อถึงกำหนดแล้วตึก+ตกเป็นของเจ้าของที่ดินตามสัญญา+ฐานะเป็นส่วนควบที่ดิน หาจำต้อง+ทำการโอนไม่(อ้างฎีกาที่ 561/2488)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึก+ตกลงให้ตึกตกเป็นของโจทก์ ครบกำหนดตามสัญญาแล้วจำเลยไม่ยอมโอนตึกให้เป็นของโจทก์ จึงขอให้ศาลแสดงว่า ตึกตกเป็นกรรมสิทธิของโจทก์และขอให้จำเลยไปทำการโอนให้ ดังนี้เป็นเรื่องขอให้ศาลแสดงสิทธิตามสัญญาและบังคับให้จำเลยไปทำการโอนตามสัญญา แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าตามสัญญาตึกยังคงเป็นของจำเลย ก็เป็นเรื่องต่อสู้ในทางแปลสัญญา จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ตกอยู่ในอำนาจศาลแขวง ตามพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะฟ้องแย้งเรียกจำนวนเงิน+อำนาจของศาลแขวง ก็ไม่ทำให้คดีเดิมที่โจทก์ฟ้องเสียไป เพราะคดีเดิมโจทก์ต้องอยู่ในอำนาจศาลแขวงอยู่แล้ว เมื่อจำเลยนำคดีของตนไปฟ้องแย้งยังศาลแขวง ๆ จะบังคับให้ตามคำฟ้องแย้งของจำเลยไม่ได้ จึงถือว่า ข้อที่จำเลยฟ้องแย้งเป็นแต่เพียงข้อต่อสู้ฟ้องเดิมของโจทก์ข้อหนึ่งเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536-560/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับอุทธรณ์คดีมโนสาเร่ การถอนอุทธรณ์ และการพิจารณาคดีที่จำเลยไม่ได้ลงนามในใบแต่งทนาย
การที่โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอค้านว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นโมฆะเพราะมีจำเลย 5 รายไม่ได้เซ็นในใบแต่งทนายนั้น เมื่อปรากฏในสำนวนว่า ศาลชั้นต้นได้เรียกจำเลยสอบสวนแล้วว่า จำเลยทั้ง 5 ได้เซ้นชื่อในใบแต่งทนาย มิใช่ลายเซ็นปลอม ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ก็มิจำต้องสั่งคำร้องของฟ้องโจทก์นั้นประการใดอีก
การที่โจทก์กับทนายจำเลยทำสัญญาปราณีประนอมกัน โดยให้โจทก์ถอนฟ้องคดีอาญาเรื่องปลอมหนังสือ แล้วจำะลยจะถอนฟ้องอุทธรณ์คดีนั้น โจทก์ได้ถอนฟ้องคดีอาญาแล้ว และทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องอุทธรณ์ แต่ตัวจำเลยได้ทำคำร้องขอถอนทนายเสีย และไม่ยอมถอนฟ้องอุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์ย่อไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องอุทธรณ์ได้
จำเลนหลายสำนวน ซึ่งศาลชั้นต้นได้รวมพิจารณาและพิพากษาฉะบับเดียว ได้ยื่นฟ้องอุทธรณ์รวมมาฉะบับเดียวกัน ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นอุทธรณ์ ส่งสำเนาให้โจทก์ แม้จะปรากฏว่าคดีทั้งหมดนี้เป็นคดีสามัญ เพียง 2 สำนวน นอกนั้นเป็นคดีมโนสาเร่ อันคู่ความจะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่ได้ก็ดี แต่เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านโต้แย้งความข้อนี้ในชั้นอุทธรณ์ จนกระทั่งศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นเหตุให้คดีฎีกาขึ้นมาได้ เพราะไม่ต้องห้ามแล้วเช่นนี้ โจทก์จะโต้แย้งศาลฎีกา ให้ศาลฎีกากลับพิจารณาถึงการรับอุทธรณ์ว่าเป็นการชอบไม่ชอบไม่ได้ เพราะไม่มีประเด็นในชั้นศาลฎีกาแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของเจ้าพนักงาน: การบรรยายฟ้องที่ชัดเจนเพียงพอ
ฟ้องโจทก์กล่าวยืนยันว่าจำเลยมีหน้าที่ปกครองรักษาทรัพย์ของทางราชการ ทรัพย์ได้หายไปโดยจำเลยยักยอกเองหรือยินยอมให้ผู้อื่นยักยอกโดยจำเลยรู้เห็นเป็นใจด้วย ดังนี้เป็นฟ้องที่บรยายพอสมควร จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของเจ้าพนักงาน: การบรรยายฟ้องที่ชัดเจนเพียงพอ และการพิสูจน์ความผิด
ฟ้องโจทก์กล่าวยืนยันว่าจำเลยมีหน้าที่ปกครองรักษาทรัพย์ของทางราชการ ทรัพย์นั้นหายไปโดยจำเลยยักยอกเองหรือยินยอมให้ผู้อื่นยักยอกโดยจำเลยรู้เห็นเป็นใจด้วยดั่งนี้ เป็นฟ้องที่บรรยายพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การผูกพันสินสมรสจากการขายฝากเพื่อเลี้ยงบุตร แม้สามีละทิ้งภรรยา
สามีขายฝากที่นาสินสมรสไว้ ภายหลังได้ละทิ้งภรรยา ภรรยาไม่มีเงิน จึงต้องขายนานี้ขาดแก่ผู้รับซื้อฝากเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงบุตร ดังนี้ สัญญาขายนี้จึงผูกพันสินบริคณห์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480-1482 สามีจะบอกล้างมิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การผูกพันสินบริคณห์หลังละทิ้งภรรยา: สิทธิในการบอกล้างสัญญาซื้อขายที่ดินสินสมรส
สามีขายฝากที่นาสินสมรสไว้หลังได้ละทิ้งภรรยา ๆ ไม่มีเงิน จึงต้องขายนานี้ขาดแก่ผู้รับ เพื่อเอาเงินมาเลี้ยงบุตร+สัญญานี้จึงผูกพันธ์สินบริคนห์ตาม ป.พ.พ.ม.1480 - 1482 สามีจะบอกล้างมิได้
of 219