คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 78/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระหนี้ค่าเสียหายจากการละเมิดด้วยการมอบกระบือ และการละเมิดสิทธิยึดถือครอบครอง
กระบือของจำเลยขวิดกระบือโจทก์ขาหักพิการ ใช้งานไม่ได้
โจทก์จำเลยตกลงกันโดยจำเลยเอากระบือเมียให้แก่โจทก์ 1 ตัวเป็นค่าเสียหาย การที่จำเลยมอบกระบือเมีย 1 ตัวแก่โจทก์นี้ ถือได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้อันเกิดจากการละเมิดให้โจทก์เป็นการปฏิบัติต่อกันเลยขั้นที่จะถือว่าทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกันไปแล้วจึงไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ใช้ได้ ฉะนั้นเมื่อจำเลยกลับไปเอากระบือนั้นมาเสียจากการยึดถือครอบครองของโจทก์ ก็นับว่าจำเลยได้ทำละเมิดสิทธิยึดถือครอบครองของโจทก์ขึ้นอีกโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้คืนกระบือนั้นหรือใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 78/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระหนี้จากการละเมิดด้วยการมอบกระบือ และการละเมิดสิทธิยึดถือครอบครอง
กระบือของจำเลยขวิดกระบือโจทก์ขาหักพิการ ใช้งานไม่ได้โจทก์จำเลยตกลงกันโดยจำเลยเอากระบือเมียให้แก่โจทก์ 1 ตัวเป็นค่าเสียหายการที่จำเลยมอบกระบือเมีย 1 ตัวแก่โจทก์นี้ ถือได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้อันเกิดจากการละเมิดให้โจทก์ เป็นการปฏิบัติต่อกันเลยคั่นที่จะถือว่าทำสัญญาประณีประนอมยอมความต่อกันไปแล้ว จึงไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ใช้ได้ ฉะนั้นเมื่อจำเลยกลับไปเอากระบือนั้นมาเสียจากการยึดถือครอบครองของโจทก์ ก็นับว่าจำเลยได้ทำละเมิดสิทธิยึดถือครอบครองของโจทก์ขึ้นอีก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้คืนกระบือนั้นหรือใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลักทรัพย์สัตว์พาหนะ: กระบือ แม้ยังไม่ทำตั๋วพิมพ์รูปพรรณ ก็ถือเป็นความผิด
พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 หาได้มีความประสงค์จะลบล้างคำวิเคราะห์ศัพท์ คำว่า'สัตว์พาหนะ'ในกฎหมายลักษณะอาญาแต่อย่างใดไม่
จำเลยลักกระบือของผู้เสียหายไป 3 ตัว แม้ปรากฏว่ามีตัวเดียวที่ทำตั๋วพิมพ์รูปพรรณแล้วส่วนอีก 2 ตัวยังใช้งานหรือลากเข็นอย่างใดไม่ได้ ทั้งยังมีอายุไม่ถึงกำหนดที่จะต้องทำตั๋วพิมพ์รูปพรรณก็ดีก็ยังถือได้ว่าจำเลยลักสัตว์พาหนะ 3 ตัว เป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 296 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ยักยอกทรัพย์โดยตัวแทน: การเบียดบังเงินค่าขายทรัพย์สินที่รับมอบมา
ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบแหวนเพ็ชรของผู้เสียหายไป 1วง โดยจำเลยรับว่าจะเอาไปขายให้ ถ้าขายไม่ได้ก็จะเอามาคืนให้ครั้นแล้วจำเลยได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกแหวนเพ็ชรหรือเงินค่าแหวนนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียดังนี้ เป็นฟ้องที่จำเลยสามารถเข้าใจข้อหาได้ดีจำเลยย่อมรู้สึกอยู่แก่ตนว่า ยักยอกแหวนหรือยักยอกเงินค่าแหวนที่ขายได้จึงไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
รับแหวนของเขาไปเพื่อจะนำไปขายตามคำสั่งของผู้มอบหมายนั้น ผู้รับมอบมีฐานะเป็นตัวแทนฉะนั้นเมื่อได้รับเงินค่าขายแหวนไว้ก็หมายความว่ารับไว้ในฐานเป็นตัวแทนเขาด้วย และมีหน้าที่จะต้องนำส่งเงินนี้แก่ผู้มอบหมายถ้ายักยอกเอาเงินนี้ไว้ เสียโดยทุจริต ก็เป็นความผิดฐานยักยอกในทางอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้กลางคดี ศาลใช้กฎหมายที่เบากว่าลงโทษจำเลย
จำเลยกระทำความผิดในขณะที่ใช้ พระราชบัญญัติภาษีชั้นในจ.ศ.1248
โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติภาษีชั้นในจ.ศ.1248 แต่ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้อง ได้มีกฎหมายใหม่คือพระราชบัญญัติสุราพ.ศ.2493 ซึ่งบัญญัติให้ยกเลิก พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248เสียและได้ประกาศใช้มา 9 วันแล้วดังนี้ เมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติสุรา 2493 ด้วยและมีโทษเบากว่าที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 แล้ว กรณีต้องตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 และศาลอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสี่ ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสุรา 2493ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กฎหมายใหม่ใช้บังคับย้อนหลังได้หรือไม่: เลือกใช้กฎหมายที่มีโทษเบาเมื่อความผิดยังคงอยู่
จำเลยกระทำความผิดในขณะที่ใช้ พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 แต่ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้อง ได้มี ก.ม.ใหม่คือ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 ซึ่งบัญญัติให้ยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 เสีย และได้ประกาศใช้มา 9 วันแล้ว ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าการกระทำของจำเลย ก็เป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.สุรา 2493 ด้วยและมีโทษเบากว่า ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 แล้ว กรณีต้องตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 8 และศาลอาศัยอำนาจตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 192 วรรค 4 ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.สุรา 2493 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1893/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีขับไล่จากกุศลสถาน: กรมการอำเภอไม่มีอำนาจฟ้องในนามตนเอง
พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 123 นั้น หาได้ให้อำนาจแก่กรมการอำเภอที่จะฟ้องร้องในนามของตนเอง เกี่ยวกับกุศลสถานได้ไม่เป็นแต่ให้คอยช่วยเหลือผู้ปกปักรักษากุศลสถานเท่านั้น ฉะนั้นกรมการอำเภอจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่บุคคลใดออกจากกุศลสถาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1893/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีขับไล่จากกุศลสถาน: กรมการอำเภอไม่มีอำนาจฟ้องเอง กฎหมายให้แต่ช่วยผู้ครอบครอง
พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 123 นั้น หาได้ให้อำนาจแก่กรมการอำเภอที่จะฟ้องร้องในนามของตนเองเกี่ยวกับกุศลสถานได้ไม่ เป็นแต่ให้คอยช่วยเหลือผู้ปกปักรักษากุศลสถานเท่านั้น ฉะนั้น กรมการอำเภอจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่บุคคลใดออกจากกุศลสถาน
ที่กุศลสถานไม่ใช่ที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับรองบุตรโดยการแจ้งเกิดและอุปการะเลี้ยงดู ทำให้บุตรมีสิทธิรับมรดกได้ แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ชายหญิงแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งถือว่าไม่เป็นผัวเมียกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อเกิดบุตรออกมา ชายได้แจ้งทะเบียนการเกิดของเด็กว่าเป็นบุตรของตนและชายได้อุปการะเลี้ยงดูเด็กกับแสดงกับคนอื่นทั่ว ๆ ไปว่าเป็นบุตรของตน ดังนี้ถือว่าเด็กนั้นมีสิทธิรับมรดกของชายนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับรองบุตรโดยการแจ้งเกิดและอุปการะเลี้ยงดู ทำให้บุตรมีสิทธิรับมรดกได้ แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ชายหญิงแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งถือว่าไม่เป็นผัวเมียกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อเกิดบุตรออกมา ชายได้แจ้งทะเบียนการเกิดของเด็กว่า เป็นบุตรของตนและชายได้อุปการะเลี้ยงดูเด็กกับแสดงกับคนอื่นทั่วๆไปว่าเป็นบุตรของตน ดังนี้ ถือว่าเด็กนั้นมีสิทธิรับมรดกของชายนั้นได้
of 324