พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,237 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฎีกาในคดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องข้อหาเดิม โจทก์ไม่อาจฎีกาขอลงโทษในข้อหาเดิมได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249 ศาลชั้นต้นลงโทษตามมาตรา 254 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษตามมาตรา 251 ดังนี้ ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในข้อที่ให้ยกข้อหาของโจทก์ในฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามมาตรา 249 แล้วโจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 249 ไม่ได้เพราะต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219
(อ้างฎีกา 773/2491)
(อ้างฎีกา 773/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อจำกัดในการฎีกาขอโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา หากศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นที่ยกข้อหา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ศาลชั้นต้นลงโทษ ตามมาตรา254 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษตามมาตรา 251 ดังนี้ถือว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในข้อที่ให้ยกข้อหาของโจทก์ในฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามมาตรา 249แล้ว โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 249 ไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 (อ้างฎีกา773/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1315/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจำนองที่ดินโดยผู้ทุจริต เจ้าของที่ดินไม่ต้องรับผิดชอบ หากมิได้ประมาทเลินเล่อ
มีผู้ทุจริตปลอมหนังสือเอาโฉนดที่ดินของเขาไปจำนองไว้กับผู้มีชื่อ โดยเจ้าของที่ดินมิได้ประมาทเลินเล่อแต่อย่างใด ดังนี้ย่อมถือว่าผู้รับจำนองไม่ได้ทรัพย์สิทธิอย่างไรในที่ดินนั้นจะยก ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1299 มาอ้างอิงไม่ได้ เจ้าของที่ดินมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองและเรียกให้ส่งโฉนดคืนได้
(อ้างฎีกาที่ 2049/2492)
(อ้างฎีกาที่ 2049/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1315/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจำนองที่ดินด้วยโฉนดปลอม ผู้รับจำนองไม่ได้รับทรัพย์สิทธิ จึงอ้างมาตรา 1299 ไม่ได้
มีผู้ทุจริตปลอมหนังสือเอาโฉนดที่ดินของเขาไปจำนองไว้กับผู้มีชื่อโดยเจ้าของที่ดินมิได้ประมาทเลินเล่อแต่อย่างใด ดังนี้ ย่อมถือว่าผู้รับจำนองไม่ได้ทรัพย์สิทธิอย่างไรในที่ดินนั้นจะยก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 มาอ้างอิงไม่ได้ เจ้าของที่ดินมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองและเรียกให้ส่งโฉนดคืนได้ (อ้างฎีกาที่2049/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความเท็จ – พยานหลักฐานไม่เพียงพอ – ไม่สามารถพิสูจน์คำให้การเท็จได้
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธ ทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความเท็จ - พยานหลักฐานไม่เพียงพอ - คำให้การขัดแย้งไม่ชัดเจน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินติดคลองสาธารณะ ไม่อาจอ้างไม่มีทางออกเพื่อขอทางจำเป็นได้
ตามธรรมดาถือว่า คลองเป็นทางสาธารณะ เพราะเป็นทางอาศัยสัญจรไปมาในทางน้ำ
ที่ดินอันมีเขตติดคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะแล้ว เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 ย่อมฟังไม่ได้ที่ดินในลักษณะเช่นที่กล่าวนี้ เจ้าของจะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินติดต่อไม่ได้
ที่ดินอันมีเขตติดคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะแล้ว เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 ย่อมฟังไม่ได้ที่ดินในลักษณะเช่นที่กล่าวนี้ เจ้าของจะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินติดต่อไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินติดคลองสาธารณะไม่อาจเรียกร้องทางจำเป็นได้
ตามธรรมดาถือว่าคลองเป็นสาธารณะเพราะเป็นทางอาศัยสัญจรไปมาในทางน้ำ
ที่ดินอันมีเขตติดคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะแล้ว เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1349 ย่อมฟังไม่ได้ ที่ดินในลักษณะเช่นที่กล่าวนี้ เจ้าของจะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินติดต่อไม่ได้
ที่ดินอันมีเขตติดคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะแล้ว เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1349 ย่อมฟังไม่ได้ ที่ดินในลักษณะเช่นที่กล่าวนี้ เจ้าของจะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินติดต่อไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาว่าไฟฉายถือเป็นอาวุธในความผิดฐานปล้นทรัพย์หรือไม่ ศาลพิจารณาจากลักษณะของวัตถุ
ไฟฉายชนิดถือเดินทางจะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะว่า จะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา 6 ข้อ15แห่ง กฎหมายลักษณะอาญาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหาย ปรากฏว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทาง เมื่อไม่ปรากฏว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใดก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่ศาตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา และเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีศาตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่า จำเลยจะมีความผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหาย ปรากฏว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทาง เมื่อไม่ปรากฏว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใดก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่ศาตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา และเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีศาตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่า จำเลยจะมีความผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาว่าไฟฉายถือเป็นอาวุธในความผิดฐานปล้นทรัพย์หรือไม่ ศาลพิจารณาจากลักษณะของวัตถุ
ไฟฉายชนิดถือเดินทางจะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะว่าจะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา 6 ข้อ 15 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหายปรากฎว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทางเมื่อไม่ปรากฎว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใด ก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่สาสตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่าความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีสาสตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่าจำเลยจะมีความผิดดั่งข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหายปรากฎว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทางเมื่อไม่ปรากฎว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใด ก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่สาสตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่าความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีสาสตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่าจำเลยจะมีความผิดดั่งข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่