คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายลักษณะความผิดในฟ้องคดีอาญา ไม่จำต้องลอกเลียนตัวบท หากบรรยายครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมาย
การบรรยายฟ้องคดีอาญานั้นไม่จำต้องเขียนข้อความล้อหรือเลียนให้เหมือนถ้อยคำที่บัญญัตไว้ในตัวบทกฎหมาย เมื่อได้กล่าวบรรยายลักษณะของความผิดครบถ้วนและถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 แล้วก็ใช้ได้
การฟ้องคดีหาว่าจำเลยเบิกความเท็จนั้นแม้ในฟ้องจะมิได้ใช้คำว่าถ้อยคำที่จำเลยเบิกความนั้นจำเลยรู้อยู่ว่าเป็น เท็จแต่เมื่อถ้อยคำทั้งหลายในฟ้องแสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยเบิกความโดยจงใจนำความเท็จมากล่าวว่าเป็นความ จริง ซึ่งเท่ากับเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จมาเบิกความนั่นเอง ไม่มีความหมายผิดแผกแตกต่างอะไรกันฉะนั้นเมื่อฟ้องบรรยายลักษณะความผิดครบถ้วนและถูกต้องตามมาตรา 158 แห่ง ป.ม.วิ.อาญาแล้วก็ใช้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชิงทรัพย์ทำให้บาดเจ็บตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300: การพิจารณาบาดแผลเพื่อประกอบการวินิจฉัย
บาดแผลดังนี้คือ 1. ในช่องจมูกแถบซ้ายด้านใน รอยขีดหนังขาดยาว 3 ม.ม. และโลหิตออกทางช่องจมูกทั้งสอง
2. ชายโครงด้านหน้าแถบซ้าย รอยผื่นแดงยาว 8 ซ.ม. กว้าง 5 ซ.ม.
3. ใต้ลิ้นปี่ รอยผื่นแดงยาว 4 ซ.ม. กว้าง 3 ซ.ม.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นรอยถูกกระทำแก่ร่างกายถึงแก่บาดเจ็บแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ชิงทรัพย์ทำให้บาดเจ็บ: การประเมินบาดแผลเพื่อวินิจฉัยความผิดตามมาตรา 300
บาดแผล ดังนี้ คือ 1. ในช่องจมูกแถบซ้ายด้านในรอยขีดหนังขาดยาว 3 ม.ม. และโลหิตออกทางช่องจมูกทั้งสอง 2. ชายโครงด้านหน้าแถบซ้าย รอยผื่นแดงยาว 8ซ.ม. กว้าง 5 ซ.ม. 3. ใต้ลิ้นปี่ รอยผื่นแดงยาว 4 ซ.ม. กว้าง 3 ซ.ม.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เป็นรอยถูกกระทำแก่ร่างกายถึงแก่บาดเจ็บแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: การป้องกันเกินสมควรและบันดาลโทสะ
ผู้ตายเป็นฝ่ายมาท้าทายและบุกรุกขึ้นไปทำร้ายฝ่ายจำเลยถึงบนเรือนก่อน แต่เมื่อจำเลยกับผู้ตายได้กอดปล้ำจนตกมาที่พื้นดิน และผู้ตายได้ลุกขึ้นวิ่งหนีไปแล้วจำเลยยังไล่ติดตามไปแทงผู้ตายตั้งหลายทีถึงแก่ความตาย ดังนี้ จะฟังว่าจำเลยกระทำไปโดยเจตนาป้องกันตัวหาได้ไม่ แต่พอถือได้ว่า จำเลยทำไปโดยบันดาลโทสะตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 55

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย แม้ถูกทำร้ายก่อน แต่การไล่ติดตามแทงจนเสียชีวิต ไม่ถือเป็นการป้องกันตัว แต่เป็นความผิดด้วยความบันดาลโทสะ
ผู้ตายเป็นฝ่ายมาท้าทายและบุกรุกขึ้นไปทำร้ายฝ่ายจำเลยถึงบนเรือนก่อน แต่เมื่อจำเลยกับผู้ตายได้กอดปล้ำจนตกมาที่พื้นดินและผู้ตายได้ลุกขึ้นวิ่งหนีไปแล้ว จำเลยยังไล่ติดตามไปแทงผู้ตายตั้งหลายทีถึงแก่ความตาย ดังนี้จะฟังว่าจำเลยกระทำไปโดยเจตนาป้องกันตัวหาได้ไม่ แต่พอถือได้ว่าจำเลยทำไปโดยบรรดาลโทษะตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 55

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลียนเครื่องหมายการค้า: ศาลฎีกายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้พิจารณาใหม่ในประเด็นข้อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยต่อสู้ว่า เครื่องหมายมีลักษณะต่างกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอ้างว่าเครื่องหมายโจทก์จำเลยต่างกันมาก เมื่อปรากฏว่าคู่ความรับกันในรูปเครื่องหมายแล้ว คงเถียงกันว่าจะเป็นการเลียนหรือไม่ จึงเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย คู่ความย่อมอุทธรณ์ฎีกาต่อไปได้
ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์โดยเห็นว่า ต้องห้าม ศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์เป็นปัญหากฎหมายไม่ต้องห้าม ก็ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทเครื่องหมายการค้า: ปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการเลียนเครื่องหมายที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินผิด
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าเครื่องหมายมีลักษณะต่างกันศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอ้างว่าเครื่องหมายโจทก์จำเลยต่างกัน มาก เมื่อปรากฎว่าคู่ความรับกันในรูปเครื่องหมายแล้ว คงเถียงกันว่าจะเป็นการเลียนหรือไม่ จึงเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย คู่ความย่อมอุทธรณ์ฎีกาต่อไปได้
ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์โดยเห็นว่าต้องห้าม ศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์เป็นปัญหากฎหมายไม่ต้องห้าม ก็ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในมรดกของบุตรเกิดนอกสมรสและบิดาที่มิได้จดทะเบียนรับรอง
ชายหญิงได้เสียกันเองโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส เมื่อเกิดบุตรขึ้นมา บุตรที่เกิดมานั้น ย่อมไม่ใช่บุตรอันชอบด้วยกฎหมายของชาย และเมื่อต่อมาชายก็มิได้จดทะเบียนรับรองหรือร้องขอต่อศาลให้แสดงว่า เป็นบุตรอีกเช่นนี้ ชายนั้นจึงไม่ใช่บิดาหรือทายาทของบุตรนั้น และย่อมไม่มีสิทธิที่จะรับมรดกของบุตร และไม่อาจที่จะยกอายุความมรดก 1 ปีมาต่อสู้แก่ทายาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในมรดกของบุตรเกิดนอกสมรส: การไม่จดทะเบียนสมรสและไม่รับรองบุตร
ชายหญิงได้เสียกันเองโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสเมื่อเกิดบุตรขึ้นมา บุตรที่เกิดมานั้นย่อมไม่ใช่บุตรอันชอบด้วยกฎหมายของชายและเมื่อต่อมาชายก็มิได้จดทะเบียนรับรองหรือร้องขอ ต่อศาลให้แสดงว่าเป็นบุตรอีกเช่นนี้ ชายนั้นจึงไม่ใช่บิดาหรือทายาทของบุตรนั้น และย่อมไม่มีสิทธิที่จะรับมรดกของบุตรและไม่อาจที่จะยกอายุความมรดก 1 ปีมาต่อสู้แก่ทายาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมให้ขายฝากแล้วหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้อื่น เจ้าของที่ดินไม่สามารถกลับมาเถียงสิทธิได้
เจ้าของที่ดิน(นา)ได้รู้เห็นยินยอมให้ผู้อื่นเอานาไปขายฝากจนพ้นกำหนดไถ่ถอนหลุดเป็นสิทธิแก่เขาแล้ว จะกลับเถียงสิทธิของผู้รับซื้อ ผู้ทำการสุจริตหาได้ไม่ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
of 324