พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยินยอมขายฝากแล้วกลับเถียงสิทธิ ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
เจ้าของที่ดิน (นา) ได้รู้เห็นยินยอมให้ผู้อื่นเอานาไปขายฝากจนพ้นกำหนดไถ่ถอนหลุดเป็นสิทธิแก่เขาแล้วจะกลับเถียงสิทธิของผู้รับ ซื้อ ผู้ทำการสุจริตหาได้ไม่ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์หลังชำระหนี้
โจทก์เอาที่ดิน(มีโฉนดแต่ยังเป็นชื่อคนอื่น ยังไม่ได้โอน) ของโจทก์ยกให้บิดาจำเลยเป็นการตีใช้หนี้เงินกู้ บิดาจำเลยก็รับชำระและยึดถือครอบครองที่ดินนั้นมาเกิน 10 ปีแล้ว ดังนี้ ฝ่ายจำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ที่พิพาทในทางครอบครอง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกที่พิพาทคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์หลังชำระหนี้ด้วยที่ดิน
โจทก์เอาที่ดิน (มีโฉนดแต่ยังเป็นชื่อคนอื่น ยังไม่ได้โอน) ของโจทก์ยกให้บิดาจำเลยเป็นการตีใช้หนี้เงินกู้บิดาจำเลยก็รับชำระและยึดถือครอบครองที่ดินนั้นมาเกิน 10 ปีแล้วดังนี้ ฝ่ายจำเลยย่อมได้กรรมสิทธิในที่พิพาทในทางครอบครอง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกที่พิพาทคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1685/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อจำกัดในการนำข้อเท็จจริงจากคดีก่อนมาผูกพันคดีใหม่ แม้คู่ความบางส่วนจะซ้ำกัน ศาลต้องพิจารณาประเด็นและสภาพคดีที่เปลี่ยนแปลง
ผู้มีชื่อในโฉนดร่วมกับผู้อื่นฟ้องขอแบ่งที่ดินเฉพาะส่วนของคนจากผู้ที่ยึดถือครอบครองที่ดินผู้ครอบครองที่ดินต่อสู้ ว่าผู้มีชื่อในโฉนดคนอื่นเอาที่ดินนี้ตีใช้หนี้ตน ทางพิจารณาศาลฟังว่าไม่มีการตีใช้หนี้ แต่เห็นว่าการที่จะฟ้องขอแบ่งเฉพาะส่วนของโจทก์นั้นย่อมแบ่งให้ไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง ภายหลังผู้ครอบครองที่ดินเป็นโจกท์ฟ้องทายาทผู้มีชื่อในโฉนดคนหนึ่งขอให้ศาลแสดงว่า ที่พิพาทนี้เป็นกรรมสิทธิของผู้ครอบครองที่ดินทายาทผู้เป็นจำเลยต่อสู้ว่าผู้ครอบครองที่ดินไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง อีกเพราะเคยฟ้องกันมาแล้วและในคดีหลังนี้ผู้มีชื่อในโฉนดที่เคยเป็นโจทก์ฟ้องผู้ครอบครองก็ได้ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วมจนศาลอนุญาตแล้วก็ตาม ศาลฎีกาก็เห็นว่าจะเอาข้อเท็จจริงในในคดีก่อนมารับฟังเป็นข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ได้ เพราะโจทก์จำเลยในคดีนี้เป็นคู่กรณีคนใหม่และในคดีก่อนศาลยกฟ้อง เพราะเห็นว่าการฟ้องขอแบ่งเฉพาะส่วนของตนย่อมแบ่งให้ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ การที่ผู้ครอบครองที่ดินมาฟ้องอ้างสิทธิในที่ดินนี้ทั้งแปลงประเด็นก็ไม่เหมือนกับคดีก่อนซึ่งพิพาทกันเฉพาะที่ดิน ส่วนของผู้มีชื่อในโฉนดผู้เป็นโจทก์ฟ้องเท่านั้น จึงจะยกเอาสำนวนก่อนมาผูกพันบังคับคู่ความคดีนี้ใหม่หาได้ไม่ ชอบที่ศาลจะสืบพยานฟังข้อเท็จจริงในสำนวนหลังนี้ต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1685/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: คดีก่อนผูกพันคดีหลังไม่ได้ หากคู่ความและประเด็นข้อพิพาทเปลี่ยนแปลง
ผู้มีชื่อในโฉนดร่วมกับผู้อื่นฟ้องขอแบ่งที่ดินเฉพาะส่วนของตนจากผู้ที่ยึดถือครอบครองที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดินต่อสู้ว่า ผู้มีชื่อในโฉนดคนอื่นเอาที่ดินนี้ตีใช้หนี้ตน ทางพิจารณาศาลฟังว่าไม่มีการตีใช้หนี้ แต่เห็นว่า การที่จะฟ้องขอแบ่งเฉพาะส่วนของโจทก์นั้นย่อมแบ่งให้ไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง ภายหลังผู้ครอบครองที่ดินเป็นโจทก์ฟ้องทายาทผู้มีชื่อในโฉนดคนหนึ่งขอให้ศาลแสดงว่า ที่พิพาทนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครองที่ดิน ทายาทผู้เป็นจำเลยต่อสู้ว่า ผู้ครอบครองที่ดินไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องอีกเพราะเคยฟ้องกันมาแล้วและในคดีหลังนี้ ผู้มีชื่อในโฉนดที่เคยเป็นโจทก์ฟ้องผู้ครอบครองก็ได้ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วม จนศาลอนุญาตแล้วก็ตาม ศาลฎีกาก็เห็นว่าจะเอาข้อเท็จจริงในคดีก่อนมารับฟังเป็นข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ได้ เพราะโจทก์จำเลยในคดีนี้เป็นคู่กรณีคนใหม่ และในคดีก่อนศาลยกฟ้องเพราะเห็นว่า การฟ้องขอแบ่งเฉพาะส่วนของตน ย่อมแบ่งให้ไม่ได้ เป็นประเด็นสำคัญ การที่ผู้ครอบครองที่ดินมาฟ้องอ้างสิทธิในที่ดินนี้ทั้งแปลงประเด็นก็ไม่เหมือนกับคดีก่อนซึ่งพิพาทกันเฉพาะที่ดินส่วนของผู้มีชื่อในโฉนดผู้เป็นโจทก์ฟ้องเท่านั้น จึงจะยกเอาสำนวนก่อนมาผูกพันบังคับคู่ความคดีนี้ใหม่หาได้ไม่ชอบที่ศาลจะสืบพยานฟังข้อเท็จจริงในสำนวนหลังนี้ต่อไป(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 23/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงเป็นเหตุให้กระทำการป้องกันตนได้ แม้เป็นการยิงเจ้าพนักงาน
ตำรวจ 10 กว่าคนมีปืนตรูกันจะเข้าบ้านจำเลยเพื่อจะจับผู้ลักลอบเล่นการพะนัน ในบ้านจำเลยแต่ความจริงไม่มีการลักลอบเล่นการพะนันกันที่บ้านจำเลย ในขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนเดือนมืดมากถิ่นนั้นก็มีผู้ร้ายปล้นชุกชุม จนจำเลยต้องเตรียมตัวระวังคนร้ายอยู่เสมอ จำเลยจึงเข้าใจผิดคิดว่าพวกตำรวจเป็นคนร้ายจะเข้าปล้นจำเลยจึงยิงปืนไปที่พวกตำรวจ 1 นัดเพื่อจะยับยั้งและหนีเอาตัวรอด ดังนี้ถือได้ว่าเป็นการเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง ยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดได้เพราะการกระทำของจำเลยเรียกได้ว่าจำเลยกระทำการโดยเจตนาเพื่อป้องกันตนและผู้อื่น โดยสุจริตและพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงเป็นเหตุให้กระทำการป้องกันตนได้ แม้เป็นการยิงเจ้าพนักงาน
ตำรวจ 10 กว่าคนมีปืนตรูกันจะเข้าบ้านจำเลย เพื่อจะจับผู้ลักลอบเล่นการพนัน ในบ้านจำเลย แต่ความจริงไม่มีการลักลอบเล่นการพนันกันที่บ้านจำเลย ในขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนเดือนมืดมากถิ่นนั้นก็มีผู้ร้ายปล้นชุกชุม จนจำเลยต้องเตรียมตัวระวังคนร้ายอยู่เสมอ จำเลยจึงเข้าใจผิดคิดว่าพวกตำรวจเป็นคนร้ายจะเข้าปล้น จำเลยจึงยิงปืนไปที่พวกตำรวจ 1 นัด เพื่อจะยับยั้งและหนีเอาตัวรอด ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นการเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง ยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดได้ เพราะการกระทำของจำเลยเรียกได้ว่าจำเลยกระทำการโดยเจตนาเพื่อป้องกันตนและผู้อื่น โดยสุจริตและพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนลักษณะการครอบครองจากทำกินต่างดอกเบี้ยเป็นครอบครองเพื่อตน ต้องบอกกล่าวเจ้าของที่ดิน
ผู้ครอบครองยึดถือที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้นั้นถือว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน เมื่อจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองเป็นการยึดถือเพื่อตน ก็จะต้องบอกกล่าวไปยังเจ้าของที่ดินก่อน
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่า ตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้ว ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่า ตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้ว ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนลักษณะการครอบครองจากทำกินต่างดอกเบี้ยเป็นครอบครองปรปักษ์ต้องบอกกล่าวเจ้าของที่ดินก่อน
ผู้ครอบครองยึดถือที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้นั้นถือว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน เมื่อจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองเป็นการยึดถือเพือตน ก็จะต้องบอกกล่าวไปยังเจ้าของที่ดินก่อน
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่าตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้วดังนี้ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่าตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้วดังนี้ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673-1674/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมาย: ตำรวจจับกุมและส่งคำให้การให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี
พยานโจทก์ซึ่งเป็นตำรวจจับผู้เล่นการพนันแล้ว ต่างก็เขียนคำให้การของตนส่งให้กรมการอำเภอเจ้าของที่ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ทำการสอบสวน แล้วพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนต่อไป มีถาม จดคำให้การของผู้ต้องหาเสร็จแล้วส่งเรื่องให้อัยการ ดังนี้ ถือได้ว่ามีการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว (อ้างฎีกาที่ 516/2481)