คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673-1674/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้พยานและจำเลยต่างอยู่ในจังหวัดที่แตกต่างกัน
พยานโจทก์ซึ่งเป็นตำรวจจับผู้เล่นการพะนันแล้วต่างก็เขียนคำให้การของตนส่งให้กรมการอำเภอเจ้าของที่ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ทำการสอบสวนแล้วพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนต่อไป มีถามจดคำให้การของผู้ต้องหาเสร็จแล้วส่งเรื่องให้อัยการดังนี้ ถือได้ว่ามีการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว
(อ้างฎีกาที่ 516/2481)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฉุดคร่าห์อนาจาร แม้มีเจตนาแต่งงานก็ผิด, สมรู้ร่วมคิดช่วยกระทำความผิด และการกระทำอนาจารในที่สาธารณะ
ชายฉุดคร่าห์หญิงไปแม้จะมีเจตนาเอาไปเป็นภริยาก็หาเป็นเหตุให้พ้นผิดฐานฉุดคร่าห์อนาจารตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 276 ไม่
ชายฉุดคร่าห์หญิงขึ้นเรือนแล้วจะเอาเข้าห้อง หญิงดิ้นไม่ยอมเข้าห้องจำเลยไปช่วยเขาผลักดันให้หญิงเข้าไปในห้องดังนี้ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานสมรู้ช่วยเหลือ อุปการะแก่ผู้ชายผู้กระทำผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 246, 65 จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน
ชายจับมือถือแขนหญิงในที่สาธารณะสถานแม้จะจับด้วยความรักใคร่ ก็มีผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 246
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 276 จำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 276 ด้วยให้จำคุก 9 เดือน แม้จะถือว่าเป็นการแก้มาก แต่คงลงโทษไม่เกิน 1 ปี ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฉุดคร่าอนาจาร แม้มีเจตนาขอเป็นภริยา ก็ยังเป็นความผิดตามกฎหมาย, สมรู้ร่วมคิดช่วยเหลือมีความผิดด้วย
ชายฉุดคร่าหญิงไป แม้จะมีเจตนาเอาไปเป็นภริยาก็หาเป็นเหตุให้พ้นผิดฐานฉุดคร่าอนาจารตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 276 ไม่
ชายฉุดคร่าหญิงขึ้นเรือนแล้วจะเอาเข้าห้อง หญิงดิ้นไม่ยอมเข้าห้อง จำเลยไปช่วยเขาผลักดันให้หญิงเข้าไปในห้อง ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานสมรู้ช่วยเหลืออุปการะแก่ผู้ชายผู้กระทำผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 276,65 จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน
ชายจับมือถือแขนหญิงในที่สาธารณะสถานแม้จะจับด้วยความรักใคร่ ก็มีผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 246
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 214 แต่ไม่ผิดตามมาตรา 276 จำคุก 3 เดือนศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 276 ด้วยให้จำคุก 9 เดือน แม้จะถือว่าเป็นการแก้มาก แต่คงลงโทษ ไม่เกิน1 ปี ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อัยการไม่มีอำนาจฟ้องแทนเด็กเมื่อไม่ใช่ผู้บุพการี คดีอุทลุม
ป้าไม่ใช่บุพการีของเด็ก อัยการจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องป้าแทนเด็กรวมเข้ามาในคดีอุทลุมที่อัยการฟ้องย่าของเด็ก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อัยการไม่มีอำนาจฟ้องแทนเด็ก หากไม่ใช่ผู้บุพการี
ป้าไม่ใช่เป็นผู้บุพการีของเด็ก อัยการจึ่งไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องป้าแทนเด็กรวมเข้ามาในคดีอุทลุมที่อัยการฟ้องย่าของเด็ก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบุกรุกตามมาตรา 327 ต้องมีเจตนาเฉพาะเจาะจง การกระทำเพียงล่วงล้ำเข้าไปโดยไม่มีเจตนาไม่ถือเป็นความผิด
ความผิดฐานบุกรุกตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 327 นั้นผู้กระทำจะต้องมีเจตนากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นด้วยจึงจะเป็นความผิด
จำเลยเข้าไปใต้ถุนเรือนของเจ้าทรัพยื ใช้มือลอดฟื้นฟากเรือนเพือถูกต้องเนื้อตัวบุตรสาวเจ้าทรัพย์ด้วยความคะนองพอใจบุตรีเจ้าทรัพย์ แต่บุตรีเจ้าทรัพย์ไม่พอใจจึงใช้มีดฟันเอาจำเลยก็หนีไปนั้น จำเลยยังไม่มีความผิดตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 327
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 329 ครั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 329 โจทก์ก็ยอมคงฎีกายืนยันขึ้นมาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 327 เท่านั้น ในชั้นฎีกาคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 329 อีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาบุกรุกและการกระทำต่อร่างกาย: ความผิดตามมาตรา 327
ความผิดฐานบุกรุกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327 นั้นผู้กระทำจะต้องมีเจตนากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นด้วยจึงจะเป็นความผิด
จำเลยเข้าไปใต้ถุนเรือนของเจ้าทรัพย์ ใช้มือลอดพื้นฟากเรือนเพื่อถูกต้องเนื้อตัวบุตรสาวเจ้าทรัพย์ด้วยความคะนองพอใจบุตรีเจ้าทรัพย์แต่บุตรีเจ้าทรัพย์ไม่พอใจจึงใช้มีดฟันเอาจำเลยก็หนีไปนั้น จำเลยยังไม่มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 329 ครั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 329 โจทก์ก็ยอม คงฎีกายืนยันขึ้นมาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 327 เท่านั้นในชั้นฎีกาคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 329 อีก (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 4/2494)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำผิดกฎหมายฝิ่น แม้มีเหตุผลเรื่องการจับกุมลูกจ้าง ไม่ถือเป็นเหตุจำเป็นเพื่อพ้นผิดได้
ผู้ได้รับอนุญาตตั้งร้านฝิ่นได้พาฝิ่น ซึ่งได้รับอนุญาตให้ขายในร้านออกนอกร้านฝิ่นไปเก็บไว้ที่พักของตนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะกล่าวอ้างว่าเพราะ ตำรวจจับลูกจ้างในร้านฝิ่นไปหมดนั้น ย่อมไม่ใช่เหตุฉุกเฉินร้ายแรงถึงขนาดที่จะอ้างเป็นความจำเป็นให้พ้นผิดได้ และจะอ้างว่าไม่มีเจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 43 ก็ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่น แม้มีเหตุผลความจำเป็นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ไม่เพียงพอที่จะยกเว้นความผิดได้
ผู้ได้รับอนุญาตตั้งร้านฝิ่นได้พาฝิ่น ซึ่งได้รับอนุญาตให้ขายในร้านออกนอกร้านฝิ่นไปเก็บไว้ที่พักของตนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น จะกล่าวอ้างว่าเพราะตำรวจจับลูกจ้างในร้านฝิ่นไปหมดนั้น ย่อมไม่ใช่เหตุฉุกเฉินร้ายแรงถึงขนาดที่จะอ้างเป็นความจำเป็นให้พ้นผิดได้ และจะอ้างว่าไม่มี เจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 43 ก็ไม่ได้ (อ้างฎีกาที่ 269/2480)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันทรัพย์และตนเอง: การใช้กำลังเพื่อป้องกันการลักทรัพย์และการต่อสู้
ผู้ตายลักทรัพย์ของจำเลยจำเลยติดตามมา ผู้ตายหันหน้ากลับมาต่อสู้ด้วยมีดปาดตาลจำเลยจึงตีผู้ตายด้วยเสียม ซึ่งเป็นวัตถุที่ธรรมดามิใช่สาตราวุธจำเลยตีเพียงหนึ่งหรือสองที ผู้ตายก็วิ่งหนีไปดังนี้เรียกได้ว่าจำเลยกระทำการป้องกันทรัพย์และตนพอสมควรแก่เหตุ
of 324